นายกฯ ชิ่งเผือกร้อนปมเด้งอธิบดีฝนหลวงฯ "สุริยะ” สวนเดือด โต้ทุกเม็ด ยันจับยัดเข้ากรุไม่ใช่เพราะไม่ยอมไปเจอหลานชายซีอีโอสายการบิน ขู่ฟ้องกลับหากพาดพิงอีก ท้าคิดว่าถูกกลั่นแกล้งมาฟ้องเลย “กล้าธรรม” อดีตบอสเก่า กางปีกป้อง "ราเชน” ผลงานเด่น ลั่นพร้อมใช้สภาตรวจสอบ เด็ก ปชป.ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวนเอาผิด รมว.เกษตรฯ “ทักษิณ” โวยลั่นคุก แก่แล้วเป็นอดีตนายกฯ โดนจับใส่กำไลอีเอ็ม
เมื่อวันที่ 30 เมษายน ความคืบหน้ากรณีนายราเชน ศิลปะรายะ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร หลังนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ทั้งที่เหลืออายุราชการอีกประมาณ 5 เดือนก็เกษียณในเดือนกันยายนนี้ โดยหนังสือลาออกระบุว่า “เนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้” จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะกรณีนายราเชนออกมาระบุว่า หลานของนายสุริยะพยายามติดต่อขอคุยด้วยหลายรอบ แต่ไม่สะดวก จนต่อมามีการย้ายเข้ากรุผู้ตรวจฯ
เรื่องดังกล่าวทำให้นายสุริยะได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายราเชนได้พยายามพูดถึงสาเหตุของการถูกโยกย้ายในหลายเรื่อง โดยพยายามสื่อให้เห็นว่าการที่เสนอย้ายเป็นสาเหตุ เนื่องจากว่าหลานของตน ซึ่งเป็นผู้บริหารสายการบินแห่งหนึ่งพยายามติดต่อขอเข้าพบนายราเชน แต่ไม่ได้พบ โดยมีการย้อนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าช่วงเวลานั้นไม่ได้เกี่ยวข้อง และอยู่คนละกระทรวง จากนั้นนายราเชนบอกว่าจะแฉ บอกว่ามีบันทึกการสนทนาไว้ว่ามีการโทร.หานายราเชน ตั้งแต่ 30 มีนาคม 2569 ในช่วงเย็น ใช้เวลา 1 นาที, ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ใช้เวลา 54 นาที, วันที่ 16 เมษายน 2569 ช่วง เวลา 13.00 น. 2 Miss Call, วันที่ 19 เมษายน 2569 ช่วงเที่ยง ใช้เวลา 16 นาที และวันเดียวกันเวลา 13.00 น. ใช้เวลา 54 วินาที
นายสุริยะยืนยันว่า ข้อเท็จจริงตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนว่าหลานจะติดต่อไปขอพบนายราเชน หลังจากมีข่าวได้สอบถามหลาน ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เขาติดต่อไป ลองคิดดูถ้ารู้ว่าหลานติดต่อไป คงจะบอกนายราเชนว่าหลานอยากขอพบ แสดงว่าไม่ได้รับการติดต่อจากหลาน หลานพยายามติดต่อโดยตรง ซึ่งถ้ารู้ก็คงบอกนายราเชนว่าให้มีการพบกันหน่อย อาจจะมีเรื่องอะไรที่เสนอเป็นประโยชน์หรือไม่
“แต่แม้ว่านายราเชนให้พบ ยังไงก็ย้ายอยู่ดี เพราะการย้ายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของหลาน แต่เป็นเรื่องที่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำกับดูแลเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าภาคธุรกิจอื่น และผลผลิตขณะนี้ก็ตกต่ำ ดังนั้นผมอยากได้คนมีกำลังวังชาที่จะทำงานเพื่อสนองนโยบาย ซึ่งสื่อมวลชนก็คงทราบดีว่ามีการกล่าวกันไปว่าข้าราชการพอใกล้เกษียณคล้ายว่าค่อนข้างจะเกียร์ว่าง ไม่ใช่ผมพูดเองนะ แต่สื่อมวลชนก็รู้ว่าเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยเสนอเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องอื่นเลย" นายสุริยะกล่าว
นายสุริยะกล่าวอีกว่า มีข่าวออกมาว่าหลานของตนจะไปของานที่กระทรวงเป็นเงินจำนวนมาก แต่ตนจำตัวเลขไม่ได้ แต่ในเมื่อนายราเชนไม่ยอมให้หลานของตนพบ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลานไปของาน มันขัดกับข้อเท็จจริง จึงอยากทำความเข้าใจว่ายึดถือความโปร่งใสเป็นหลัก
สุริยะขู่ฟ้องอธิบดีฝนหลวง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สอบถามหลานว่ามีการติดต่อนายราเชนทร์ไปจริงหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า หลังเกิดเรื่องได้ถามหลานชายว่าได้ติดต่อไปจริงหรือไม่ ซึ่งหลานยอมรับว่าได้ขอติดต่อจริง แต่หากย้อนไปปี 2568 ซึ่งนายราเชนพูดว่าหลานได้นัดไป และปรากฏตัวกัน 3 คน แต่หลานชายตนไม่ไป กลัวถูกหลอก จึงไม่ให้พบ พอมาถึงในช่วงนี้หลานชายได้ติดต่อไปจริง แต่ไม่ให้พบ ซึ่งหากเขาต้องการจะพบคงมาบอกตนแล้ว แต่ไม่ได้มาบอก เพราะเป็นกิจการธุรกิจของเขาเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตน แม้ครอบครัวตนจะเป็นญาติพี่น้องกัน แต่ครอบครัวต่างคนต่างแยกกันไป มีธุรกิจของตัวเอง ตนมาอยู่การเมือง
เมื่อถามว่า จะชี้แจงอย่างไรที่หลายคนมองว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการ นายสุริยะย้อนถามว่า ข้าราชการตรงไหนบ้าง ตั้งแต่ตอนย้ายมาก็ไม่มีใครมาพูดถึงเรื่องนี้ให้มาถึงหู มีแค่อธิบดีราเชนคนเดียวเท่านั้นที่พูดอยู่ ขอย้ำว่าทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงตอนนี้เกือบ 30 ปีแล้ว ถูกโยกย้ายมาแล้วหลายกระทรวง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เจ้าหน้าที่ถูกย้ายแล้วมาว่าไม่ให้ความเป็นธรรม ในครั้งนี้การที่อ้างว่าถูกโยกย้ายเพราะไม่เอื้อประโยชน์ให้หลานชาย ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องการบริหารเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของกระทรวงเกษตรฯ
ส่วนกรณีนายราเชนให้เหตุผลในเอกสารลาออกว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้นั้น รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า "มีอะไรที่สนองฝ่ายการเมืองไม่ได้ ผมไปบีบอะไรท่าน ขอให้ท่านชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่เป็นเท็จ ผมถือว่าได้รับความเสียหาย หลังจากแถลงครั้งนี้แล้วท่านยังไม่หยุด จะดำเนินการฟ้องคดี และถ้าหากท่านเห็นว่าไม่เป็นธรรม ก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับผมได้"
เมื่อถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นการล้างคนเก่าของพรรคการเมืองเดิม นายสุริยะกล่าวว่า ตอนที่ไปดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม ก็มีคนที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแต่งตั้งไว้ เช่น อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ตนไม่เคยโยกย้าย ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องการล้างบาง ข้าราชการทุกคนทำตามนโยบายของผู้บริหารและรัฐมนตรีอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นมืออาชีพ ไม่จำเป็นต้องไปย้ายใครเพราะเป็นคนของพรรคนั้นพรรคนี้
สำหรับกรณีนายราเชนเตรียมจะไปขอความเป็นธรรมจากพรรคกล้าธรรม จะทำให้เรื่องนี้ถูกนำไปโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่นั้น นายสุริยะกล่าวว่า นายราเชนพูดเองว่าที่ถูกสั่งย้ายเพราะไม่ให้หลานชายพบ ไปสรุปตรงนั้นเอง จึงไม่ใช่เรื่องของการเมือง ใครจะทำเป็นเรื่องการเมืองก็แล้วแต่ ยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทางพรรคกล้าธรรม
รมว.เกษตรฯ ยังกล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตมีการเรียกนายราเชนไปพบเพื่อพูดคุยเรื่องงบประมาณก่อนโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีว่า "ก่อนที่จะเข้ามาเป็น รมว.เกษตรฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ คนเดิมได้จัดทำนโยบายเพื่อเสนองบประมาณ พอผมเข้ารับตำแหน่งสำนักงบประมาณจึงให้ไปดูว่ามีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร หรือต้องมีการปรับปรุงส่วนไหนหรือไม่ ซึ่งผมก็ยืนยันไปตามเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย ผมเคยพูดต่อสื่อมวลชนแล้ว หากนายราเชนมีอะไรไม่สบายใจห้องผมก็เปิดตลอดเวลา"
นายกฯ ชิ่งเผือกร้อน
ขณะที่ท่าทีจากนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวหลังสื่อถามความเห็นประเด็นดังกล่าว โดยตอบว่า “ต้องไปถามนายสุริยะ เพราะท่านรับผิดชอบดูงานกระทรวงนี้อยู่”
ส่วนรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลจากพรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากพิจารณาตามหลักการในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการระดับอธิบดีเรื่องนี้ เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง ดังนั้นการทําพิจารณาความเหมาะสม หรือหน้าที่ต่างๆ อยู่ที่ว่าปลัดกระทรวงจะดําเนินการอย่างไร เพราะเป็นอํานาจหน้าที่โดยตรง ซึ่งตรงนี้เป็นไปตามหลักการคิดว่า ระดับท่านสุริยะน่าจะบริหารจัดการเรื่องภายในกระทรวงได้เป็นอย่างดี เพราะมีประสบการณ์เยอะ มีความอาวุโส สามารถจัดการได้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ เดิมทีนายไผ่ ลิกค์ สส.กําแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาบอกว่านายราเชนเตรียมเข้าร้องขอความเป็นธรรมที่รัฐสภาต่อพรรคกล้าธรรม กรณีถูกเด้งฟ้าผ่า อย่างไรก็ตาม นายราเชนได้ขอเลื่อนออกไปก่อน
ต่อมานายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม และอดีต รมว.เกษตรฯ เปิดเผยว่า นัดดังกล่าวมีการขอเลื่อนออกไป เพราะมีหลายมิติที่ต้องให้นายราเชนไปคิดและเตรียมตัวต่อสู้ถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัว มองว่าการโยกย้ายนอกฤดูกาลไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และการโยกย้ายเกิดขึ้นรวดเร็วพอสมควร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ในสมัยที่ ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า ต่อเนื่องมาจนถึงนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงช่วงสั้นๆ ที่ตนได้เป็น รมว.เกษตรฯ ไม่มีการโยกย้ายอธิบดีในลักษณะนี้ ในฐานะที่เคยร่วมงานกับนายราเชน ก็เห็นว่าผลงานเป็นที่ประจักษ์และจับต้องได้ เป็นคนพูดเยอะและทําเยอะของกระทรวงเกษตรฯ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายกับการที่ประเทศไทยจะต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้
เมื่อถามว่า การโยกย้ายในครั้งนี้จะเป็นการล้างบางหรือเป็นการแก้แค้นทางการเมืองหรือไม่ นายอรรถกรกล่าวว่า ไม่สามารถไปแก้ข้อสงสัยตรงนี้ได้ แต่ไม่อยากให้เกิดการแก้แค้นเสียดายบุคลากร หากเป็นการแก้แค้นจริง ก็คงไม่เป็นธรรมกับข้าราชการที่ทํางานใต้สังกัดของกระทรวงเกษตรฯ มาทั้งชีวิต จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ใช่การแก้แค้น
ต่อข้อถามที่ว่า ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัสในเรื่องนี้หรือไม่ นายอรรถกรยอมรับว่า ได้มีการพูดคุย โดยมองว่าในฐานะพรรคฝ่ายค้านคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงประเด็นการตรวจสอบได้ แต่ขอยืนยันว่า ข่าวที่มีการปล่อยว่ามีการไปพูดคุยกันที่ชั้น 4 ของพรรคการเมืองบนถนนรัชดาฯ ซึ่งตอนนี้คงมีแค่พรรคกล้าธรรม ไม่เป็นความจริง น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่จะเป็นชั้น 4 ของพรรคการเมือง บนถนนเส้นอื่นหรือไม่นั้น ต้องไปตรวจสอบกันอีกที ถ้านายราเชนต้องการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ และในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทํางานคู่ขนาน หากการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามครรลองคลองธรรมคงไม่ติดใจอะไร แต่หากเพราะอคติหรือเพื่อแก้แค้น คงจะใช้กระบวนการของสภาตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับข้าราชการ
วันเดียวกันนี้ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้สอบสวนนายสุริยะ รมว.เกษตรฯ กรณีการย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงฯ โดยขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนนายสุริยะว่าผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่นายราเชนระบุว่า มีโทรศัพท์จากซีอีโอสายการบินชื่อเป็นสัตว์ แต่อยู่บนอากาศ นามสกุล "จ" มาขอพบ พอถึงวัน มี 3 คนมาพบบอกว่าจะมาช่วยดูงานซ่อมอากาศยาน แต่อธิบดีไม่ได้พบ เพราะมีงานนัดหมายล่วงหน้า
ทักษิณโวยโดนใส่อีเอ็ม
ด้านความเคลื่อนไหวหลังคณะกรรมการพิจารณาพักโทษ กระทรวงยุติธรรม เห็นชอบให้มีการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมวันที่ 11 พ.ค. โดยให้มีการติดกำไลอีเอ็มไว้ด้วยระหว่างการคุมประพฤติ
ที่เรือนจํากลางคลองเปรม สมาชิกครอบครัวชินวัตร นําโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ต่อมา น.ส.แพทองธารออกมาเปิดเผยสั้นๆ ว่า ทางนายทักษิณรับทราบมติคณะกรรมการพักการลงโทษเรียบร้อยแล้ว ส่วนความรู้สึกของพ่อก็เป็นไปตามกระบวนการทุกอย่าง อาจจะมีความรู้สึกในเรื่องของการติดกําไลอีเอ็ม ก็มีบ่นนิดหน่อยว่าแก่แล้ว เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาด้วย แต่พอต้องติดกําไลอีเอ็ม ก็รู้สึกนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เราก็พร้อมทําตามกระบวนการทุกอย่าง ส่วนทางครอบครัวก็รู้สึกว่าได้พักโทษก็ดีใจ โดยวันที่ 11 พ.ค. ทางครอบครัวจะเดินทางมายังเรือนจําตามเวลาของกรมราชทัณฑ์
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายทักษิณ กล่าวว่า นายทักษิณบอกว่ายินดีที่ได้รับการพักโทษ แต่ยังมีข้อสงสัยต่อความจําเป็นของมาตรการติดกำไลอีเอ็ม เนื่องจากนายทักษิณเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจําตัว อีกทั้งไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าทางคณะอนุกรรมการฯ สามารถนํามาผ่อนปรนข้อบังคับใส่กําไลอีเอ็มได้ พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า การติดกำไลอีเอ็ม คำนึงถึงสุขภาพของผู้ได้รับการพักโทษหรือไม่ อีกทั้งจะกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายทักษิณหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายทักษิณพร้อมน้อมรับมติของคณะกรรมการฯ แม้จะตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสม โดยวันที่ 11 พ.ค.ประมาณ 08.00 น. นายทักษิณจะออกจากเรือนจำ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบ.โชว์ปราบเข้ม ‘แก๊งสแกมเมอร์’ เขมรส่งตัวคนไทย
“นายกฯ” แถลงโชว์กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาชญากรรมข้ามชาติ
ทรงร่วมพระราชพิธี 80พรรษา‘คิงสวีเดน’
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงร่วมพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา
นายกฯไม่ตั้ง‘โอ๋’นั่งรมต. เปิดหลักฐานเบี้ยวกระทู้
“อนุทิน” ลั่นไม่ดึง "ศักดิ์สยาม” นั่ง รมต. ยันคนทำงานพอแล้วแม้เก้าอี้ ครม.เหลือ 1 ตำแหน่ง ย้อนพรรคส้มตั้ง
หนูเคาะกู้4แสนล. ชงครม.คลอด‘พรก.’5พ.ค.ไฟเขียวแพ็กเกจ‘ไทยช่วยไทย’
“นายกฯ” เรียกถก “เอกนิติ-ทีมเศรษฐกิจ" วางหลักการออก "พ.ร.ก.กู้เงิน" เคาะกู้ 4 แสนล้าน
'ศรีสุวรรณ' ยื่น ป.ป.ช. สอบราชทัณฑ์-ยุติธรรม ให้พักโทษ 'ทักษิณ' โดยมิชอบ
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดกรรมการและอนุกรรมการพักโทษระดับกรมราชทัณฑ์และระดับกระท
‘ทรัมป์’เลิกใจดี ลุยบีบ‘อิหร่าน’ จับตาน้ำมันพุ่ง
"ทรัมป์" มีแผนปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านไม่มีกำหนด อ้างว่าบีบให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ และเตหะรานควรฉลาดขึ้นโดยเร็ว

