อนุทินถกมาเนต ฟื้นสัมพันธ์2ปท. สร้างสันติภาพ

นายกฯ อนุทินเผชิญหน้า "ฮุน มาเนต" หารือผู้นำสามฝ่าย "ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์" ระบุถึงเวลาสองประเทศจะร่วมกันมองไปข้างหน้า ย้ำรักษาสันติภาพบนพื้นฐานการเจรจาและความไว้วางใจ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือและเสถียรภาพของภูมิภาคอย่างสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รมว.พลังงาน และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล  เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงฐานทัพอากาศ Brigadier General Benito N. Ebuen Air Base (BGBNEAB) เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม  2569 โดยมีนางดีตา อังการา-มาทาย รมว.การท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ พร้อมด้วยนางแพมิลา ซีลากัน บาริคูอาโตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู รอให้การต้อนรับ              

เวลา 18.00 น. ณ โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู น.ส.รัชดาเปิดเผยว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวเรียงตามลำดับตัวอักษร เริ่มจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ต่อด้วยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีไทย

โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ที่ริเริ่มจัดการประชุมครั้งสำคัญนี้ พร้อมเปิดเผยว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอย่างสร้างสรรค์ และมุ่งมองไปข้างหน้า โดยการหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและมีความหมาย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันร่วมกันถึงความมุ่งมั่นต่อการเจรจาและการรักษาสันติภาพ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดในหลายมิติ พร้อมย้ำว่าความขัดแย้งนำมาซึ่งความสูญเสียและความทุกข์ยากแก่ทุกฝ่าย และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของสันติภาพ ดังนั้น จึงถึงเวลาที่ทั้งสองประเทศจะร่วมกันมองไปข้างหน้าและเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจ ความสุจริตใจ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการก้าวข้ามความท้าทาย

ในโอกาสนี้ ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องร่วมกันที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศทำงานร่วมกัน เพื่อจัดทำรายการมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในทางปฏิบัติ โดยเริ่มจากประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีจุดร่วมและสามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูความไว้วางใจ และค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยและกัมพูชาจำเป็นต้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมระบุว่า ในระหว่างการดำเนินการ ทั้งสองฝ่ายควรสื่อสารกันโดยตรงมากขึ้นในทุกระดับ เพื่อช่วยลดช่องว่างของความเข้าใจ และร่วมกันแสวงหาแนวทางขยายความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ในประเด็นเรื่องเขตแดนทางบกและทางทะเล  นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางในการหารือ เพื่อเดินหน้าจัดการกับประเด็นดังกล่าว บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาค  พร้อมยืนยันว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า สำหรับในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค. นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ (Plenary Session) และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบไม่เป็นทางการ (Retreat Session) และพบหารือทวิภาคีกับผู้นำอาเซียนต่างๆ ด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กด่วน! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ยืนยันสิทธิแล้ว 8.45 ล้านราย

รัฐบาลเปิดตรวจสอบสถานะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หลังมีผู้ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้วกว่า 8.45 ล้านราย คิดเป็นกว่า 95% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด พร้อมนัดประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ 17 กรกฎาคมนี้

เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’

นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป

ชงศาลฎีกาฟัน 14 ปปช.

“ณัฐพงษ์” นำทีมยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปัดตกคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา หวัง “โสภณ” ใช้ดุลพินิจส่งเรื่องเร็ว “นันทนา” ต้องลบครหาระบอบสีน้ำเงิน “ศรีสุวรรณ” ยื่นฟัน “ไชยชนก” ผุดโครงการ TH-AI Passport

พระเมรุมาศ คืบหน้า24% คาดเสร็จทัน

"ศุภจี" ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ "พระพันปีหลวง" กำชับให้ถูกต้อง งดงาม สมพระเกียรติยศ เผยโครงสร้างพระเมรุมาศคืบหน้า 50% ภาพรวมแล้วเสร็จ 23.65%

ชี้เลือกตั้ง ‘กทม.’ ยังมีลุ้น เท้งวอนหยุดบี้ปมสุรพล

“โพลพระปกเกล้า” พบสนามเลือกตั้งเมืองหลวงยังเปิดกว้าง “เท้ง” รับเคยทาบ “สุรพล” ชิงผู้ว่าฯ กทม.มาแล้ว วอนหยุดขยายประเด็น ด้าน “อนุชา”

ฟ้องแม้ว!ล้มละลาย สรรพากรขู่หากรีดภาษีได้ไม่ครบ/อนุทินเชื่อเจ้าตัววางมือ

"รมว.ยุติธรรม" ลงนามตั้ง คกก. 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว "ทักษิณ-นักโทษทั่ว ปท." หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ "ปลัด ยธ." คาดภายในสิ้นเดือน มิ.ย.น่าจะออกใบบริสุทธิ์ได้