“รัชดา” ย้ำ “อนุทิน” สั่งนำผลรับฟังเจ้าสัวเข้า ครม. หวังเคาะผลให้เป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน “พลอยทะเล” ดีดปาก “พิชาย” ยันใช้งบจัดเลี้ยงเหมาะสม “นักวิชาการ” พาเหรดเชียร์ เผยเป็นนิมิตใหม่นำพาประเทศสู้เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โพลชี้ชัด ปชช.หวัง “นายกฯ หนู” เร่งลดค่าครองชีพ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเวทีผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พ.ค.ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีดำริให้นำข้อเสนอสำคัญจากภาคเอกชนในเวทีครั้งนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ข้อเสนอแต่ละด้านมีหน่วยงานรับผิดชอบ และถูกนำไปขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการรับฟังในห้องประชุม
“ข้อเสนอจากภาคเอกชนหลายเรื่องสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลผลักดันอยู่ แต่ยังมีรายละเอียดที่ต้องทำร่วมกัน ดังนั้น เพื่อให้เกิดผลโดยเร็ว รัฐบาลจะเดินหน้าจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) พร้อมสร้างระบบ Dashboard ติดตามผลทุกมาตรการ และนัดประเมินผลร่วมกันภายใน 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งผลักดันข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งในชีวิตประจำวันและในระยะยาวของประเทศ”
ขณะที่ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงกรณี รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดีอาจารย์ประจำหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “รัฐบาลใจใหญ่ เลี้ยงอาหารเย็นเจ้าสัว เมื่อ 15 พ.ค. ทั้งที่ต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขอถามว่างานเลี้ยงเย็นเมื่อวานใช้งบไปเท่าไหร่?” ว่างบจัดเลี้ยงอาหารค่ำผู้บริหารระดับสูงจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญเมื่อวันที่ 15 พ.ค. เป็นการใช้งบของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานสนับสนุนภารกิจนายกฯ ในการบริหารประเทศ งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ที่นำมาใช้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
“การจัดเลี้ยงอาหารค่ำผู้บริหารระดับสูงจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเป็นเวทีให้น้องนักศึกษาภาคการโรงแรม ได้แสดงฝีมือ แสดงศักยภาพปฏิบัติงานจริง โดยอาหารในงานเลี้ยงวันดังกล่าวไม่ได้จัดอาหารหรูหรา เน้นเสิร์ฟอาหารแบบไทยฟิวชัน ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ” น.ส.พลอยทะเลกล่าว และว่า รัฐบาลบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า คำนึงถึงประโยชน์ที่ได้รับอย่างรอบคอบ ขอให้ รศ.ดร.พิชายอย่าเป็นกังวลใจ หากเรื่องงบประมาณจัดเลี้ยงกวนใจ ขอให้ท่านใช้เวลาไปสร้างผลงานที่มีคุณค่าต่อสังคมมากๆ จะได้มีเวลาทำประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
ด้าน รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวในเรื่องนี้ว่า สังคมไม่ควรมองเพียงภาพความใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มทุน แต่ควรมองให้ลึกถึงเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่รัฐพยายามสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่วันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว การที่รัฐบาลเปิดพื้นที่พูดคุยกับภาคธุรกิจ จึงไม่ใช่เพียงภาพการล้อมวงคุยกับเจ้าสัว แต่คือความพยายามดึงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมคิด ร่วมแก้ และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เพราะวันนี้รัฐไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เพียงลำพัง เพราะเศรษฐกิจจริงอยู่หน้างาน อยู่ในภาคการผลิต การลงทุน ตลาดแรงงาน และการแข่งขันระหว่างประเทศ ซึ่งภาคเอกชนสัมผัสปัญหาเหล่านี้โดยตรงมากที่สุด การเปิดพื้นที่ให้สะท้อนข้อเท็จจริง จึงทำให้รัฐเห็นปัญหาเศรษฐกิจจากของจริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขบนกระดาษ
“ความสัมพันธ์ลักษณะนี้ไม่ใช่รัฐยอมทุน แต่เป็นความสัมพันธ์แบบน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า รัฐต้องอาศัยองค์ความรู้ ประสบการณ์ และศักยภาพการลงทุนจากเอกชน ขณะที่เอกชนเองก็ต้องอาศัยเสถียรภาพ นโยบาย และกลไกสนับสนุนจากภาครัฐเช่นกัน หน้าที่ของรัฐไม่ใช่เอาใจนายทุน แต่คือการทำให้ทุกภาคส่วนเดินไปข้างหน้าได้พร้อมกัน เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตในภาพรวม”
รศ.โอฬารยังระบุว่า ความสำเร็จของเวทีนี้ไม่ได้อยู่ที่ภาพการประชุมหรือจำนวนซีอีโอที่เข้าร่วม แต่อยู่ที่รัฐบาลจะเปลี่ยนเสียงสะท้อนให้เป็นนโยบายที่เกิดผลจริงได้หรือไม่ ทั้งการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ การติดตามผล และการผลักดันมาตรการออกสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเวทีลักษณะนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในอนาคต ทั้งด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน
“รัฐบาลต้องระวังไม่ให้เวทีลักษณะนี้ถูกมองว่าเป็นพื้นที่เฉพาะของทุนขนาดใหญ่ เพราะเศรษฐกิจไทยยังมี SMEs ผู้ประกอบการท้องถิ่น สตาร์ทอัป ภาคแรงงาน และภาคเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจโดยตรงเช่นกัน ถ้ารัฐบาลเปิดพื้นที่รับฟังอย่างครอบคลุม ทั้งทุนใหญ่ SMEs ผู้ประกอบการท้องถิ่น ภาคแรงงาน และภาคประชาชน ก็จะทำให้นโยบายเศรษฐกิจมีความสมดุล และตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น”
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ และสะท้อนความพยายามในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เพราะหลายบริษัทไทยสามารถแข่งขันในระดับโลกได้แล้ว แต่ปัญหาสำคัญที่ผ่านมา คือประเทศไทยยังไม่สามารถเชื่อมโยงศักยภาพของภาคเอกชนเข้ากับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่
“โจทย์สำคัญของประเทศวันนี้ไม่ใช่คำถามว่ารัฐจะนำหรือเอกชนจะนำ เพราะเป็นวิธีคิดแบบโลกยุคเก่า แต่คือการสร้างความร่วมมือในลักษณะ collaborative governance ที่ภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคม และคนรุ่นใหม่ สามารถทำงานร่วมกันในการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ของประเทศ”
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทิน โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,143 คน ทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม โดยเมื่อถามว่าประชาชนอยากให้รัฐบาลอนุทินเร่งดำเนินการเรื่องใด พบว่า 77.97% ลดค่าครองชีพ ค่าพลังงาน ราคาสินค้า, 63.78% แก้ปัญหาหนี้สินประชาชน และ 63.08% ปราบทุจริต บริหารโปร่งใส
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าเศรษฐกิจไทยอีก 3 เดือนข้างหน้า (มิ.ย.-ส.ค.) จะเป็นอย่างไร พบว่า 46.89% แย่ลง, 32.81% เหมือนเดิม, 10.50% ไม่แน่ใจ และ 9.80% ดีขึ้น ถามอีกว่า ณ วันนี้ ประชาชนกังวลเรื่องใดมากที่สุด พบว่า 44.44% ภาระหนี้สาธารณะ การกู้เงิน 4 แสนล้านบาท, 13.65% ความคุ้มค่าของโครงการคนละครึ่งพลัส และ 11.81% ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา สุดท้ายเมื่อถามว่าประชาชนคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทินมากน้อยเพียงใด พบว่า 33.16% ไม่ค่อยคาดหวัง, 31.06% ค่อนข้างคาดหวัง, 23.45% ไม่คาดหวังเลย และ 12.33% คาดหวังมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘หนู’โต้ฝ่ายค้าน บูลลี-โมหจริต
“นายกฯ อนุทิน” ชูโซลาร์ประชาชนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ลดพึ่งนำเข้า เดินหน้าลดภาษี E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำลดภาษี
ซ้อมริ้วขบวนสง่างาม
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิง “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในพื้นที่จริงครั้งแรก สมพระเกียรติ ขบวนทหารม้าอิสริยยศฯ 93 ม้า สง่างาม
นิรโทษแลกโหวต! สะพัด‘ทักษิณ’เดินเกม/‘อนุทิน’ลั่นไม่กลัวซักฟอก
สะพัด “ทักษิณ” กดดัน คกก.สันติสุข รับคำร้องนิรโทษกรรม แลกเสียงโหวตซักฟอกอนุทิน-17 รมต. ภูมิใจไทย ขณะที่ “ร.อ.ธรรมนัส” ไม่เล่นด้วย ด้าน “อนุทิน” ลั่นไม่หนีซักฟอก เจอกัน ธ.ค. ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ชูบ้านเมืองมาก่อนการเมือง เอาจริงฟ้องแชร์ข่าว “ค่าน้ำชา 7 ล้าน” ย้ำวิจารณ์ผลงานได้แต่กล่าวหาไร้หลักฐานไม่ได้
สั่งพิพัฒน์ดูแล นํ้าท่วมภาคใต้ ถลางสิ้นสุดภัย
“อนุทิน” มอบรองนายกฯ เกาะติดน้ำท่วมใต้ ย้ำประชาชนจะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ
ตั้งเป้าขรก.เออร์ลี3หมื่น ก.พ.ปูดได้เงินก้อน18เท่า
“ปกรณ์” ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา
อานนท์อ่วมต่อ! คุกอีก2ปี8เดือน รวมขังยาว38ปี
“อานนท์ นำภา” อ่วมอีก คุก 2 ปี 8 เดือน ศาลอาญาฟัน 112 กรณีไปชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ไทยพาณิชย์

