เท้งสำนึกความเป็นผู้แทน ภท.จ่อเคาะร่างแก้ไขรธน.

"ณัฐพงษ์" รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ ให้คำมั่นจะทำหน้าที่ด้วยสำนึกความเป็นผู้แทนราษฎร เร่งเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด  "ภท." เตรียมเสนอที่ประชุมพรรคเคาะร่าง รธน.ฉบับใหม่ 19 พ.ค. ก่อนชงสภาตามผลประชามติ 21 ล้านเสียง ไม่แตะอำนาจ สว. "เสรีพิศุทธ์" ลุยล่าชื่อยื่นถอดถอน "อนุทิน-ไชยชนก" ปมเขากระโดง  ปชป.จ่อเปิดตัว "อนุชา" ลูกเขยอดีตผู้ว่าฯ กฤษฎา  ขอตามรอยพ่อตา

ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. สภาผู้แทนราษฎรจัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  โดยเลขาธิการสภาฯ ได้เชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จากนั้นนายณัฐพงษ์ได้ถวายบังคมต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันเสร็จพิธี

จากนั้นนายณัฐพงษ์แถลงว่า ขอให้คำมั่นสัญญากับพ่อแม่พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนว่า  จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ด้วยสำนึกความเป็นผู้แทนราษฎร ความเป็นตัวแทนของประชาชนในการให้ข้อเสนอแนะและตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมา โดยยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง ตลอดจนการทำหน้าที่ในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระต่างๆ ให้ปราศจากการถูกครอบงำ และแทรกแซงจากกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยตนจะเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โดยเร็วที่สุด เพื่อให้องค์ประกอบของรัฐสภามีความครบถ้วนสมบูรณ์

ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย และรัฐสภา ในฐานะองค์กรที่เป็นศูนย์รวมอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ จะเร่งเดินหน้ากระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ลงประชามติไว้ในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อไหร่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้โดยเร็วที่สุด คือการแสดงความจริงใจจากฝั่งรัฐบาล แต่ในส่วนของกฎหมายที่เลยกำหนด 60 วันมาแล้ว เป็นสิ่งที่สมาชิกรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรโดยพรรคประชาชน หรือพรรคอื่นจะริเริ่มกระบวนการในส่วนนี้ด้วย ยืนยันว่าพวกเราจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และหากมีการแต่งตั้งวิปฝ่ายค้าน คงได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ จะเร่งกระบวนการและยื่นเข้าสู่สภาโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา 15 พ.ค. พรรคประชาชนจะใช้โอกาสนี้ในการอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มี และในวันพรุ่งนี้จะมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่รัฐบาลยังไม่ได้ส่งคืนกลับมา และคงจะใช้เป็นเวทีที่เราจะได้ทวงถามรัฐบาลว่า กฎหมายอีกหลายฉบับที่เป็นประโยชน์ เหตุใดรัฐบาลถึงตีตก ไม่นำกลับมาพิจารณาต่อ หลังจากที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาชนจะต้องไปปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเฉพาะสูตรของกรรมการยกร่าง และความไม่ชัดเจนในการแก้ไขหมวดหนึ่งและหมวดสองหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คงมีการหารือกันอยู่แล้ว แต่รายละเอียดขอให้เป็นโอกาสต่อไป

ภท.จ่อชงร่างแก้ รธน.

ทางด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับเสียงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง ที่ต้องการให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังคณะรัฐมนตรีไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภาชุดที่ผ่านมาว่า เคยแสดงความเห็นไปแล้วว่า ในมุมของรัฐบาล การไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภา เป็นเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาที่ผ่านมาเคยเป็นเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การยุบสภา เนื่องจากเกิดความขัดแย้งเรื่องการตัดอำนาจวุฒิสภา 1 ใน 3 ในการให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 “หากรัฐบาลยืนยันร่างกลับไป ก็อาจคาดการณ์ได้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสภา คงไม่ต่างจากเหตุการณ์ก่อนยุบสภา และเชื่อว่าวาระ 3 ก็คงไม่สามารถโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส่งผลให้เสียเวลา เพราะจะไม่สามารถเสนอญัตติที่มีลักษณะเดียวกันได้อีกภายในสมัยประชุมเดียวกัน และอาจทำให้เจตนารมณ์ของผู้ที่ออกไปทำประชามติเสียไป” นายภราดรระบุ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีสภาชุดใหม่ จึงเป็นเหตุอันชอบธรรมที่ สส.และพรรคการเมืองจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยพรรคภูมิใจไทยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งขณะนี้ได้ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้แล้ว หากที่ประชุมพรรคเห็นชอบจะใช้รายชื่อ สส.ของพรรคจำนวน  192 คน เสนอร่างแก้ไขเพียงพรรคเดียว เนื่องจากมีจำนวนเพียงพอตามเงื่อนไข 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ เนื้อหาหลักของร่างใหม่จะไม่นำประเด็นปัญหาในร่างเดิมกลับมาเขียนไว้ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันและสามารถเดินหน้าต่อได้ พร้อมกำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการคัดเลือกผ่านกลไกรัฐสภา โดยเปิดให้ผู้สนใจสมัครเข้ามา

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงกรณีจุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังเดินหน้าสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ยังยืนยันสิ่งที่ได้พูดไว้ เพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพราะมีการทำประชามติมาแล้ว อย่างไรก็ตามต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ เพราะจากเหตุการณ์ครั้งก่อน แสดงให้เห็นว่าต้องได้ข้อสรุปที่ตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเป็นเหมือนเดิม คือต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 ดังนั้นควรมีการพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อให้อยู่ในร่องรอยเดียวกัน ซึ่งยังมีอุปสรรคในการแก้ไขอยู่ ฉะนั้นต้องมาพูดคุยแล้วยกร่างที่ทุกฝ่ายยอมรับได้และผลักดันได้จริง แต่ต้องยอมรับว่าในนาทีนี้ การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนสำคัญที่สุด

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่า จะมีการหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการเข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาฯ พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัตินายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีประพฤติผิดไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 160 (4) (5) ให้ความเป็นรัฐมนตรีจึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และวรรคสาม ประกอบมาตรา 82 หรือไม่

โดยขณะนี้ได้จัดทำข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน ข้อกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว ในประเด็นคือ 1.กรณีถือครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งยังผิดกฎหมาย เอามาใช้ประโยชน์เพื่อตัวเอง และ 2.ประเด็นการนำเงิน นำประชาชนไปอุดหนุนการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบมาตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปี 2570 อนุมัติอีก 7,000 ล้านบาท

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีกับนายอนุทิน นายไชยชนก ตลอดจนปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 โดยในส่วนของนายไชยชนก อาจจะโดนเรื่องการบุกรุกตามกฎหมายที่ดินด้วย หลังเสร็จสิ้นเรื่องนี้ตนจะลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อกล่าวหาต่อตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับตระกูลชิดชอบทั้งหมด กรณีบุกรุกที่ดินเขากระโดง แล้วถ้าหากผู้ว่าฯ การรถไฟฯ คนใหม่ยังนั่งเฉยจะโดนด้วย

'อนุชา' ชิงผู้ว่าฯ กทม.

ทางด้านความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตลาดพลู ซึ่งเป็นถิ่นเก่าในวัยเด็ก โดยได้เดินพบปะแนะนำกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด พร้อมเปิดเผยว่า มีกําหนดการลงพื้นที่ทุกวัน เดินเป็นทีม มี สส.ร่วมด้วย เพื่อรับฟังประชาชน ส่วนมากเป็นปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ค้าขาย ตรงกับนโยบายค้าขายง่ายที่เป็นวาระเมืองกรุงเทพฯ ที่จะผลักดันย่านท่องเที่ยวในแต่ละด้านให้มีคนในชุมชนร่วมกันสร้างสตอรีของย่านนั้นๆ ให้เป็นเอกลักษณ์ ส่วนสิ่งที่จะนํามาปรับใช้กับที่นี่คือเรื่องทางเดินเท้า แม้ว่ารอบๆ อาจจะเรียบ แต่บริเวณใกล้ป้ายรถเมล์ หรือจุดเชื่อมต่อต่างๆ และเส้นทางรถไฟยังเดินได้ค่อนข้างลําบาก

ขณะที่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดตัวผู้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทั้งโชว์วิสัยทัศน์ และเปิดตัวผู้ลงสมัครเลือกตั้ง สก.ทั้ง 50 เขตอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 พรรคประชาธิปัตย์

โดยมีรายงานว่า จะมีการเปิดตัวนายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.กทม.เขตคลองเตย ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค หลังเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานายอนุชาไปปรากฏตัวในงาน "AI Demo Day: Bangkok Build AI" ซึ่งพรรคจัดที่โรงงานยาสูบมาแล้ว

สำหรับนายอนุชา ลาออกจากประชาธิปัตย์ หลังเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งสอบตก โดยไปอยู่กับรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ ตามคำชักชวนของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมัยเป็น รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกัน จากนั้นได้ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อมาเลือกตั้งปี 2566 นายอนุชาย้ายไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ และได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ จากนั้นการเลือกตั้งปี 2569 ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 28 จึงยังไม่ได้เป็น สส. ก่อนจะเพิ่งลาออกจากพรรคภูมิใจไทยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายอนุชาเป็นลูกเขยของ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา อดีตผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ยุคพรรคพลังธรรม ก่อนเข้าสู่การเมือง มีธุรกิจส่วนตัวเป็นเจ้าของบริษัท เมโทรเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมชีนเนอรี่ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักรายใหญ่ของเมืองไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภท.รีเซตเกมแก้รธน. ปชน.ต้องจำบทเรียน

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไป “นับหนึ่งใหม่” อย่างเป็นทางการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)