หนูจี้เคลียร์สินบน ลั่นล้าง‘ตราบาป’

ผลสำรวจ กกร. 10 หน่วยงานรัฐมีมูลค่าสินบนสูง ทำหลายองค์กรเต้นแจง “อนุทิน” ลั่นต้องล้างตราบาป “พิพัฒน์” สั่งปลัดคมนาคมสอบข้อเท็จจริง “กรมควบคุมมลพิษ” คาใจ “ปธ.หอการค้าฯ” บอก ถ้าเข้า OECD ไม่ได้เหนื่อยแน่

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายปกรณ์ นิลประพันธ์  รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน ประกอบด้วย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.), องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย), มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ), สถาบันเพื่อการยุติธรรม (TIJ) เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

ภายหลังผลสำรวจภาคเอกชนพบว่า กว่า 89% มองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนกับเอกชนถึงแนวนโยบายของรัฐบาลที่จะต่อต้านการทุจริต โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีเจตจำนงแน่วแน่ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสและรองรับการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย

นอกจากนี้ นายปกรณ์ยังได้รับข้อเสนอจากคณะทำงาน Zero corruption ใน 3 ประเด็น ที่จะได้นำเสนอนายกฯพิจารณาขับเคลื่อนในเชิงนโยบาย ประกอบด้วย 1.การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน 2.การสร้างระบบความชื่อตรงภาครัฐ เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชันในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD และ 3.การแก้ไขปัญหาอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าสมัยจากแผนงาน Reinvent Thailand

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) กล่าวว่า ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่คณะทำงาน กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนว่า หน่วยงานภาครัฐใดบ้างที่เรียกรับสินบนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเปิดเผยไปแล้วทั้งหมด 26 หน่วยงาน และจัดอันดับให้เห็น 10 อันดับแรกที่เรียกสินบนบ่อย และ 10 อันดับแรกที่เรียกรับจำนวนสินบนสูง ที่ผ่านมาทุกหน่วยงานของรัฐที่ภาคเอกชนและประชาชนต้องไปขอใช้บริการ หรือมีอำนาจอนุญาต อนุมัติต่างๆ จะมีเรียกรับสินบนทั้งสิ้นมากน้อยรุนแรงแตกต่างกัน

นายมานะระบุว่า จากข้อมูลการสำรวจจะเห็นว่า บริษัทต่างๆ ต้องจ่ายสินบน ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก ประมาณ 48% ของภาคเอกชนที่ไปติดต่อหน่วยงานแล้วจะต้องจ่ายสินบน เป็นต้นทุนที่ทำให้ประเทศไทยเสียศักยภาพในการแข่งขัน และทำให้เสียชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้คนไทยรู้ นักธุรกิจรู้ และคนต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยก็รู้ ซึ่งเขาไม่ชอบ และนี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คะแนนของไทยตกต่ำ

มีรายงานว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของ กกร.นั้น ได้ระบุถึงตัวเลขการจ่ายใต้โต๊ะหน่วยงานรัฐที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรก (จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง) ประกอบด้วย 1.กรมควบคุมมลพิษ เฉลี่ย 102,160 บาทต่อครั้ง 2.กรมเจ้าท่า เฉลี่ย 100,000 บาทต่อครั้ง 3.กรมสรรพสามิต เฉลี่ย 94,667 บาทต่อครั้ง 4.กรมสรรพากร เฉลี่ย 89,498 บาทต่อครั้ง 5.กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) เฉลี่ย 88,750 บาทต่อครั้ง 6.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข เฉลี่ย 74,643 บาทต่อครั้ง 7.กรมทางหลวง เฉลี่ย 70,167 บาทต่อครั้ง 8.กรมโยธาธิการและผังเมือง เฉลี่ย 70,000 บาทต่อครั้ง 9.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เฉลี่ย 68,000 บาทต่อครั้ง และ 10.กรมป่าไม้ เฉลี่ย 67,500 บาทต่อครั้ง

ด้านนายปกรณ์เผยถึงผลการหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption:  กกร. และเพื่อน ไม่ทน ว่า ข้อเสนอของ กกร.ตรงกับนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามทุจริต ซึ่ง กกร.เสนอให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ มีความเห็นตรงกันว่า ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรอง ที่กำหนดขั้นตอนรายละเอียดการดำเนินการต่างๆ ที่เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมาก โดยจะเสนอให้มี 4 หน่วยงานนำร่องให้เป็นหน่วยงานโปร่งใสต้นแบบ เบื้องต้นได้ให้ กกร.ไปพิจารณาว่ากฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและควรแก้ไขมีอะไรบ้าง ก่อนนำเสนอมาที่รัฐบาล

เมื่อถามถึงกรณีที่ กกร.มีการทำแบบสำรวจจัดอันดับ 10 องค์กรรัฐที่เสี่ยงต่อการทุจริต จะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ตอบว่า ได้พูดคุยกันแล้ว การจัดอันดับดังกล่าวเป็นผลการวิจัย ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เข้าใจกันดี ไม่ต้องโต้แย้งอะไรกัน เพียงแต่ว่าหากตรงไหนปรากฏเป็นข่าวต้องมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ หากจริงต้องปรับปรุงและจัดการกับคนไม่ดีเสีย

เมื่อถามย้ำว่า ต้องตรวจสอบทั้ง 10 หน่วยงานนี้เพิ่มเติมหรือไม่ นายปกรณ์ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปดู เพราะเมื่อมีข้อห่วงใยเช่นนี้คงปล่อยไม่ได้

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องเอาจริงเอาจังและเป็นรูปธรรมชัดเจน เพราะวันนี้กระแสโลกถือเรื่องนี้มาก และกรอบการเจรจาทั้งหมดกับทวิภาคี หรือพหุภาคีทั่วโลกเห็นว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งเราพยายามที่จะเข้า OECD ให้ได้ ถ้าเอาเข้าไม่ได้เหนื่อย โดย 1 ในเงื่อนไขของ OECD คือคอร์รัปชัน และเราเรตติ้งต่ำมาก ดังนั้นต้องทำทุกทางเพื่อที่จะดึงเรตติ้งขึ้นมาให้ได้

อนุทินลั่นต้องล้างตราบาป

ในช่วงเย็น นายอนุทินกล่าวถึงผลสำรวจ 10 หน่วยงานภาครัฐเกี่ยวข้องกับการเรียกสินบนว่า ต้องไม่มีหน่วยงานไหนที่ทําเช่นนั้นได้ ซึ่งเราก็รับฟังจากภาคเอกชนดังกล่าว ที่สําคัญคือต้องไม่ให้มีเรื่องพวกนี้

เมื่อถามว่า ในเมื่อมีเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนมาเช่นนี้ นายกฯ จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะนําเรื่องนี้แจ้งให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงทราบ เพื่อให้ไปติดตามว่าเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่เราต้องล้างตราบาป จากนี้ไปเราต้องไม่ทําอะไรที่ไม่ดี คําว่าตราบาปสมัยเก่าใช้คําว่า Stigma เดี๋ยวนี้ใช้คําว่าดิจิทัลฟุตปรินต์ เราอย่าให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นจะฝังไปในจิตใจคน ถามกี่ครั้งๆ ก็บอกว่าโกง เพราะเราสร้างแนวทางมาไว้ไม่ดี ก็ต้องแก้ไขตรงนี้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม กล่าวถึงผลการสำรวจของ กกร.ที่พบ 3 หน่วยงานในกระทรวงคมนาคม ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง และกรมการขนส่งทางบก ติดอันดับเสี่ยงทุจริตว่า จะเชิญอธิบดีหรือผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ถูกพาดพิงเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นมีข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลหรือมีข้อเท็จจริง ก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยจะมอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมไปตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และมีรายละเอียดข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด

ด้านนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลกรมเจ้าท่า กล่าวว่า กรมเจ้าท่าจะประสานไปยัง กกร.เพื่อขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนว่าปัญหาเกิดขึ้นในบริการส่วนใด ก่อนจะพิจารณาแนวทางแก้ไข ยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างโปร่งใส

วันเดียวกัน กรมสรรพสามิตได้ชี้แจงกรณีผลการสำรวจของ กกร.ว่า กรมเห็นว่า ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการนำมาประกอบการพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยงาน กรมยืนยันว่าได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งในด้านวินัย การตรวจสอบภายใน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการและกำกับดูแล เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ 

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงกรณีที่มีการจัดอันดับหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนสูงสุดว่า ภายหลังรับทราบผลสำรวจดังกล่าว ได้เรียกประชุมผู้บริหารเป็นการเร่งด่วน เพื่อสอบถามความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ และมีมติ 2 เรื่อง ได้แก่ การจัดทำจดหมายเปิดผนึกเพื่อขอรายละเอียดผลสำรวจ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษทั่วประเทศ

กรมควบคุมมลพิษคาใจ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษได้ตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการจัดทำผลสำรวจว่า ต้องการทราบวิธีการเก็บข้อมูล การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง และลักษณะของผู้ตอบแบบสอบถามว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ตรงกับกรม หรือเป็นบุคคลที่สาม รวมถึงมีการระบุหน่วยงานถูกต้องหรือไม่ เพราะหลายกรณีอาจเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ไม่ใช่กรมควบคุมมลพิษ เพราะตัวเลขสินบนเฉลี่ย 102,160 บาทนั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางกฎหมาย เนื่องจากอัตราโทษปรับตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องมีเพดานสูงสุดประมาณ 60,000 บาท จึงมองว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่ผู้ประกอบการจะจ่ายเงินสูงกว่าค่าปรับจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินคดี

 “กรมได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลและหลักฐานประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่า หากพบหลักฐานการทุจริตจริง จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด”

เช่นเดียวกับ กรมป่าไม้ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 10 มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้ง 67,500 บาทว่า ขอยืนยันเจตนารมณ์อย่างชัดเจน กรมป่าไม้ไม่มีนโยบายสนับสนุนหรือยอมรับการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม หากตรวจพบการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ กรมป่าไม้จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการทางวินัย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ออกมาชี้แจงผลการสำรวจที่ระบุตำรวจทางหลวง จราจร และตำรวจท้องที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกว่า รับทราบรายงานนี้แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้กำชับเรื่องการปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส สุจริต ปฏิเสธการรับสินบนทุกรูปแบบ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก หากพบว่ามีข้าราชการตำรวจรายใดมีพฤติการณ์เรียกรับ ยอมรับผลประโยชน์  หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะดำเนินการทางวินัยและอาญาตรงไปตรงมาไม่มีข้อยกเว้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'มือกฎหมายรัฐบาล' มองโผ 10 หน่วยงานรัฐ เรียกรับสินบน เป็นผลวิจัย ไม่ใช่ปัญหา ต้องตรวจสอบจริงหรือไม่

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน ว่า ข้อเสนอของ กกร. ตรงกับนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามทุจริต