มติรัฐสภาเอกฉันท์ 611 ต่อ 3 เสียง เดินหน้าร่าง กม. 34 ฉบับค้างท่อต่อในสภา "ภราดร" ยันกฎหมายเป็นของรัฐสภา "เท้ง" ถามปัดตก กม.หลายฉบับ อำนาจพิจารณาอยู่ที่รัฐบาลหรือรัฐสภา "สว.นันทนา" โวย รบ.เตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ "อภิสิทธิ์" ซัด ครม.หนูเมิน กม.ภาคประชาชน จี้เคารพมติแก้ รธน. “หมอวรงค์” ฝากคุณสมบัติ ส.ส.ร.ต้องเป็นกลาง ขอบคุณรัฐบาลดัน 2 กม.เป็นประโยชน์กลับเข้าสภา
ที่รัฐสภา วันที่ 15 พ.ค.2569 เวลา 09.30 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม วาระเรื่องด่วนคือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบและยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค.และวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ครม.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ค้างพิจารณาทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาข้างต้นแล้ว มีมติให้ร้องขอเพื่อให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.จำนวน 2 ญัตติ รวมทั้งสิ้นจำนวน 34 ฉบับ ซึ่งไม่ได้ยืนยันร่างกฎหมายเฉพาะของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมีของ สส.และภาคประชาชน ซึ่ง 34 ฉบับนั้นเป็นเจตนารมณ์และความจริงใจของรัฐบาล ที่พิจารณาอย่างถ้วนถี่ต่อการยืนยันร่างกฎหมาย สำหรับร่างกฎหมายของภาคประชาชนที่เสนอต่อสภาชุดที่แล้ว 6 ฉบับ ครม.ยืนยัน 1 ฉบับ เพราะมีการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนมายังรัฐบาล
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านฯ อภิปรายว่า อยากตั้งคำถามและอยากได้ยินคำชี้แจงจากรัฐบาลว่ามีหลักคิดอะไร มีเหตุผลอะไรที่ปัดตกไม่ยอมให้กฎหมายอีกหลายฉบับ เช่น กฎหมายการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย PRTR ร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดิน ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ให้กลับเข้ามาสู่การพิจารณาในรัฐสภา รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ที่ถูกปัดตกเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ตนได้ยินนายภราดรออกมาให้เหตุผลว่า รัฐบาลมีความเห็นว่าหากส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ค้างท่ออยู่ในสภาชุดที่แล้วกลับมา อย่างไรก็คงไม่ผ่านรัฐสภาแห่งนี้ เพราะมีเพื่อนสมาชิกบางส่วนอาจจะไม่เห็นด้วย
"ตกลงแล้วอำนาจในการพิจารณากฎหมายอยู่ที่รัฐบาลหรืออยู่ที่รัฐสภา รัฐบาลสามารถคิดแทนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้จริงหรือ หากเสนอกฎหมายฉบับนี้มาแล้วจะไม่ผ่านเลยปัดตกเลยหรือ ในวันนี้ที่ ครม.มีมติส่งกลับมา มั่นใจได้อย่างไรว่าทั้ง 34 ฉบับที่ส่งกลับมาจะได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา หรือจริงๆ แล้ว 34 ฉบับเหล่านั้นได้มีการพูดคุยหลังบ้านหมดแล้วทั้งสภาล่างและสภาบน อย่างไรก็ผ่านสภาแน่นอน หรือจริงๆ แล้วกฎหมายฉบับใดที่จะไปแตะเรื่องโครงสร้างอำนาจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปกองทัพ การคุ้มครองแรงงานที่อาจจะไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนที่กำลังมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาลของท่านหรือไม่ รวมถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พวกผมกำลังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่ากติกาสูงสุดของประเทศในขณะนี้ กำลังเป็นฐานอำนาจให้กับรัฐบาลให้กับระบอบสีน้ำเงินของท่านหรือไม่” นายณัฐพงษ์กล่าว
ซัดรบ.เมินกม.ภาคปชช.
เวลา 09.45 น. น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ขอพูดเรื่องรัฐธรรมนูญแทนประชาชนที่ไปลงประชามติเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่รัฐบาลกลับไม่ยืนยันร่างที่พิจารณาค้างไว้ เป็นการซื้อเวลา เตะถ่วงไว้ให้นานที่สุด
เวลา 10.14 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า เรากำลังถามถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการผลักดันงานทางด้านนิติบัญญัติ บรรดากฎหมายที่รัฐบาลตัดสินใจไม่ยืนยัน ตนมีความวิตกกังวลว่าบ่งบอกบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับแนวคิดหรือทัศนคติของรัฐบาล เรื่องแรกที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของรัฐธรรมนูญ ความพยายามแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ดำเนินการมาเกือบ 10 ปี แต่มีอันเป็นไปทุกครั้ง
"วันนี้รัฐบาลเลือกที่จะให้กระบวนการนี้ต้องไปตั้งต้นใหม่ ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในประเด็นที่เป็นความละเอียดอ่อนและไม่ควรต้องมาเป็นประเด็นความขัดแย้งของสังคม ซึ่งการตัดสินใจไม่ยืนยัน ผมจึงมองว่าเป็นการไม่เคารพข้อตกลงที่เคยทำไว้ ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และมีแต่จะนำให้ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับเข้ามาอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง ซึ่งไม่ควรจะเป็นความขัดแย้งที่รัฐบาลจะส่งเสริมในสังคมนี้" นายอภิสิทธิ์กล่าว
หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรายงานเรื่องมลพิษ ซึ่งกฎหมายนี้ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่รัฐบาลจะไม่ยืนยัน และมีกฎหมายอีก 3-4 ฉบับที่รัฐบาลไม่ยืนยัน ก็สะท้อนให้เห็นว่ามุมมองและใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาประเทศนั้นอยู่ที่ไหนอย่างไร ในกฎหมายที่ใช้ชื่อว่าสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ก็คือการนิรโทษกรรมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ทางการเมืองรัฐบาลกลับไม่ให้ไปต่อ กลายเป็นว่ากฎหมายที่ประชาชนลงประชามติอยากให้เดินหน้า กฎหมายที่ภาคประชาชนเสนอกฎหมายที่คนเดือดร้อนจริงๆ รัฐบาลกลับตัดสินใจว่าไม่เดินหน้าควรต้องไปตั้งต้นกันใหม่หมด
"ฉบับสุดท้ายที่อยากทวงถามคือ กฎหมายอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ หรือ อสม. ไม่น่าเชื่อทำไมช่วงเลือกตั้งทุกคนรัก อสม.หมดเลย แต่เลือกตั้งเสร็จ นโยบายรัฐบาลก็ไม่เขียนถึง กฎหมายซึ่งเคยผลักดันไปจนจะทำให้มีการยกระดับสถานะหรือปรับปรุงสวัสดิการก็กลับถูกทิ้งอีก ทั้งๆ ที่ อสม.คือกลุ่มคนที่ทั่วโลกมองเป็นแบบอย่าง ทำไมจึงต้องกลับไปตั้งต้นใหม่ เป็นเรื่องที่วัดกันว่าทิศทางแนวคิดทัศนคติของรัฐบาลในการทำงานด้านนิติบัญญัติที่มีความสัมพันธ์กับตัวแทนของประชาชนและภาคประชาชนคืออะไร" หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
เวลา 11.05 น.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายตอนหนึ่งว่า เรื่องการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเพิ่มกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างไรก็ต้องดำเนินการที่รัฐสภาแห่งนี้ แต่จะบอกว่า ครม.ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เลยก็คงจะไม่ใช่ ซึ่งข้ออ้างจากรัฐมนตรีบางคนและ สส.รัฐบาลบางคนว่ายังขยับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะต้องแก้ปัญหาปากท้องก่อน ตนก็เพิ่งรู้วันนี้ว่าตกลงแล้วประเทศเรามีรัฐบาลที่ทำมากกว่าหนึ่งเรื่องไม่ได้
รัฐสภาฉลุย 34 ร่างกม.ค้างท่อ
เวลา 14.10 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า ที่ผ่านมาในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตนยืนอยู่ฝั่งข้างน้อย ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร ที่ผ่านมาแม้ตนจะเคยดีเบตทางการเมืองในเรื่องนี้แล้วแพ้ ตนก็ยอมรับได้ เพราะเสียงของประชาชน 21 ล้านคน บอกว่าต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ตนเคารพกติกา แต่สิ่งที่ตนอยากฝากไปยังผู้มีอำนาจในการรวบรวมเสียงเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ คือคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นอกจากเก่งและดี ที่สำคัญคือต้องเป็นกลาง
"ผมพอใจและขอบคุณที่รัฐบาลยืนยันกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา 2 กฎหมาย คือ 1.พ.ร.บ.อากาศสะอาด ภาคประชาชนจะมีสิทธิในการหายใจอากาศบริสุทธิ์ ปราศจาก PM 2.5 เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน" นพ.วรงค์กล่าว
เวลา 15.50 น. นายพริษฐ์ลุกขึ้นสอบถามว่า ตนมี 3 ประเด็นที่จำเป็นต้องลุกขึ้นมาอภิปรายในประเด็นที่อาจจะคลาดเคลื่อนจากที่นายภราดรได้ชี้แจง ประเด็นแรกคือเรื่องรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราเห็นคือนอกจาก ครม.จะไม่ยืนยันร่างเดิมแล้ว ยังไม่เคยมีคำมั่นสัญญาว่าจะเสนอร่างใหม่เข้ามาในนาม ครม. ที่ไม่ใช่ในนามของพรรคภูมิใจไทย
นายพริษฐ์กล่าวว่า ประเด็นที่สอง การที่บอกว่าพยายามจะออกแบบกระบวนการและวางหลักเกณฑ์ในการยืนยันกฎหมาย โดยการถามเจตนารมณ์ของผู้เสนอร่างนั้น แต่หากดูร่างที่ สส.เสนอ กลับไม่มีกระบวนการเช่นนั้นเลย ประเด็นสุดท้าย การที่นายภราดรบอกว่า ครม.มีการยืนยันร่างกฎหมายเป็น 2 รอบ และบอกว่าเป็นการพยายามวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบและให้มีความรอบคอบนั้น ในส่วนนี้ตนเห็นต่างและเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการทำงานแบบตกสำรวจ
ต่อมานายภราดรอภิปรายชี้แจงว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วงร่างของพรรค ภท. หากตนจะใช้เวทีแถลงถึงเนื้อหาสาระคงไม่เหมาะสม เพราะมาในฐานะตัวแทน ครม. ส่วนประเด็นที่บอกว่าหากยืนยันกลับมาใน 2 ร่าง ทั้งร่างของพรรค ปชน.และของพรรค ภท. เมื่อยืนยัน 2 ร่างมาแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นในชั้นคณะกรรมาธิการก็จะเป็นแบบเดิม เพราะ สว.ยังอยู่ ฉะนั้นอาจต้องไปตกแต่งร่าง และหากย้อนลงไปในรายละเอียดวันนั้น ถ้ารับหลักการแล้วเอาร่างของพรรค ภท.เป็นหลักปัญหาอาจจะไม่เกิดก็ได้ เพราะในร่างของพรรค ภท.เห็นด้วยกับตนเขียนเอาไว้ว่า ให้ สว.ยืนยันลงมติในวาระสามที่ 1 ใน 5 แม้จะไม่เป็นไปตามที่ สว.ต้องการคือ 1 ใน 3 แต่อย่างน้อยก็ยังคงอำนาจให้เขาไว้
“การที่จะขอความร่วมมือจากเพื่อน ขอความร่วมมือจากใคร เราตัดมือเขาทิ้งไม่ได้ ก็ต้องอะลุ่มอล่วยกัน ก็ต้องเจรจาพูดคุยกัน ไม่เช่นนั้นท่านทำอะไรไม่มีทางสำเร็จ ถ้าเอาเจตจำนงของตัวเองเป็นที่ตั้งโดยไม่ฟังเพื่อนคนอื่นเลย” นายภราดรกล่าว
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เรื่องที่ให้รัฐบาลมองว่าการยืนยันร่างกฎหมายนั้น อย่ามองว่าเป็นกฎหมายของใคร เพราะเมื่อผ่านรับหลักการในวาระ 1 เป็นของสภานั้นแน่นอน รัฐบาลมองแบบนายอภิสิทธิ์ และขอย้ำว่าไม่เช่นนั้นร่างกฎหมายของพรรค ปชน. พรรคกล้าธรรม ที่เป็นฝ่ายค้านขณะนี้ พวกตนไม่หยิบมาพิจารณา แต่ตนมองว่าร่างใดจะเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงที่สุด
ทั้งนี้ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายเสร็จสิ้น จึงได้ลงมติโดยที่ประชุมได้ใช้วิธีการลงมติครั้งเดียวว่าจะเห็นชอบร่างกฎหมายที่ ครม.ร้องขอต่อรัฐสภาทั้ง 34 ฉบับหรือไม่ มติของที่ประชุมเห็นชอบ 611 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง จากนั้นนายโสภณได้สั่งปิดประชุมทันทีในเวลา 16.20 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐสภาลงมติเห็นชอบแล้ว ร่างกฎหมายทั้ง 34 ฉบับจะกลับไปสู่ขั้นตอนที่ค้างอยู่ ยกเว้นหากเป็นร่างกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอน กมธ.ของสภา ทางสภาต้องตั้ง กมธ.ชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณา ขณะที่วาระ กมธ.ของ สว.นั้น จะให้วิปวุฒิสภาพิจารณาว่าปรับเปลี่ยน กมธ.หรือให้ชุดเดิมทำงานต่อ
สำหรับขั้นตอนของร่างกฎหมายที่ค้างอยู่นั้น แบ่งเป็น 1.ร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคือสภา จำนวน 1 ฉบับ 2.อยู่ในชั้น กมธ.วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้วรอเข้าวาระพิจารณา 4 ฉบับ 3.อยู่ในชั้น กมธ.ของวุฒิสภา จำนวน 3 ฉบับ 4.รอการพิจารณาของวุฒิสภาวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ 5.อยู่ในส่วนที่ กมธ.สภาฯ พิจารณาเสร็จแล้วรอพิจารณาวาระสอง จำนวน 5 ฉบับ 6.อยู่ระหว่างพิจารณาของ กมธ.สภาฯ จำนวน 1 ฉบับ และ 7.รอพิจารณาวาระที่หนึ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนูจี้เคลียร์สินบน ลั่นล้าง‘ตราบาป’
ผลสำรวจ กกร. 10 หน่วยงานรัฐมีมูลค่าสินบนสูง ทำหลายองค์กรเต้นแจง “อนุทิน” ลั่นต้องล้างตราบาป “พิพัฒน์” สั่งปลัดคมนาคมสอบข้อเท็จจริง
จับมือรวยไม่ไหวแล้ว อนุทินชี้‘รัฐ-เอกชน’ต้องไปด้วยกัน/จ่อเชิญภาคการเงิน!
“รัฐบาล” เปิดทำเนียบฯ คุย 35 เจ้าสัว “เอกนิติ” บอกหวังเอกชนเป็นหัวหอกพลิกโฉมเศรษฐกิจระยะยาว
ถกกก.แลนด์บริดจ์นัดแรก ผุดอนุฯ3คณะ/กสม.หนุน
คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์นัดแรก ผุดอนุฯ ศึกษา 3 ชุด ดูความเป็นไปได้ของโครงการ-สิ่งแวดล้อม
ลุงโยชน์กลับถิ่น ‘กลาโหม’รีบปัด ขอแลกเปิดด่าน
"ลุงโยชน์" ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา
หึ่ง!ชัชชาติไขก๊อกชิงสมัย2
“แสวง” ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา จะไม่ให้เกิดความผิดพลาด
'อภิสิทธิ์' จัดหนัก! รัฐบาลเมินกม.ภาคปชช. ทิ้งกระทั่ง 'อสม.'
'อภิสิทธิ์"'จัดหนักกลางสภา อัดรัฐบาลเมินกฎหมายภาคประชาชน ช่วงเลือกตั้งบอกรัก อสม. พอได้เป็นกลับทิ้ง จี้เคารพมติประชาชนแก้ รธน. หวั่นตั้งต้นใหม่สร้างความขัดแย้งประเด็นละเอียดอ่อนอีกครั้ง

