
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดว่า ในส่วนที่สำนักงานต้องรับผิดชอบ ในฐานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา ศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้ส่งคำชี้แจงของพยานที่ กกต.กล่าวอ้างกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน ขณะนี้จึงอยู่ในระยะเวลาที่พยานกำลังทำคำชี้แจงกลับมา ซึ่งพยานมีจำนวน 5 คน เป็นนักกฎหมายหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ 4 คน ส่วนอีก 1 คนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นข้อต่อสู้ของ กกต.คือเรื่องความลับใช่หรือไม่ เลขาธิการ กกต.ตอบว่า เราต่อสู้กับความจริง เราเอาความจริงมาสู้
ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. มีหนังสือขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีบาร์โค้ดรวม 20 รายการนั้น นายแสวงกล่าวว่า ยังไม่ได้เห็นหนังสือ แต่ทราบว่าท่านมาขอเอกสาร ซึ่งต้องดูหลักเกณฑ์การขอเอกสาร จะรู้ว่าใครที่สามารถขอเอกสารได้บ้าง หรือบางเอกสาร กกต.ก็มีการเปิดเผยไปแล้ว เช่น เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ เปิดเผยให้ประชาชนทราบไปแล้ว กกต.ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเราอยู่ในสายตาของประชาชน และทำตามกฎหมาย ซึ่งก็ต้องรอดูว่าผลของคดีจะเป็นอย่างไร
นายแสวงยังกล่าวถึงกรณี กกต.แจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน 6 ราย ที่ขณะนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้วยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า อยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน ดำเนินการเพื่อที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษ และที่มีการมองว่าการแจ้งความดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานที่จะใช้ชี้แจงต่อศาลว่า กกต.พยายามทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกัน การดำเนินคดีเป็นเรื่องของความพยายามที่จะปกป้องสิ่งที่เราทำ คือกระบวนการการเลือกตั้ง ไม่ใช่ปกป้องตัวเองจึงแจ้งความ เพราะ กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อมีอะไรมากระทบต่อกระบวนการก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเขามาหมิ่นประมาท กกต.
สำหรับที่นายสมชัยและคณะจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ในสัปดาห์หน้าฐานหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง นายแสวงมองว่า กกต.ก็ถูกฟ้องเป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่ได้หนักใจอะไร และที่กลุ่ม we watch เรียกร้องขอให้ถอนฟ้องประชาชนที่ประท้วงการเลือกตั้งในเขต 1 ชลบุรี นั้น ยืนยันว่าสิ่งที่ กกต.ดำเนินการเป็นเรื่องของการปกป้องกระบวนการในการเลือกตั้งที่เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของ กกต. กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเต็มไปด้วยความเรียบร้อย และประชาชนทุกคนควรอยู่ภายใต้กฎหมาย
นายแสวงยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ว่า ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของ กกต. โดยยืนยันว่าจะพิจารณาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องรอบคอบและเป็นธรรม ซึ่งกำหนดให้ในแต่ละสัปดาห์จะมี 1 วันที่พิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะไม่ได้มีแค่คดีฮั้ว สว. แต่ยังมีคดีเลือกตั้งอื่นๆ อีก เช่น เลือกตั้งท้องถิ่น และเลือกตั้ง สส. แต่คดีฮั้ว สว.เป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจ ซึ่งจะมีการพิจารณาไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งมีความล่าช้า หากมีข้อสรุปสำนักงาน กกต.จะรายงานให้รับทราบต่อไป และขอให้มั่นใจว่า กกต.จะพิจารณาไปตามข้อกฎหมายและหลักฐานในสำนวน
"เวลาเราไปเรียกพยานหลักฐาน ส่วนมากผู้ที่ถูกกล่าวหาและพยานส่วนใหญ่จะบ่ายเบี่ยงและชะลอ โดยอ้างแต่ถือว่าเป็นสิทธิ์ จนไปถึงขั้น 1 ที่เราเห็นว่าไม่ได้แล้วเพราะเป็นการประวิงเวลา นั่นเราจะใช้อำนาจในการบอกว่าจะพิจารณาเท่าที่หลักฐานมี ซึ่งอาจจะเป็นโทษกับท่านก็ได้ หากทุกคนมาชี้แจงก็น่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง ซึ่งหลักฐานที่มีอาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่าการกระทำผิดจริง หากเรารวบรวมหลักฐานได้แค่นี้ไม่เพียงพอ เพราะเราต้องไปศาล มันมีหลายมิติ นั่นคือความละเอียดรอบคอบสิ้นกระแสความของข้อมูล นั่นคือความซับซ้อนของการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. ซึ่งเป็นสำนวนใหญ่" นายแสวงกล่าว
ส่วนสำนวนอื่นๆ ที่ค้างอยู่นั้น นายแสวงยืนยันว่า จะทำให้เสร็จโดยเร็ว เพราะความช้าคือความไม่ยุติธรรม ซึ่งสำนักงานได้เร่งดำเนินการอยู่แล้ว และทำภายใต้กรอบเวลาระเบียบสืบสวน โดยไม่กังวลว่าจะมีคำร้องอีก 2,000 เรื่องที่ต้องพิจารณา ซึ่งคดีฮั้ว สว.เป็นสำนวนใหญ่ที่ต้องเชื่อมโยงกันหมดก่อนที่จะทำความเห็น
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางของพรรคเพื่อไทยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ทางพรรคเพื่อไทยเตรียมพูดคุยในคณะทำงานของพรรคเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมอยู่ด้วยในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดแนวทางของพรรคว่าเรื่องดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไรต่อ ใน 2 ประเด็นใหญ่ คือตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้ร่างแบบเดิมของพรรค ที่ให้แต่ละจังหวัดเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มา แล้วให้รัฐสภาเลือกอีกรอบหรือไม่ ซึ่งวิธีการนี้ไม่ได้เลือกโดยตรง ไม่ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และยึดหลักประชาธิปไตยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกบุคคลมาเป็น ส.ส.ร. หรือจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
นายชูศักดิ์กล่าวว่า อีกประเด็นคือเรามี สส. 74 เสียง ต้องขอความร่วมมือพรรคการเมืองอื่นให้ร่วมลงชื่อในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถึง 1 ใน 5 ซึ่งเชิงหลักการเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนรวม ต้องร่วมมือร่วมใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรคิดฝ่ายค้าน รัฐบาล ใครคิดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยหลักการไปได้ เป็นผลดีกับการปฏิรูปการเมืองจะขอความร่วมมือในการลงชื่อ แต่ทั้งหมดต้องหารือกันก่อน แล้วถึงจะมีผลสรุปออกมาว่าทางพรรคจะดำเนินการอย่างไร แต่เท่าที่ตรวจสอบจากคณะผู้บริหารเข้าใจว่าจะให้เดินหน้าต่อ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดือดที่นราธิวาส จนท.พลีชีพ1นาย
ปะทะเดือดที่ศรีสาคร! ตำรวจพลีชีพ 1 นาย ทหารพรานเจ็บ 2 กลุ่มผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 3 ราย เตือนประชาชนเลี่ยงที่เกิดเหตุ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านตืองอ ตำบลศรี
เวทีIMFไทยได้อะไร
“ศุภมาส” ให้กรมประชาสัมพันธ์-อสมท ขยายผลเวที IMF-World Bank สื่อสารให้ชัด “คนไทยได้อะไร” รัฐบาลชูผลเจ้าภาพ เร่งเปลี่ยนความเชื่อมั่นเป็นการลงทุน งาน-รายได้-ดัน AI ถึง SME เกษตรกร ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ไทย ปูทางเศรษฐกิจสู่การเติบโตรอบใหม่
มื้อเขย่าการเมือง! ‘หนู-นัส’ร่วมโต๊ะ-พท.ขอดูข้อมูลฝ่ายค้านก่อนโหวต
ฮือฮา! รับศึกซักฟอก เปิดรูป "อนุทิน" กินข้าวกับ "ธรรมนัส" ที่ร้านอาหารอินเดีย ด้าน “กรวีร์” ยํ้าซักฟอก 3 วันพอ คาดถกวิป 3 ฝ่ายสัปดาห์หน้า มอง “โง่ ห่วย เลว”
ศึกนํ้าลายท่วม ส้มปูดงบฯหมด เจอสวนหาแสง
สาดกันเดือด! "สส.ส้ม" อ้างงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมดแล้ว ซัดรัฐบาลประเมินตัวเลขพลาดกว่า 4 เท่า ขณะที่ "ภราดร” ตอกกลับอย่าสร้างกระแสให้เกิดจลาจล แนะเป็น สส.กทม.ควรลงพื้นที่ช่วยประชาชน ไม่ใช่นั่งหาข้อมูลมั่วจ้องดิสเครดิตรัฐบาล สับเป็นผู้แทนราษฎร ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์
‘ปภ.’แจงสิทธิ ขอเงินเยียวยา คลุม3ประเภท
“อนุทิน” หารือ “เอดีบี” เผยเห็นพ้องการแก้ไขปัญหาน้ำในระยะยาว
ใต้ระอุ!ดักยิงอส.ดับกลางสวนยาง
ใต้เดือดอีก! หลังปาบึ้มฐานคุ้มครองตำบลที่ยะลาเจ็บ 5 ราย ล่าสุดดักยิง อส.กลางสวนยาง เจ้าตัวสู้ยิบตา ดวลปืนดับทั้งคู่ เร่งล่าคนร้ายอีก 1 ราย

