
“ภราดร” แจงกลัวเสียของ ครม.ใช้ร่างรัฐธรรมนูญเดิม อาจถูกตีตก “พริษฐ์” ซัดเดือด รัฐบาลไม่จริงใจ เมินเสียงประชามติ “ปชน.” จวก สูญงบ 9 พันล้านเพื่อเริ่มใหม่ ครป.-ญาติวีรชนฯ แนะใช้ รธน.ปี 40 เป็นฐาน
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาเหตุที่รัฐบาลไม่ยืนยันร่างรัฐธรรมนูญว่า หลังจากที่ได้หารือกันในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และทีมฝ่ายกฎหมาย เห็นว่าเป็นอำนาจของ ครม.ในการยืนยันก็จริง แต่เมื่อมีสภาชุดใหม่ เห็นควรให้ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้เสนอร่างเพื่อพิจารณาใหม่อีกครั้ง เพราะการยุบสภาครั้งที่แล้วเหตุเกิดจากความเห็นไม่ตรงกันในร่างรัฐธรรมนูญ
นายภราดรกล่าวว่า หากมีการยืนยันร่างเดิมกลับไป คาดการณ์ได้ว่าจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป และรัฐสภาจะไม่สามารถผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได้ จะทำให้ไม่สามารถเสนอร่างในทำนองเดียวกันได้ในสมัยประชุมนี้ นั่นทำให้การแก้รัฐธรรมนูญจะล่าช้าออกไป 1 สมัยประชุม จึงเห็นว่าเมื่อมีการทำประชามติจากประชาชนมาแล้ว และประชาชนเห็นด้วยอย่างท่วมท้นในการที่จะแก้ไข และเมื่อประชาชนมีมติเห็นควรว่าให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เป็นอำนาจโดยชอบที่รัฐสภาจะดำเนินการต่อไป
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญเดิมตกไป โดยไม่สัญญาว่าจะยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ามา แสดงว่า ครม.ไม่จริงใจในการทำตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่เห็นชอบให้มีการแก้ไขถึง 21.6 ล้านเสียง หากรัฐบาลเอาปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้าง ก็ฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะการแก้ปัญหาปากท้อง รัฐธรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ บวกการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการอื่น ก็ไม่ใช่แนวทางที่เอาปากท้องประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี
นายพริษฐ์ระบุตอนหนึ่งว่า ในเมื่อผลประชามติออกมาชัดเจนว่า ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นผลที่ต้องผูกมัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในเชิงกระบวนการ ขั้นตอนถัดไปที่ต้องดำเนินการคือการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เกี่ยวกับกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ผ่านความเห็นชอบ 3 วาระของรัฐสภา วันนี้ ครม.จึงมี 2 ทางเลือก เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทางเลือกที่ 1 คือการมีมติก่อนวันที่ 14 พ.ค. เพื่อยืนยันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ (1 ฉบับของพรรคภูมิใจไทย / 1 ฉบับของพรรคประชาชน) ที่เคยผ่านวาระ 1 ของรัฐสภามาแล้วได้ไปต่อ หากเป็นเช่นนั้น ทั้ง 2 ร่างก็จะต้องถูกพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ ก่อนถูกเสนอกลับมาที่รัฐสภาในวาระ 2 และ 3
เขากล่าวอีกว่า ทางเลือกที่ 2 คือการที่ ครม.ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งหมายความว่ากระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไปต่อได้ ต่อเมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่อีกรอบหนึ่ง โดย ครม. สมาชิกรัฐสภา หรือภาคประชาชน เพื่อเริ่มพิจารณาในวาระที่ 1 แต่ล่าสุดดูเหมือนรัฐบาลจะไม่เลือกแม้แต่ทางเลือกเดียว หาก ครม.ปล่อยให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ที่ค้างจากรัฐสภาชุดที่แล้วตกไป โดยไม่มีคำสัญญาว่า ครม.จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่ หรือไม่เมื่อใด สะท้อนชัดว่ารัฐบาลขาดความจริงใจในเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ
นางศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุตอนหนึ่งว่า 9,000 ล้าน เพื่อเริ่มใหม่จากศูนย์ ถ้ารัฐบาลจะตีตกร่างแก้รัฐธรรมนูญ แล้วให้ประชาชนทำประชามติไปเพื่ออะไร
เธอบอกว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลใช้อธิบายการตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนกระบวนการต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น แต่คำถามคือ แล้วที่ผ่านมา ที่ประเทศนี้เดินหน้าจัดประชามติ เตรียมเลือกตั้ง ใช้งบประมาณมหาศาล และให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ ทั้งหมดนั้นคืออะไร ประเทศไทยกำลังจะเสียงบประมาณเกือบ 9,000 ล้านบาท สำหรับการเลือกตั้งและประชามติร่วมกันในปี 2569 ตามข้อมูลที่รัฐบาลและ กกต.เคยหารือร่วมกันไว้เอง
นางศศินันท์กล่าวว่า รัฐบาลเคยบอกว่า การทำประชามติคือการคืนอำนาจให้ประชาชน คือการถามประชาชนว่าอยากมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ แต่วันนี้ เมื่อถึงเวลาต้องเดินหน้าจริง รัฐบาลกลับเลือก "ตีตก" ร่างแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลว่า "ยังมีเรื่องเร่งด่วนกว่า" นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายตก แต่มันคือคำถามเรื่อง “ความจริงใจทางการเมือง” เพราะการทำประชามติไม่ใช่แค่ “หย่อนบัตรลงกล่อง” มันมีทั้งต้นทุนงบประมาณ ต้นทุนเวลา และต้นทุนความหวังของประชาชน
วันเดียวกัน นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้เร่งผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยนำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 เป็นรากฐาน โดยนายเมธากล่าวว่า การประชามติจากประชาชนทั่วประเทศเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น ประชาชนกว่า 21 ล้านคนมาลงประชามติ เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผลพวงของการประชามติจากประชาชนซึ่งเป็นเสียงสวรรค์ จึงผูกพันต่อทั้งรัฐบาลและรัฐสภา
“นายกฯ ต้องเร่งผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็วตามเจตนาประชาชน ขอเรียกร้องให้การประชุม ครม.วันอังคารที่จะถึงนี้ ก่อนครบรอบ 60 วัน ให้นายกฯ นำเรื่องเข้าหารือเสนอให้ยืนยันกฎหมาย โดยนำเอาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ค้างในวาระ 2-3 ของรัฐสภาก่อน มาพิจารณาต่อ ก่อนหมดเขตวันที่ 13 พ.ค.69 นี้” นายเมธาระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’
นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป
ชงศาลฎีกาฟัน 14 ปปช.
“ณัฐพงษ์” นำทีมยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปัดตกคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา หวัง “โสภณ” ใช้ดุลพินิจส่งเรื่องเร็ว “นันทนา” ต้องลบครหาระบอบสีน้ำเงิน “ศรีสุวรรณ” ยื่นฟัน “ไชยชนก” ผุดโครงการ TH-AI Passport
พระเมรุมาศ คืบหน้า24% คาดเสร็จทัน
"ศุภจี" ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ "พระพันปีหลวง" กำชับให้ถูกต้อง งดงาม สมพระเกียรติยศ เผยโครงสร้างพระเมรุมาศคืบหน้า 50% ภาพรวมแล้วเสร็จ 23.65%
ชี้เลือกตั้ง ‘กทม.’ ยังมีลุ้น เท้งวอนหยุดบี้ปมสุรพล
“โพลพระปกเกล้า” พบสนามเลือกตั้งเมืองหลวงยังเปิดกว้าง “เท้ง” รับเคยทาบ “สุรพล” ชิงผู้ว่าฯ กทม.มาแล้ว วอนหยุดขยายประเด็น ด้าน “อนุชา”
ฟ้องแม้ว!ล้มละลาย สรรพากรขู่หากรีดภาษีได้ไม่ครบ/อนุทินเชื่อเจ้าตัววางมือ
"รมว.ยุติธรรม" ลงนามตั้ง คกก. 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว "ทักษิณ-นักโทษทั่ว ปท." หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ "ปลัด ยธ." คาดภายในสิ้นเดือน มิ.ย.น่าจะออกใบบริสุทธิ์ได้
คลังปัดเช็กบิลย้อนหลัง ลุยเกณฑ์บัตรคนจนต่อ!
“ปลัดคลัง” ยันไม่มีตรวจสอบภาษีย้อนหลัง กรณีใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้วไม่อุปการะบุพการี เดินหน้าเกณฑ์คัดกรองบัตรคนจนเข้มตามเดิม เชื่อคนจะหลุดสิทธิมากสุดจากเครดิตบูโร หวังปี 2571 ใช้ระบบภาษีติดลบได้

