
24 พฤษภาคม 2569 – นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ระหว่าง คนส่วนน้อย ไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล ที่ทรงอำนาจ และพลานุภาพ กับ คนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน ที่ไร้ซึ่งอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ พรรคการเมืองและนักการเมืองในประเทศไทย ส่วนใหญ่ หรือเกือบท้้งหมด เลือกอยู่ข้างฝ่ายคนส่วนน้อย เลือกสวามิภักดิ์กลุ่มคนไม่กี่ตระกูล ที่ครองอำนาจ และมีอาญาสิทธิ์ในการกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง
พรรคและนักการเมืองในประเทศไทย แม้ชื่อต่างกัน คนต่างกัน แข่งขันกันในการเลือกตั้ง หรืออาจขัดแย้งกันบ้าง แต่พวกเขาก็ยึดถือคติร่วมกันว่า ต้องไม่มีปัญหากับคนส่วนน้อย ไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล ที่เป็นผู้กุม “ใบอนุญาตที่ 2” เพราะ รู้ดีว่า เป็นวิธีการเดียวที่ทำให้พรรคพวกของตนได้ครองอำนาจรัฐ (บางส่วน) ได้เป็น ฯพณฯ รัฐมนตรี ได้บริหารประเทศ (บางส่วน) ได้จัดสรรงบประมาณแผ่นดิน และถอนทุนคืน
ในหมู่คนที่มีการศึกษาดี มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่เป็นคนรุ่นใหม่ อายุไม่มาก ต่างก็รู้ดีว่า ”อะไรเป็นอะไร“ แต่พวกเขาก็ต้อง ”ปลอบใจ“ ตนเองไปวันวันว่า ”จำเป็นต้องสวามิภักดิ์ เพื่อมีอำนาจ มิเช่นนั้น จะไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้พัฒนาประเทศ“
การแสดงออกของบรรดานักการเมืองอย่าง ”ล้นเกิน“ มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นการแข่งขันประชันโฉมว่าฉันและพวกต่างหากที่จงรักภักดีมากกว่า กำลังดำเนินไปอย่างไม่หยุดหย่อน ชนิดที่เรียกได้ว่า ไม่เคยพบเห็นในรัชสมัยที่แล้ว
สถานการณ์แบบนี้แหละ…
จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองและนักการเมืองอีกแบบ ที่ประกาศ แสดงจุดยืนที่แตกต่าง อยู่ข้างคนส่วนใหญ่ของประเทศ
ณ พ.ศ.นี้ ไม่มีทาง ที่จะไม่มีใคร ไม่รู้สึกฉงนสนเท่ห์ร้องเอ๊ะกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในแต่ละวัน
เพียงแต่จะแสดงออกมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น
ไม่อยากแสดงออก กังวล กลัว ไม่อยากเดือดร้อน
ไม่อยากแสดงออก เพราะ ต้องกินต้องใช้ ต้องทำมาหากินอยู่ในประเทศนี้
ไม่อยากแสดงออก เพราะ เหตุใดก็ตาม
แต่ทุกคน รู้
รู้ถึงความผิดปกติ
ภารกิจของพรรคการเมืองที่เป็นพรรคกองหน้า ต้องทำหน้าที่ ชี้นำความคิด ตระเตรียม รอผู้คนที่จะทยอยเข้าร่วม สนับสนุนมากขึ้น เมื่อสถานการณ์สุกงอมมาถึง
สภาพสังคมที่ผิดปกติ และ ”ล้นเกิน“ ขนาดนี้ ไม่มีทางดำรงอยู่ได้ตลอดกาล
นักการเมือง มี 2 ประเภท
เข้าพวก สวามิภักดิ์ สนุกสนาน เอ็นจอย กลับการเข้าสู่อำนาจ มีอำนาจ และใช้อำนาจ ในทุกสถานการณ์
นั่นประเภทหนึ่ง
ชี้นำความคิด ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติ ตระเตรียมความคิดและพลัง ยืนเด่นอยู่เป็นอีกขั้ว เพื่อรอสถานการณ์สุกงอม และเป็นทางเลือกที่มติมหาชนจะเข้าสนับสนุนในวันหน้า
นี่อีกประเภทหนึ่ง
ประเภทแรก มีดาษดื่นแล้ว ใครๆก็เป็นได้ ไม่ยาก
ประเภทสอง แทบไม่มี เป็นยาก และลำบาก
ประเทศไทยต้องการและจำเป็นต้องมีนักการเมืองและพรรคการเมืองแบบหลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘วรงค์’ อัด ‘ปิยบุตร’ เสนอยกเลิกองคมนตรีแค่อคติส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับปากท้องประชาชน
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า #แลกเปลี่ยนกับนายปิยบุตร
อัด ปชน. มองการเมืองคับแคบ วิจารณ์องคมนตรีจนกลายเป็นตลกร้าย
อดีตบิ๊ก ศรภ. วิจารณ์พรรคประชาชน กรณีออกมาตั้งข้อสังเกตองคมนตรีเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาล โดยระบุว่าเป็นการหารือเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งและน้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่เรื่องการเมือง พร้อมมองว่าการออกมาวิพากษ์วิจ
จากเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ ถึงไทย บทบาท องคมนตรี กับการรับฟัง-แก้ปัญหาประชาชน
จากกรณีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 มีท่าทีทางการเมืองจาก"พรรคประชาชน"ที่สื่อสารผ่าน เพจเฟซบุ๊กทางการของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเรื่อง
ยกเลิกองคมนตรี ‘ปิยบุตร’ชงรื้อรธน.หมวด2 ‘กษัตริย์’ไม่ต้องมีที่ปรึกษา
เติมไฟให้พรรคส้ม! "ปิยบุตร" เสนอรื้อรัฐธรรมนูญแก้หมวดพระมหากษัตริย์ ยกเลิกคณะองคมนตรี อ้างคนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นกลางจนอาจกระทบกระเทือนไปถึงสถาบัน
ไม่ตกขบวน! 'ปิยบุตร' ปัดฝุ่นข้อเสนอแก้ รธน. หมวด 2 ยกเลิก 'คณะองคมนตรี'
'ปิยบุตร' เสนอยกเลิก คณะองคมนตรี ยกความเห็น ปรมาจารย์ นักกฏหมาย หยุด แสงอุทัย การมีคณะองคมนตรีสำหรับเป็นที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ย่อมจะไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย
'ไชยันต์' ออกโรง! อบรมพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี'
'อ.ไชยันต์' สอนพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี' กางโมเดลเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ พร้อมย้ำ รธน.มาตรา 10 ทำให้ต้องรับฟังข้อมูลจากหน่วยราชการ

