
‘รองโฆษกรัฐบาล’ โต้ ‘ครม.เงา’ ปมจีนเทา–นอมินี ย้ำรัฐเดินหน้ากวาดล้างจริงก่อนฝ่ายค้านแถลง ชี้ข้อมูลอาชญากรรมไม่ควรเป็นเครื่องมือทางการเมือง
25 พ.ค. 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายปิยรัฐ จงเทพ สส.พรรคประชาชน ในนาม “ครม.เงา” พรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มจีนเทา และเครือข่ายนอมินี ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้านความมั่นคงด้วยความจริงจัง แต่ในหลายประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงและมาตรการเชิงรุกที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้วก่อนการแถลงของฝ่ายค้าน
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่เคยปล่อยปละละเลยปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แต่กลับเป็นรัฐบาลที่ยกระดับการกวาดล้างอย่างจริงจังต่อเนื่อง ทั้งเครือข่ายจีนเทา ขบวนการนอมินี การสวมสิทธิ์ และกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างชาติในหลายพื้นที่สำคัญของประเทศ
“รัฐบาลนี้ไม่เคยซุกปัญหาไว้ใต้พรม ตรงกันข้าม หลายคดีที่สังคมรับรู้วันนี้เกิดจากการที่รัฐบาลยกระดับการตรวจสอบและขยายผลอย่างเข้มข้น จนเครือข่ายผิดกฎหมายไม่มีพื้นที่ยืน” นางสาวลลิตา ระบุ
ทั้งนี้ ในกรณีคดีนายซุน หมิงเฉิน ที่จังหวัดชลบุรี ขอชี้แจงว่า แม้จุดเริ่มต้นจะมาจากอุบัติเหตุรถคว่ำ แต่รัฐบาลไม่ได้หยุดเพียงคดีจราจร นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลเชิงลึกทันที จนนำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมรวม 11 ราย ทั้งพลเรือนและอดีตนายทหารเรือ พร้อมตรวจสอบเส้นทางอาวุธสงคราม การถือครองบัตรสีชมพู และขบวนการนอมินีทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน ในกรณีตำรวจอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวจีนที่จังหวัดสระแก้ว รัฐบาลดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยตำรวจทั้ง 4 นายที่เกี่ยวข้องถูกสั่งให้ออกจากราชการทันที พร้อมดำเนินคดีอาญาอย่างเต็มที่ ไม่มีการปกป้องหรือช่วยเหลือกันภายในองค์กร
“นิ้วไหนร้ายต้องตัดทิ้ง รัฐบาลไม่มีนโยบายปกป้องคนผิด การดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาในกรณีนี้ สะท้อนว่าระบบตรวจสอบภายในยังทำงานได้ และรัฐบาลพร้อมจัดการเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด” รองโฆษกฯระบุ
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างเรื่องการใช้มูลนิธิ โรงเรียน หรือการถือหุ้นนอมินีเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์หรู ขอชี้แจงว่า รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับ 93 ประเทศ การตั้งคณะกรรมการทบทวนระบบวีซ่าทั้งระบบ รวมถึงการสั่งการให้กรมที่ดินตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและเส้นทางการเงินของนิติบุคคลต้องสงสัยทั่วประเทศ
นอกจากนี้ กรมที่ดินยังได้ประสานการทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขยายผลตรวจสอบเครือข่ายนอมินีอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศรายงานผลการตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัยอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากฝ่ายค้านมีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนอมินีหรือเครือข่ายอาชญากรรมจริง รัฐบาลขอให้ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยตรง เพื่อให้เกิดการดำเนินคดีอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มากกว่าการนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อก่อนจนเสี่ยงต่อการทำลายพยานหลักฐานหรือเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดหลบหนี ข้อมูลอาชญากรรมไม่ควรเป็นเครื่องมือทางการเมือง หากมีหลักฐานจริง รัฐบาลพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดทันที
อย่างไรก็ตาม ปัญหานอมินีต่างชาติถือครองอสังหาริมทรัพย์และการสวมสิทธิ์ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานหลายสิบปี แต่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลแรกที่ยกระดับการตรวจสอบไปถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและเส้นทางการเงินอย่างจริงจังทั่วประเทศ ไม่ใช่เพียงการตรวจเอกสารตามรูปแบบ
“การตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน และรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ แต่การสื่อสารต่อสาธารณะควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อภาพรวมของประเทศและการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้ประเทศไทยเผชิญปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติมายาวนาน แต่รัฐบาลชุดนี้เลือกเผชิญหน้าและกวาดล้างอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพิกเฉยหรือปล่อยให้ปัญหาฝังรากลึกต่อไป รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด” รองโฆษกรัฐบาล ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แตะเบรกการเมืองน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งเงินเยียวยา – ผ่อนปรนปล่อยสินเชื่อ
“อภิสิทธิ์”เร่งรบ.ตรวจสอบ ปชช.อุทธรณ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ผ่อนปรนสินเชื่อธุรกิจ แนะมอบหมาย ผวจ.เป็นเจ้าภาพแผนเผชิญเหตุ ชี้ไม่ควรเป็นพื้นที่ขัดแย้งทางการเมือง
พรรคส้มปั่น10ลล.! รวมตัวเลข‘ผูกพัน-นอกงบประมาณ’ตั้งธงคอร์รัปชัน
พรรคประชาชนเล่นใหญ่ จัดกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ "ไอซ์" ชวนประชาชนจับตางบประมาณผูกพันและเงินนอกงบประมาณ 10 ล้านล้าน นายกฯ เข้าทำเนียบฯ วันหยุด เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนลงโทษทุจริตสอบท้องถิ่น ขณะที่ "ศุภจี" บินสหรัฐ 15-17 ก.ค.นี้คุยภาษีทรัมป์
หลุมดำ 'งบประมาณ-เงินกู้' ในช่วงวิกฤต พยุงความเชื่อมั่น-เลิกแบกการเมือง
การตั้ง "งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570” เป็นปัญหาที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลยอมรับตรงกันว่ามีความ “ตึงตัว” จากภาระรายจ่ายประจำ เม็ดเงินส่วนใหญ่ใช้ไปกับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ
มหาดไทยลุยตรวจภูเก็ต พบบริษัทต้องสงสัยเข้าข่าย 'นอมินี' 361 แห่ง
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมและสถานประกอบการที่ได้รับการร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมุ่งตรวจสอบการประกอบธุรกิจของกลุ่มทุนต่างชาติ การถือครองกิจการผ่านนอมินี รวมถึงการขออนุญาตก่อสร้าง การขออนุญาตประกอบกิจการ และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ปชน. จับตารุมทึ้งงบ 'เงินกู้' อีก 2 แสนล้าน ชี้เปลี่ยนผ่านพลังงานใน 1 ปีทำไม่ได้จริง มีแต่โครงการเบี้ยหัวแตกใช้ชื่อประหยัดไฟ
ปชน. จับตาเงินนอกงบประมาณกว่า 10 ล้านล้านบาท ตั้งข้อสังเกตเงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่อแววยัดไส้ล็อกสเปก-เอื้อประโยชน์เอกชนแต่งตัวมารับงานใหญ่
แม่ยก ปชป. อบรม 'นางแบกสีน้ำเงิน' เพื่อประเทืองปัญญา ควรรู้หน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่สักแต่จะปกป้องรัฐบาล
นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับ และผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความตอบโต้ผู้สนับสนุนรัฐบาลภูมิใจไทยที่ออกมาโพสต์เรียกร้องให้ฝ่ายค้านลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

