“เอกนิติ” เดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์" นำผลศึกษาเดิมมาอัปเดตใหม่ สะท้อนปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และสงครามที่กระทบเศรษฐกิจโลก ประเมินทุกมิติ ดึงสภาพัฒน์-สนข. ร่วม ยันจบใน 90 วัน ด้าน "พิพัฒน์" ชูศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการดังกล่าว ว่าการดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับสังคมในมิติทางเศรษฐกิจภาพรวม เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาที่ครอบคลุมมิติที่กว้างขึ้น
รมว.การคลังกล่าวว่า การที่ได้รับมอบหมายให้เป็นแม่งานในครั้งนี้ เนื่องจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ “สภาพัฒน์” ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูมิติทางเศรษฐกิจและสังคมภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งสภาพัฒน์ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้
นายเอกนิติกล่าวว่า ในการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ครั้งนี้ มีโจทย์สำคัญคือการประเมินผลทุกมิติ ทั้งความเป็นไปได้ และผลกระทบในมิติต่างๆ ภายใต้กรอบเวลาดำเนินการ 90 วัน
สำหรับการดำเนินงานจะไม่ใช่การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แต่คณะกรรมการฯ จะนำผลการศึกษาเหล่านั้นมาปรับปรุงให้ทันสมัย อัปเดตมากขึ้น โดยนำบริบทโลกปัจจุบันมาเป็นสมมติฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) รวมทั้งสถานการณ์สงคราม และปัญหาการเดินทางผ่านช่องแคบต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งผลการศึกษาในอดีตอาจยังไม่ได้นำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาอย่างครบถ้วน รอบคอบ และครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความพึงพอใจของชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อประเทศ
“ผมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดในฐานะคนไทยคนหนึ่ง โดยยึดหลักความโปร่งใสและตรงไปตรงมา เพื่อให้การศึกษาครั้งนี้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย” นายเอกนิติกล่าว
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศความมุ่งมั่นครั้งสำคัญบนเวทีระดับภูมิภาค ในงาน Asia Pacific Rail 2026 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การศึกษาโครงการ "แลนด์บริดจ์" และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ของไทยในการเป็น "ศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก" รัฐบาลจึงเดินหน้าศึกษาโครงการอีกครั้งหนึ่ง ในการเชื่อมท่าเรืออ่าวไทย (ชุมพร) และอันดามัน (ระนอง) ด้วยระบบรางและทางหลวง เพื่อลดเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า พร้อมกันนี้ ยังมุ่งพัฒนาโครงข่ายรถไฟข้ามพรมแดน (ไทย-มาเลเซีย และไทย-ลาว-จีน) เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลจะนำผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มาร่วมพิจารณาด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา สนข.ได้มีรายงานฉบับเดิมและรายงานฉบับใหม่ ซึ่งรายงานฉบับใหม่ได้นำที่ปรึกษาเอกชนมาช่วยในการศึกษาด้วย ที่ผ่านมาโครงการแลนด์บริดจ์อาจจะพูดถึงเพียงระบบรางเท่านั้น แต่ไม่ได้พูดถึงระบบท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซ เรื่องนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเดิมทีเรามีการขนส่งน้ำมันและก๊าซเฉพาะฝั่งตะวันออก แต่ถ้ามีโครงการดังกล่าว เราจะมีในฝั่งตะวันตกด้วย ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดจะทำให้เห็นประโยชน์ของท่าเรือน้ำลึก การขนส่งที่เชื่อมโยงกันได้มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับข้อเสนอให้ทำเฟสย่อยของโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเริ่มจากท่าเรือบางฝั่งก่อน รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร นายสิริพงศ์เผยว่า ข้อเสนอต่างๆ มีความเป็นไปได้ทั้งหมด เนื่องจากการลงทุนรัฐไม่ได้เป็นผู้ลงทุนแต่ฝ่ายเดียว แต่เป็นการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (การลงทุนแบบ PPP) โดยการลงทุนของภาคเอกชน รัฐบาลไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นการลงทุนเฉพาะต่างชาติหรือนักลงทุนจากไทย ซึ่งเป็นเอกชนรายใดก็ได้ทั้งไทยและต่างประเทศที่มีความสนใจในโครงการนี้ โดยเอกชนจะเข้ามาศึกษารายละเอียดและความเป็นไปได้ สิ่งที่รัฐบาลจะพิจารณาเมื่อดูตัวเลขทั้งหมด รัฐบาลจะกำหนดรูปแบบของการลงทุนแบบ PPP ว่าการลงทุนจะเป็นรูปแบบไหน
“การลงทุนจะเป็นรูปแบบไหน รัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจโดยลำพัง จะต้องมีทั้งบริษัทที่ปรึกษา ผู้ที่สนใจลงทุน มาดำเนินการศึกษาเรื่องนี้ร่วมกัน ซึ่งเราก็ฟังข้อเสนอของทุกฝ่าย" นายสิริพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ข้อกังวลที่มองว่าหากโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุน แล้วจะมีการขุดคลองไทยเพื่อเชื่อมสองฝั่งทะเลเหมือนโครงการคลองปานามาหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า คงไม่มีการดำเนินการในรูปแบบนั้น เนื่องจากผลการศึกษาที่ออกมาพบว่าโครงการคลองไทยใช้งบประมาณมากกว่าโครงการแลนด์บริดจ์หนึ่งเท่าตัว โดยโครงการแลนด์บริดจ์ใช้เงินลงทุนประมาณ 9 แสนล้านบาท ส่วนโครงการคลองไทยใช้โครงการ 2 ล้านล้านบาท เมื่อดูความคุ้มค่าและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ จากการศึกษาพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (FIRR) ดีกว่า
ขณะที่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงหลังการประชุม ครม.เงาครั้งแรกว่า ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนเมื่อดูรายงานฉบับล่าสุด ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าความคุ้มค่าทางการเงินนั้นมีความเสี่ยงจริงๆ เมื่อมองย้อนกลับไปอัตราผลตอบแทนทางการเงินมีเพียง 4% เท่านั้น ขณะเดียวกัน ถ้ามูลค่าปัจจุบันสุทธิ ติดลบ 4 หมื่นล้านบาทด้วยซ้ำ ดังนั้นความคุ้มค่าทางการเงินค่อนข้างเสี่ยงที่จะมีใครมาลงทุน ดังนั้นรัฐบาลจึงนำปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลกเข้ามาร่วมพิจารณา ซึ่งถือว่าฟังขึ้นที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การมีสงครามตะวันออกกลาง
"แต่ยิ่งเอาปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาก็ยิ่งทำให้เรากังวลกับแนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าไป เพราะนี่คือไพ่สำคัญของประเทศไทยที่ไม่ควรไปเชื่อประเทศมหาอำนาจ แต่โครงการนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศไทย หากคุณทิ้งไพ่ใบสำคัญนี้ให้มหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่ง ยิ่งเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เราเกิดจุดเปราะบางทั้งเรื่องพลังงานและความมั่นคงในอนาคต รัฐบาลจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ถ้าจะทำด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ควรใช้โอกาสนี้ในการวางจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศไทย ในการกระจายความเสี่ยง เป็นจุดร่วมลงทุนของประเทศต่างๆ" นายวีระยุทธกล่าว
ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลอย่าใช้โอกาสนี้เป็นจุดอ่อนของภาคใต้มาขายฝัน แน่นอนว่าคนใต้ต้องการเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ แต่การเอาแลนด์บริจด์มาโฆษณาโดยไม่พูดถึงว่าแลนด์บริจด์มีที่มาที่ไปอย่างไร มีอะไรจะเกิดขึ้นก่อนแลนด์บริจด์ ซึ่งตนมองว่าเป็นการขายฝันและฉวยโอกาสมากเกินไป ที่พูดว่าสร้างเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงิน แต่ต้องตอบให้ได้ว่าเม็ดเงินที่สร้างนั้น สร้างให้กับใคร แล้วถ้าจะใช้โมเดลอีอีซี จะมีใครการันตีได้ว่าบทเรียนที่เกิดขึ้นกับอีอีซีจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในภาคใต้อีก และน่าเสียดายที่นายพิพัฒน์ยกเลิกภารกิจลงพื้นที่ภาคใต้ เพราะตนก็อยากให้ท่านลงไปรับฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง หากไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ตนขอแนะนำให้ไปที่อ่าวเคย จังหวัดระนอง ซึ่งประชาชนพร้อมให้ข้อมูล
"ทราบว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ จากบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่รู้จักดีในนาม "อาม่า" ซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีเชี่ยวชาญภาคใต้ ท่านต้องรู้แน่นอนถ้าจะไปจริงๆ" น.ส.ภคมนกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แจงปล่อยร่างแก้รธน.ร่วง
ศาล รธน.ยังรอเอกสารและความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
จับตาอนุทินพบฮุนมาเนต เขมรโทษไทยเปลี่ยนผู้นำถี่
"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต"
ทูลเกล้าฯพรก.กู้เงิน หนูยันคุ้มค่าไม่เกี้ยเซียะ มูดี้ส์ยกประเทศน่าลงทุน
“นายกฯ” ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ลั่นเงินทุกสตางค์ถึงมือประชาชนอย่างโปร่งใส ไม่มีเกี้ยเซียะ
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’
"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ

