ชัชชาติลั่นชิงผู้ว่าฯสมัยสอง

“ชัชชาติ” ประกาศลาออกผู้ว่าฯ      กทม. 18 พ.ค. ก่อนบินไปร่วมงานปริญญาลูกชาย ลั่นจะลงสมัครเป็นสมัยสองในนามอิสระ   “บิ๊กหยม” รอเคลียร์ให้ชัดเจนก่อนลงสนามชิงเก้าอี้ “กลุ่มคนทำงาน” คาด สก.ไม่ซ้ำรอยสนามใหญ่ เชื่อคนกรุงจะเลือกคนทำงานในพื้นที่!

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร   ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กระหว่างเตรียมตัววิ่งตรวจงาน City Run ในช่วงเช้ามืด โดยระบุว่า ถือเป็นการวิ่งครั้งสุดท้ายของการเป็นผู้ว่าฯ ในสมัยนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าวสับสนว่าจะลาออกหรือไม่นั้น สรุปแล้วจะลาออกในวันที่ 18 พ.ค. คือวันพรุ่งนี้ เวลา 17.00 น. ซึ่งเหตุผลที่ต้องลาออกนั้น เพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศ เนื่องจากแสนดี (บุตรชาย) จะรับปริญญาครั้งสุดท้าย และอยากให้ไปร่วมแสดงความยินดีในช่วงปลายสัปดาห์พอดี จึงจำเป็นต้องเดินทาง ซึ่งจริงๆ แล้วจะหมดวาระในวันที่ 21 พ.ค. หากเดินทางไปโดยไม่ลาออกก่อน ก็จะมีเรื่องของการตั้งผู้รักษาการแทน ซึ่งอาจเกิดปัญหาตามมา จึงตัดสินใจลาออก และประกาศลงสมัครผู้ว่าฯ สมัยที่ 2 ให้ชัดเจน จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่มีการหาเสียง

 “ลาออกวันจันทร์ที่ 18 พ.ค. เวลา 17.00 น. ลงสมัครรับเลือกตั้งต่อในนามอิสระ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันทำงานให้กับทุกคนเหมือนเดิม”

ด้านนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค ว่ารู้จักนายอนุชามา 20 ปี เพราะเป็น สส.กรุงเทพฯ สมัยแรกด้วยกัน โดยประโยคนึงในการเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายอนุชาระบุว่าแม้จะรู้ว่าการลงมาแข่งในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้เป็นรอง แต่มันไม่ใช่ปัญหาของชาวประชาธิปัตย์ เพราะเราสู้เต็มที่ สุดใจไม่มีกั๊กแน่นอน และทำให้นึกย้อนเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.แบบอิสระ ครั้งนั้นก็รู้ดีเช่นกันว่าไม่ง่ายและเป็นรองอยู่มาก แต่ก็สู้เต็มที่ และไม่เสียใจเลยกับผลที่ออกมา ในครั้งนี้ผ่านมา 4 ปีก็ยังคงเชื่อว่ากรุงเทพฯ ยังดีกว่านี้ได้ เช่นเดียวกับที่พี่เจมส์เชื่อ และเราประชาธิปัตย์จะนำเสนอกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ต่อไปว่ากรุงเทพฯ จะดีกว่านี้ได้อย่างไร

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หรือบิ๊กหยม อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เผยถึงกระแสข่าวจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจ ว่าจะแถลงข่าวเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ   กทม. ภายใน 2-3 วันนี้ ส่วนจะลงในนามพรรคเศรษฐกิจ หรือลงสมัครในนามอิสระไม่สังกัดพรรคการเมือง จะรอคุยกันให้ชัดเจนภายในวันที่ 17 พ.ค. ซึ่งเป็นเรื่องแนวทางการบริหารงาน

เมื่อถามว่า ตกลงแล้วยืนยันได้ไหมว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.ท.ชาญเทพระบุว่า ยังไม่ขอยืนยันดีกว่า รอวันเปิดตัว คือตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการวบรวมทีมงานที่จะลงสมัคร สก. โดยทีมงานที่จะเปิดตัวเป็นทีมรองผู้ว่าฯ กทม. และการคุยกันเรื่องนโยบาย เพื่อคุยกันให้ตกผลึก แต่ไม่เกินวันที่ 25 พ.ค.นี้

เมื่อถามว่า หากลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.จะมีอะไรเป็นจุดขายในการหาเสียง พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ที่ผ่านมานโยบายกรุงเทพฯ ก็เลือกกันซ้ำซาก แต่สุดท้ายแก้ปัญหาไม่ได้ อย่างเรื่องปัญหาจราจร ล่าสุดก็เกิดกรณีอุบัติเหตุที่แยกมักกะสัน รถไฟชนรถเมล์ แล้วก็ปัญหาฝุ่น น้ำท่วม และปัญหารถสาธารณะ

ส่วน ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงาน กล่าวถึงความพร้อมในการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในนามกลุ่มคนทำงาน ที่จะเปิดตัววันเสาร์นี้ 23 ก.พ. ที่สวนลุมพินีว่า   กลุ่มจะส่งผู้สมัครทั้งสิ้น 33 คน ใน 33 เขต ไม่ส่งครบทั้ง 50 เขต โดยผู้สมัคร สก.ในนามกลุ่มคนทำงานทั้งหมดมีจากหลายสาขาอาชีพ รวมถึง สก.ชุดปัจจุบันที่จะหมดวาระที่มาลงสมัครกับกลุ่มคนทำงาน 11 คน และจะมีการเปิดนโยบายการเข้าไปบริหารงานในสภาเป็นข้อๆ เลย

 “วันเปิดตัว กลุ่มคนทำงานจะประกาศว่าเราจะทำอะไรให้กับคนกรุงเทพฯ ทำอะไรให้กับเมือง ซึ่งก็อาจจะไม่ได้กระชากใจมากนัก เพราะเป็นงานฝั่งนิติบัญญัติของ กทม. แต่เราเห็นพ้องต้องกันในทีมคนทำงานว่า สิ่งที่เราต้องทำให้แข็งแกร่งคือระบบ กลไกและข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ที่ต้องทำให้ชัดเจน ทำให้แข็งแกร่ง เพื่อที่ในอนาคตไม่ว่าใครจะมาเป็นฝ่ายบริหารหรือมาทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติของ กทม. คุณก็ต้องไปตามกลไกที่ตอบโจทย์ความต้องการของเมือง ไปตามกลไกที่ตอบโจทย์ความต้องการของคน กทม.” ดร.ดวงฤทธิ์กล่าว

ดร.ดวงฤทธิ์กล่าวว่า นโยบายที่กลุ่มคนทำงานจะใช้หาเสียงเลือกตั้ง สก.ของกลุ่มคนทำงานนั้น จริงๆ เราเริ่มต้นจากหลักการเดิมในเรื่องของการแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเรื่องปากเรื่องท้องของคน กทม. โดยเราจะทำข้อบัญญัติที่เน้นการสนับสนุนส่งเสริมการทำมาหากินของคน กทม. จะไม่เน้นเรื่องควบคุม แต่จะเน้นสนับสนุนส่งเสริมการทำมาหากินของคน กทม.เป็นหลัก

เมื่อถามว่า คิดว่าผลการเลือกตั้งระดับชาติเมื่อ 8 ก.พ.2569 จะมีผลต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กรุงเทพฯ หรือไม่ ดร.ดวงฤทธิ์กล่าวว่า บางบริบทก็มีเรื่องราวที่สอดคล้องกัน แต่บางเรื่องก็ไม่ใช่ เพราะเวลาเลือก สส. คนกลุ่มหนึ่งเขาก็มีความคิดว่าในการเลือก นอกจากเขาเลือก สส.แล้ว เขาเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย แต่เรื่องการเลือก สก.เป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นเรื่องของท้องถิ่น จะเลือกคนที่จะทำงานให้พื้นที่ได้ เลือกคนที่จับต้องได้

ต่อข้อถามที่ว่า มองว่าผลการเลือกตั้ง สก.ครั้งนี้จะออกมาแบบแลนด์สไลด์สีใดสีหนึ่งแบบผลการเลือกตั้ง สส.เขต กทม.หรือไม่ หัวหน้าทีมกลุ่มคนทำงานกล่าวว่า เชื่อว่าคน กทม.จะเลือกคนที่เขาใช้งานได้ ส่วนการหาเสียงต่อจากนี้หลังวันรับสมัคร อย่างที่บอกข้างต้นว่าผู้สมัคร สก.ของเราแต่ละคน จะมีความเก่งและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นแต่ละคนเราจะถือนโยบายแต่ละด้าน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง