พิพัฒน์สนองหนู ลงพื้นที่ฟังปชช. ลุย‘แลนด์บริดจ์’

“นายกฯ” รับเข้าใจชาวบ้านกังวล  “แลนด์บริดจ์” สั่งคมนาคมลุยฟังเสียงความคิดเห็น ย้ำมองรอบด้าน ชี้เป็นโอกาสเศรษฐกิจ ด้าน “พิพัฒน์” เตรียมลงพื้นที่เอง ให้ ปชช.สะท้อนมุมมอง ขณะที่สภาพัฒน์บอกเคยศึกษาแค่ “คลองไทย” แต่ไม่คุ้มทุน

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 เมษายน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แจ้งในที่ประชุมถึงโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ ว่าที่ผ่านมามีความพยายามในการผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริง เพราะเป็นโอกาสที่จะนำเงินเข้าประเทศ สร้างรายได้ สร้างการจ้างงาน สู่การพัฒนาประเทศระยะยาว แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้ นายกฯ จึงย้ำว่าวันนี้ในบริบทที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนไป การมองโครงการควรมองให้ลึกและรอบด้านมากยิ่งขึ้น เพราะมีโอกาสทางเศรษฐกิจและสิ่งที่ดีที่ตามมาในพื้นที่ในจังหวัดทางภาคใต้

"นายกฯ เข้าใจถึงข้อกังวลของประชาชน  เพราะในด้านที่ดีก็อาจจะมีข้อกังวลด้วย จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งใน จ.ชุมพรและระนอง   จึงมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมลงไปรับฟังความคิดเห็นและมติของประชาชนในพื้นที่ว่าคิดเห็นอย่างไร โดยให้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่และรอบด้าน" โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยว่า มีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร ในช่วง พ.ค.2569 นี้ เพื่อพบปะและรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสให้เจ้าของพื้นที่ได้สะท้อนมุมมองโดยตรง โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้จะถือเป็นครั้งแรกของตนตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แม้ที่ผ่านมาจะเคยมีการรับฟังความคิดเห็นมาแล้วหลายครั้งในหลายรัฐบาล ตั้งแต่ยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่บริบทของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในแต่ละยุคมีความแตกต่างกัน

 สำหรับเสียงสะท้อนคัดค้านจากคนในพื้นที่จะชี้แจงอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า จากการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ แต่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนั้น  ภาครัฐมีหน้าที่ต้องเข้าไปชี้แจงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติในระยะยาว โดยเฉพาะการวางรากฐานให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ ที่เชื่อมต่อสองมหาสมุทร ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือหลักเพียงเส้นทางเดียว โดยเฉพาะในท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความตึงเครียดสูง ส่วนขั้นตอนการดำเนินงานหลังจากนี้ จะนำข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่ทั้งหมดมารวบรวมและจัดทำรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งผลกระทบทางสังคม รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.โดยเร็วที่สุดต่อไป จากนั้นจะเดินสายพบปะเชิญชวนนักลงทุน และนำเสนอรายละเอียดโครงการ (โรดโชว์) จากทั่วทุกภูมิภาคของโลก เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมาร่วมลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ถือเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาล

 ทั้งนี้ มีเป้าหมายว่าโครงการดังกล่าวจะเกิดในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ในระยะต่อไปกระทรวงคมนาคมเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมผลการศึกษาและข้อมูลเชิงลึก ก่อนนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายต่อไป โดยยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ โปร่งใส  และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ

ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  กล่าวถึงกรณี สศช.เคยมีผลการศึกษาว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตั้งเเต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า สศช.ยังไม่ได้ศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์ แต่สิ่งที่ทำในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเรื่องคลองไทย โดยนายกรัฐมนตรีและสมาคมคลองไทยให้ทาง สศช.ไปดูว่าจะได้ผลประโยชน์อย่างไรบ้าง เราจึงได้ไปทำการศึกษาในเบื้องต้นว่าคลองไทยมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งมีการเปรียบเทียบกันระหว่างระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor กับแลนด์บริดจ์

โดยผลในการเปรียบเทียบออกมาว่า คลองไทยจะได้ผลประโยชน์ต่ำสุด รองลงมาคือตัวแลนด์บริดจ์ เพราะจะมีการลงทุนสูงมาก แต่ถ้าไม่มีการพัฒนาตัวอุตสาหกรรมเพิ่มเติม เป็นแค่แลนด์บริดจ์อย่างเดียวนั้น ผลประโยชน์มันจะไม่มาก แต่ถ้ามาเทียบกันกับการทำ Southern Economic Corridor ซึ่งมีพื้นที่อุตสาหกรรมด้วย เป็นอุตสาหกรรมเบาหรืออะไรที่เป็นการเกษตร ในพื้นที่ก็จะมีประโยชน์มากกว่า ยืนยันว่า สศช.ไม่เคยศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์อย่างจริงจัง

เมื่อถามย้ำว่า โครงการที่ไม่คุ้มทุนคือโครงการคลองไทยใช่หรือไม่ นายดนุชากล่าวว่า  โครงการคลองไทย ที่เราศึกษามาแล้ว ว่าถ้าหากทำจะไม่คุ้ม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง