"อนุทิน" เรียกบิ๊ก ตร.เข้าทำเนียบรัฐบาล สั่งเอาจริงปราบนอมินีต่างชาติ-รุกที่สาธารณะให้สิ้นซาก ให้อธิบดี ปค.สอบนายอำเภอพื้นที่ภูเก็ต-สุราษฎร์ฯ พร้อมใช้กลไก ปปง.ไล่ตรวจเส้นทางการเงิน ขรก.ฝ่ายปกครองและ ตร.ที่เอี่ยวเครือข่ายผิดกฎหมาย "สุชาติ ลั่น! รื้อสิ่งปลูกสร้างบนหาดนุ้ยทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. เข้าพบบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
ภายหลังเสร็จสิ้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยได้ให้รถไปรับที่ข้างหลังตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะเดินทางออกไป
ขณะที่ พล.ต.ท.จิรภพเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกหน่วยงานมากำชับเรื่องการปราบปรามชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย ทั้งหาดฟรีดอมที่ จ.ภูเก็ต และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมสั่งการให้จัดการอย่างสิ้นซาก ทั้งนี้ นายกฯ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กฎหมายในการจัดการและดูแลสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหาดฟรีดอมและเกาะพะงัน ที่มีนอมินีต่างชาติ ซึ่งการทำงานจะนำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. รวมถึงทีมงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยกันปราบปรามอย่างจริงจัง นายกฯ ย้ำว่าจะต้องจัดการให้สิ้นซาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการหารือถึงมาตรการด้านวีซ่าด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพยอมรับว่า มีบ้าง เพราะถือเป็นนโยบายภาพใหญ่ในการแก้ไขปัญหา ขณะนี้นายกฯ กำลังดำเนินการอยู่ เมื่อถามว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสนอข้อเสนออะไรหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร.ได้มีการพูดคุยรายละเอียดกันอยู่ตลอด
ทั้งนี้ หลังจากที่นายอนุทินพร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ติดตามปัญหานอมินีต่างชาติ การรุกพื้นที่สาธารณะ และการประกอบกิจการผิดกฎหมาย ในพื้นที่หาดฟรีดอม จ.ภูเก็ต และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ระหว่างการลงพื้นที่ดังกล่าว นายอนุทินได้เรียกนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าพบเป็นการด่วน พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอำเภอและฝ่ายปกครองในพื้นที่ จ.ภูเก็ตและ จ.สุราษฎร์ธานี ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดปัญหานอมินีต่างชาติ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ได้
ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้กำชับให้อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.อีกตำแหน่ง ใช้กลไกของ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของข้าราชการฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.ภูเก็ตและ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นกรณีพิเศษ หากพบมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนอมินีต่างชาติ หรือการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ให้ดำเนินการทางกฎหมายและทางวินัยอย่างเด็ดขาด สำหรับการสั่งการครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนของรัฐบาล ต้องการรื้อกลไกอิทธิพลและขบวนการผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่ใช้อิทธิพลของกลุ่มทุนสีเทาเพิ่มมากขึ้น
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” ว่า ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือประกอบธุรกิจในประเทศไทย ให้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะมาตรการเอกซเรย์พื้นที่ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยและลงทุนจำนวนมาก ซึ่งเกาะพะงันถือเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ
โฆษก สตช.กล่าวว่า จากการสืบสวนตรวจสอบพบบริษัทนิติบุคคลบนเกาะพะงันทั้งหมด 3,754 ราย และพบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นถึง 2,381 ราย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย และออกหมายจับอีก 3 ราย พร้อมตรวจยึดโฉนดที่ดิน 37 แปลง มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท โดยหลังจากนี้จะเร่งสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน รวมถึงตรวจสอบผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง
พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวอีกว่า การที่ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยสามารถทำได้ หากดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย เช่น การถือหุ้นต้องไม่เกินสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด แต่ปัญหาที่พบคือการใช้ “นอมินี” หรือการให้คนไทยถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางการถือครองธุรกิจและทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึกถึงรูปแบบการถือหุ้นไขว้กันของบริษัทต่างๆ ว่าเข้าข่ายการอำพรางหรือไม่ โดยพบลักษณะใช้คนไทยกลุ่มเดิมถือหุ้นหรือเป็นกรรมการในหลายบริษัท สลับกันไปมา จนอาจเข้าข่ายเป็น “บริษัทม้า” หรือบริษัทนอมินี
ช่วยปกปิดอำพราง
เมื่อถามถึงประเด็นที่อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือสำนักงานกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบว่าบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “รู้หรือควรรู้” หรือไม่ว่าการจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการช่วยปกปิดอำพรางให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบงำธุรกิจในไทย โดยเฉพาะกรณีสำนักงานกฎหมายหรือทนายความที่รับดำเนินการจัดตั้งบริษัท ซึ่งจะต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานอย่างละเอียด
“ส่วนคนไทยที่เข้าไปถือหุ้นแทน หากพบว่ามีพฤติการณ์ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการถือหุ้นแทนบุคคลต่างด้าว ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินคดีแล้ว 2 ราย และอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม”
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่อป้องกันการครอบงำธุรกิจและถือครองทรัพย์สินในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
วันเดียวกันนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้, นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงตรวจสอบพื้นที่หาดนุ้ย ตำบลกะรน อำเภอเมืองฯ จังหวัดภูเก็ต
นายสุชาติกล่าวว่า "วันนี้ ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่พร้อมท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สืบเนื่องมาจากท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มาตรวจราชการเมื่อวานนี้ (13 พ.ค.) ที่หาดฟรีดอม มีประชาชนและทางกำนันตำบลกะรนได้ร้องเรียนในเรื่องของหาดนุ้ย มีกลุ่มนายทุนครอบครองไว้นานแล้ว และมีคดีความตั้งแต่ปี 2561 ปี 2562 ปี 2567 ซึ่งกรมป่าไม้ได้มีการจับกุมและฟ้องศาล จนคดีน่าจะถึงที่สุดอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาเด็ดขาดบางประเด็น ซึ่งกราบเรียนว่า ที่พี่น้องประชาชนเฝ้ามองอยู่ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะป่าไม้นั้น จะดำเนินการหรือกล้าหรือไม่ ผมบอกเลยว่าใครไม่กล้าก็ย้ายออกไปหมดแล้ว เอาคนที่กล้าเข้ามาทำ"
"ถ้าท่านนายกฯ มา ผมมา ท่านผู้ว่าฯ มา มีอะไรที่ผู้ว่าฯ ชาวบ้านหรือกำนันจะกลัวอะไรอีก ก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัว เพราะเรามาทำงาน เราจะเอาหาดซึ่งเป็นของป่าไม้คืนกลับสู่กรมป่าไม้ และจะให้กรมป่าไม้ประกาศเป็นป่านันทนาการ ร่วมทำงานพัฒนาร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุมชนท้องถิ่น"
เขายืนยันว่า จะไม่มีเส้นทางที่ลงมาแล้วปิดประตูเก็บค่าผ่านด่าน แบบนี้ต้องไม่มี ซึ่งตรงนี้เป็นที่ของหลวง จะต้องรื้อทิ้งให้หมดภายใน 1 สัปดาห์ อธิบดีกรมป่าไม้จะต้องเซ็นอนุมัติมาตรา 25 เพื่อติดประกาศรื้อให้หมดภายในสัปดาห์นี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แฉเกมเขมรยั่วยุ ทำสงครามข่าว ละเมิดGBCอีก
"โฆษก ทบ." ชี้ "กัมพูชา" ยังเล่นเกมยั่วยุชายแดน ยิงปืนป่วนรายวัน
เท้งสำนึกความเป็นผู้แทน ภท.จ่อเคาะร่างแก้ไขรธน.
"ณัฐพงษ์" รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ
ภท.รีเซตเกมแก้รธน. ปชน.ต้องจำบทเรียน
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไป “นับหนึ่งใหม่” อย่างเป็นทางการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
งัดม.157จี้เก็บภาษีแม้ว
"ถาวร" บี้กรมสรรพากรฟ้องล้มละลาย "ทักษิณ" ไม่ชำภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท
ถก10กลุ่มทุนใหญ่ รัฐบาลนำไอเดียยกเครื่องศก./สภาเบรกบรรจุพ.ร.ก.กู้เงิน
รัฐบาลคึกคัก! "นายกฯ" เรียก "รมต." บรีฟข้อมูลก่อนเปิดทำเนียบฯ
เสี่ยงทาย‘วันพืชมงคล’ น้ำน้อย-ค้าขายดีศก.รุ่ง
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2569

