
26 พ.ค.2569-นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า[ จับตาไม่ให้ กกต. เป่าคดีโกง สว.! : หากในวันก่อน ข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ยังหนักแน่นเพียงพอให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล, และทำไมในวันนี้ โพยและเส้นทางการเงิน ก็ควรจะหนักแน่นเพียงพอให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลเช่นกัน? ]
เช้าวันนี้ ที่บริเวณแถลงข่าวของอาคารรัฐสภา เราได้เห็น สว. 89 คน ปรากฏตัวกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแถลงข่าวประณามหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้ออกมาวิจารณ์ “ระบอบสีน้ำเงิน”
ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้ในการชวนสังคมจับตาดูอีกกรณีหนึ่ง ที่เราได้เห็น สว. 130+ คน ปรากฏชื่อกันอย่างพร้อมเพรียงเช่นกัน นั่นคือใน “สำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26” ของ กกต. และ DSI ที่มีมติเสนอให้ กกต. ส่งคำร้องไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน (สว. 138 คน และเครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน)
1 เดือนข้างหน้านี้ จะเป็นจุดตัดสำคัญของคดีโกง สว. เพราะ กกต. จะต้องตัดสินใจและลงมติ ว่าจะส่งคำร้องไปที่ศาล (ตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26) หรือ จะยกคำร้องและเป่าคดี จนเรื่องไปไม่ถึงศาล
แม้เราอาจไม่สามารถเห็นสำนวนเต็มๆและหลักฐานทั้งหมดที่ถูกรวบรวมโดยคณะไต่สวนชุดที่ 26 ได้ แต่จากเพียงข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ผมเห็นว่าหลักฐานในคดีดังกล่าวหนักแน่อนเพียงพอต่อการที่ กกต. ควรจะมีมติส่งเรื่องต่อไปที่ศาล
– เราเห็นถึงบัตรการลงคะแนนเลือก สว.ที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขชุดเดียวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติและปราศจากการฮั้ว
– เรารับรู้จากผู้ร้อง ว่าสำนวนของคณะไต่สวน มีทั้งหลักฐานเรื่องการนัดรวมตัวกัน การพักอาศัยด้วยกัน การเดินทางไปที่สถานที่เลือกร่วมกัน รวมไปถึงหลักฐานเกี่ยวกับการว่าจ้างให้ลงคะแนนตามโพย และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายราย
หากใครจะบอกว่าหลักฐานเหล่านี้หนักแน่นไม่พอ ผมอยากชวนทุกคนไปเทียบกับอีกคดีหนึ่ง (คดีหมายเลขแดง 53/2568):
– ในคดีดังกล่าว หลักฐานทั้งหมดที่ กกต. มี คือข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ระหว่างคน 2 คน ที่มีการขอแลกคะแนน (ตามภาพจำลองที่ปรากฏ)
– แต่แม้จะมีหลักฐานเพียงไม่กี่ข้อความดังกล่าว แต่ กกต. ก็ตัดสินใจมีมติ ให้ส่งคำร้องดังกล่าวไปที่ศาล
– โดยในท้ายที่สุด (26 พ.ย. 68) ศาลฏีกาตัดสินว่ากรณีดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด และมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้กระทำความผิดเป็นระยะเวลาถึง 10 ปี
ดังนั้น ถ้าข้อความไม่กี่ข้อความใน LINE ในวันนั้น ยังเพียงพอให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล
แล้วทำไมโพยและเส้นทางการเงิน ในวันนี้ ถึงจะไม่เพียงพอสำหรับ กกต. ในการส่งเรื่องไปที่ศาล?
หากท้ายสุดแล้ว กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ประชาชนก็คงอดสงสัยไม่ได้ ว่าการตัดสินใจดังกล่าว เกี่ยวข้องหรือไม่ กับการที่ กกต. 4 จาก 7 คน ได้มาเป็น กกต. จากการถูกรับรอง โดย สว. ที่อยู่ในสำนวน?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ๋อย' จี้ 'กกต.' สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา
เตือนสติกกต.! 'วัส ติงสมิตร' ยกประวัติศาสตร์ 6 ระดับความรับผิดองค์กรเลือกตั้งทั่วโลก
นักวิชาการอิสระ กระตุกดุลพินิจวินิจฉัยของ กกต.ว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ ในการส่งคดีฮั้ว สว.ไปให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ ต้องมีเหตุผลที่มีน้ำหนักเป็นที่ยอมรับได้ หากไม่ต้องการให้องค์กรต้องเผชิญกับวิกฤตความศรัทธา ประเทศขาติถูกกินรวบไปอย่างสมบูรณ์
'อดีต กกต.' ไล่บี้ ป.ป.ช. 3 ปี กับเงินปริศนา 3 แสน คดีสินบน
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพร้อมภาพวงจรปิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 ว่า วันนี้ เมื่อ 3 ปีก่อน
ซ่อมเมืองอุดร สีน้ำเงินเหนียว ‘อธิการ’เข้าวิน
ไร้พลิก! เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 1 แทน “หรั่ง” สีน้ำเงินยังเหนียวแน่น “ลูกเขย” อดีต สส.นำม้วนเดียวจบ “อนุทิน” ลงพื้นที่ร่วมเชียร์
ปัดฟันฮั้วสว.แค่10 กกต.ยันเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว/ส้ม-เครือข่ายพาเหรดเขย่า
"กกต." โต้ข่าวลือล็อกเป้าฟัน 10 คนคดีฮั้ว สว. ระบุนัด 7 เสือเคาะมติชี้ชะตา 14 ก.ย.
'สมชาย' ย้อนดูคะแนนผู้สมัครได้รับเลือก สว. กลุ่ม 1-20 ข้องใจมีผู้ได้เฉลี่ยสูง 50-60 คะแนนเกาะกลุ่ม
สมชาย แสวงการ อดีตสว. ย้อนตรวจสอบดูประกาศคะแนนของผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่ลงนามประกาศโดยนายแสวง บุญมี

