แม้วไปจำศีลมาจันทร์ส่องหล้าคึก

"ทักษิณ" ดี๊ด๊าหลุดพ้นลูกกรง บอกเข้าไปจำศีลมา 8 เดือน จำอะไรไม่ได้แล้ว “อิ๊งค์” โพสต์ต้อนรับเสาหลักจันทร์ส่องหล้าคืนรัง ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างในวันที่ยากที่สุดเสมอ ด้านคุมประพฤติขึงขังติดกำไล EM ทันที ขีดเส้นห้ามออกนอกจังหวัด-รายงานตัวทุกเดือน ขณะที่ "อนุทิน" ดีใจนายเก่าพ้นห้องขัง หาจังหวะดอดเยี่ยม “จตุพร” ฝากให้คิด ไม่ถอดลายชักใยการเมืองเจอ 2 เงื่อนชักกระตุกกลับซังเตยาว

เมื่อวันจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเช้า   บริเวณริมถนนงามวงศ์วาน หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม มีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงนับพันเดินทางมาให้กำลังใจและรอต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำ โดยคนเสื้อแดงบางส่วนเดินทางมาจากต่างจังหวัด และได้ปักหลักค้างคืนตั้งแต่ค่ำวานนี้ (10 พ.ค.) บางส่วนทยอยเดินทางมาในช่วงเช้าวันนี้

โดยในเวลา 07.40 น. นายทักษิณได้เดินออกจากเรือนจำ สวมเสื้อขาว กางเกงสีดำ ก่อนพบครอบครัวและสวมกอดลูกๆ โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) สส.เพื่อไทย และคนเสื้อแดงมารอรับ จากนั้นยืนเคารพธงชาติและเตรียมเดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

เวลา 08.15 น. นายทักษิณขึ้นรถออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมพร้อมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปยังถนนงามวงศ์วาน มุ่งหน้าไปยังสำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 เขตบางกอกน้อย ซึ่งเป็นสถานที่รายงานตัวในการติดกำไลอีเอ็ม และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการนายทักษิณจะเดินทางเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นสถานที่ใช้พักโทษทันที ทั้งนี้นายทักษิณและครอบครัวชินวัตรมีนัดรวมตัวกัน เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันมื้อแรกกับนายทักษิณด้วย

เวลา 09.00 น. นายทักษิณเดินทางมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยมีมวลชนเสื้อแดงจาก 50 เขต กทม.มารอรับที่หน้าบ้าน ทันทีที่รถมาถึงคนขับได้หยุดรถและลดกระจกลง จากนั้นนายทักษิณได้ยื่นตัวออกมาจากรถเพื่อรับไหว้และโบกมือทักทายมวลชน ทั้งนี้นายทักษิณได้เปลี่ยนเสื้อตัวใหม่เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางสีขาว-น้ำเงิน

โดยสื่อมวลชนถามว่า ดีใจไหมที่ได้กลับบ้าน นายทักษิณกล่าวว่า "ไปจำศีลมา 8 เดือน" ขณะที่สื่อต่างชาติถามว่า รู้สึกอย่างไรหลังจากได้รับการปล่อยตัว นายทักษิณได้ยกมือสองข้างขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกล่าวว่า  "Relief" (โล่งใจ ผ่อนคลาย)

เมื่อถามว่า 8 เดือนได้เรียนรู้อะไรจากข้างในบ้าง นายทักษิณกล่าวว่า "ไปจำศีลมา ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว" เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง แข็งแรงดีไหม นายทักษิณไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่ยิ้มและยกมือไหว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาคนในครอบครัวชินวัตร อาทิ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์, นายพานทองแท้ ชินวัตร รวมถึงบรรดาหลานๆ ญาติพี่น้องได้มารอต้อนรับที่บ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมกันนี้ยังมีบรรดาน้องๆ ของนายทักษิณเดินทางเข้ามารวมตัวกันด้วย ทั้งนี้ในวันที่ 12 พ.ค.นายทักษิณจะเดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระรามเก้าเพื่อเป็นการเช็กอัปร่างกาย

ขณะที่ น.ส.แพทองธารโพสต์ภาพลงสตอรีในแอปพลิเคชันอินสตาแกรม โดยเป็นภาพถ่ายคู่กับนายทักษิณ  ภายหลังออกจากเรือนจำกลางของเปรม พร้อมข้อความว่า  “welcome back daddy” นอกจากนี้ได้โพสต์ภาพในอินสตาแกรมร่วมกับนายทักษิณและนายพานทองแท้, นางสาวพินทองทา, นายปิฎก สุขสวัสดิ์, น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ, นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ พร้อมข้อความระบุว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วันนี้คือเรามีกันและกัน ขอบคุณพ่อที่ไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลย แม้ตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุด พ่อบอกว่า ถ้าพ่อแย่ ลูกๆ ยิ่งแย่กันไปใหญ่ ขอบคุณพี่ๆ เขยสะใภ้ ที่ยืนเคียงข้างกันอย่างหนักแน่น แม้ในรูปนี้ไม่มีคุณแม่ แต่ลูกขอกราบขอบพระคุณแม่ ที่วันนี้ อายุ 70 กว่าแล้ว ก็ยังยืนเป็นเสาหลักให้ได้พิง เป็นอ้อมกอดอุ่นๆ ให้ลูกๆ ได้อยู่รอดอย่างอุ่นใจ"

ห้ามออกต่างจังหวัด

 “ขอบคุณเพื่อนๆ และพี่น้องพรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนที่อยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากที่สุดมาเสมอ มันมีความหมายกับพวกเรามากจริงๆ ค่ะ รักจากใจค่ะ #daddyshome" ทั้งนี้ภาพดังกล่าวถ่ายที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หลังจากที่นายทักษิณได้รับการพักโทษ และเดินทางกลับมาถึงบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณประสงค์จะอยู่กับครอบครัวในวันแรกที่ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม จึงไม่มีการเปิดบ้านต้อนรับบุคลอื่นให้เข้ามาเยี่ยม เนื่องจากจะขออยู่กับครอบครัวเป็นการส่วนตัว

วันเดียวกัน กรมคุมประพฤติแจ้งมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ในปล่อยตัวพักการลงโทษนักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2569 ซึ่งจะพ้นโทษและพ้นจากการพักการลงโทษในวันที่ 9 ก.ย. 2569 โดยพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับเรือนจำที่ปล่อยพักการลงโทษดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในทันที หลังจากนั้นให้ไปรายงานตัวต่อ พนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ภายในระยะเวลา 3 วัน

โดยในระหว่างการพักการลงโทษ มีเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือสำคัญพักการลงโทษ จนกว่าจะพ้นการพักการลงโทษตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมคุมประพฤติกำหนด อาทิ ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเดือนละ 1 ครั้ง, ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ ทั้งนี้หากผู้ได้รับการพักการลงโทษฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว  พนักงานคุมประพฤติต้องรายงานผลการคุมความประพฤติต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษต่อไป

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ขอยินดีกับนายทักษิณและครอบครัวด้วย วันนี้เราได้เห็นภาพนายทักษิณเดินทางกลับบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เราต้องปล่อยให้นายทักษิณได้มีความเป็นส่วนตัว หลังจากนี้ยังมีเรื่องทางกระบวนการกฎหมายที่นายทักษิณยังต้องไปดําเนินการ ท่านต้องมีการปรับตัว และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของท่าน ให้ท่านมีช่องว่างความเป็นส่วนตัว

นายกฯ หาโอกาสไปเยี่ยม

 “ผมดีใจที่ท่านได้ออกมา และบรรยากาศการเมืองหลังจากนี้ก็มองทุกอย่างเป็นบวก ถ้าเราตั้งใจทํางานด้วยความสุจริตใจ ว่าสิ่งที่ทําทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ไม่มีอะไรต้องกังวล ถ้าทําคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน ต่อให้ผิดก็ยอมรับผิด เพราะอย่างไรก็ถือเป็นความภาคภูมิใจ ถ้าคนหลายสิบล้านได้ประโยชน์แล้วเรามีความผิดก็ยอม” นายอนุทินระบุ

เมื่อถามว่า ในฐานะที่นายทักษิณเป็นผู้บังคับบัญชาเก่า หลังจากนี้จะมีโอกาสไปพบเป็นการส่วนตัวหรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า "มีอยู่แล้ว พอทุกอย่างผ่านไป กรุงเทพฯ มีอยู่แค่นี้ การพบปะใครโดยเฉพาะคนที่รู้จักกันมา เคารพนับถือกันมา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร"

ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง  พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ระบุว่า คิดว่าไม่น่าจะมีประเด็นอะไร คงต้องติดตามดูท่าทีของนายทักษิณว่าจะมีการเข้ามามีส่วนร่วมกับทางพรรคเพื่อไทยอย่างไร

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า จะทำอย่างไรที่ให้กระบวนการยุติธรรมรองรับหลายกลุ่มเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองมาก่อน ให้เขาได้รับความคุ้มครองแบบเดียวกันกับที่นักการเมืองได้รับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า ถ้าประกาศจะสู้ทางการเมืองต่อไปย่อมไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน แต่ปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากอ้างกลับมาไทยเพื่อเลี้ยงหลาน แต่ยุ่งการเมืองจนเกิดความวุ่นวายตามมาอีก  ถ้าบอกว่าล้างมือในอ่างเด็ดขาด ใช้ชีวิตสงบในวัย 77 ปี ใครก็ไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตของบุคคลธรรมดา เพราะไม่ใช่คนสาธารณะ ถ้าเข้ามายุ่งทางการเมืองซึ่งเป็นสิทธิ์ และฝ่ายต่อต้านก็มีสิทธิ์ต้าน ฝ่ายสนับสนุนก็มีสิทธิ์สนับสนุนเช่นกัน

 “อีกทั้งทักษิณยังมีอีกสองคดี คือคดีชั้น 14 และ ม.112 ซึ่งมีโอกาสกลับเข้าคุกได้อีก โดยคดีชั้น 14 น่ากลัวกว่าคดี ม.112 หลายเท่าตัว และอาจจะมาเร็วด้วย ซึ่งต้องขบคิด อีกอย่างจุดสูงสุดทางการเมืองของทักษิณผ่านไปแล้วและคงกู่ไม่กลับ การอยู่เบื้องหลังทำได้ แต่ว่าบางทีคนเราไม่ชินเหมือนกัน เพียงแต่ว่าทำใจได้หรือเปล่า ความจริงเสืออยู่มุมไหนก็เป็นเสือ ถ้ามาคำรามอยู่สี่แยกก็ไม่น่ากลัว เพราะไม่ใช่พื้นที่ (คำราม) ดังนั้นจึงอยู่ที่วิถีทางถัดจากนี้ไป ดังนั้นในสถานะคนผ่านคุกกันมา เห็นว่าเชือก (คดี) ยังผูกขาอยู่อย่างน้อยสองเส้น” นายจตุพรระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทักษิณ' ปิดบ้านจันทร์ส่องหล้า งดรับแขก ขออยู่กับครอบครัวแบบส่วนตัว

ความเคลื่อนไหวที่บ้านเลขที่ 472 หรือบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงเนื่องจากได้พักโทษ

'อนุทิน' ยินดี 'ทักษิณ' กลับบ้าน บรรยากาศการเมืองหลังจากนี้มองทุกอย่างเป็นบวก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษจะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไรว่า ตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ขอยินดีกับนายทักษิณ และครอบครัวด้วย