กำไลอีเอ็มยังคาเท้าทักษิณต่อ! จนกว่าได้รับใบบริสุทธิ์

'ทักษิณ' พ้นโทษทันทีจากพระราชทานอภัยโทษทั่วไป และจะปลดกำไล EM ก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ 3 ฝ่ายภายใน 120 วันและต้องรอใบบริสุทธิ์ก่อน

03 มิ.ย.2569 - จากกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยืนยันถึงรายละเอียดสำคัญในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.69 ซึ่งมีรายชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษทันที ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ เนื่องด้วยเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี ส่วนกรณีการปลดกำไล EM ยังคงต้องรอให้จบกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ เรียบร้อยก่อนนั้น

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่นายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา 8 แห่งกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษฯ เนื่องด้วยมีโทษเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ จึงทำให้จากเดิมที่นายทักษิณ ยังอยู่ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติ 4 เดือน นับแต่วันที่ 11 พ.ค.69 และจะพ้นโทษบริบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69 ซึ่งนายทักษิณจะต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เดือนละครั้ง ก็ถือว่าสิ้นสุดระยะเวลาการคุมประพฤติทันที และไม่ต้องรอให้ถึงวันพ้นโทษ 9 ก.ย.69 เพราะกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีมีคุณสมบัติครบถ้วนให้ปล่อยตัวไป

อย่างไรก็ตาม ในกรณีเรื่องการปลดกำไล EM ภายหลังพ้นโทษนั้น อดีตนายกรัฐมนตรียังจำเป็นต้องรอกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ซึ่งระบุไว้ว่า “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที่ หรือตุลาการศาลทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน รวม 3 คน เป็นคณะกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อความสะดวกแก่ศาลแห่งท้องที่นั้นพิจารณาออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ซึ่งถูกลงโทษจำคุกตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาออกคำสั่งปล่อยหรือลดโทษแล้วแต่กรณี เมื่อได้มีหมายหรือคำสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับแล้ว ให้คณะกรรมการทำบัญชีผู้ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษเก็บไว้ที่เรือนจำหรือทัณฑสถานหนึ่งฉบับ ส่งศาลหนึ่งฉบับ ส่งกระทรวงยุติธรรมหนึ่งฉบับ และทูลเกล้าฯ ถวายอีกหนึ่งฉบับ

“อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับเอกสารใบบริสุทธิ์ หรือใบสุทธิ ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งใบบริสุทธิ์ถือเป็นเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังใช้ในการปลดรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรที่มีผลต่อการเดินทางไปต่างประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นทั้งกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 และได้รับใบบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีจึงจะได้รับการนัดหมายประสานงานเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อรับการปลดกำไล EM คืนสู่อิสรภาพ”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' บอกไม่ต้องขอเสียง 'กล้าธรรม' ช่วย!

'สุชาติ' ซัดพรรคประชาชนพรรษาน้อย-เป็นเด็กวันยังค่ำ! ถูกจองกฐินซักฟอกทุกครั้ง เหน็บ 'รักชนก' คงไม่มีอะไรจะพูดถึงเพราะพูดทุกวัน ย้ำสัมพันธ์ 'กล้าธรรม' ไม่ต้องขอเสียงช่วย

รมว.ยุติธรรมรีบบอกคำร้อง 'ทักษิณ' ขอนิรโทษกรรมอยู่ในชั้นอนุ กก.กลั่นกรอง

'รุทธพล' บอกคำร้อง 'ทักษิณ' ขอนิรโทษกรรมเข้าเกณฑ์หรือไม่ ต้องดูรายละเอียด ย้ำ เรื่องอยู่ในชั้นอนุกรรมการกลั่นกรอง

'ฉัตรชัย' รับคำร้องขอนิรโทษกรรม 'ทักษิณ' ถึงอนุ กก.ชุดปลัด ยธ.แล้ว

'ฉัตรชัย' รับคำร้องขอนิรโทษกรรม 'ทักษิณ' ถึงมืออนุ กก.ชุดปลัด ยธ.แล้ว ปัดตอบเข้าเกณฑ์หรือไม่ ขอหารือก่อน เหตุเกี่ยวข้องกฎหมายหลายประเด็น

'อดีตสว.' กระตุก 'ทักษิณ' การใดไม่สมควร ไม่พึงกระทำ ได้คืบอย่าเอาศอก

'อดีตสว.' ยัน พรบ.สร้างเสริมสันติสุข มีข้อยกเว้นหลักหนักแน่น 3ประการ ไม่ให้นิรโทษกรรมคดี ทุจริต คดี112 คดีฆ่าคนตายและอาชญากรรมร้ายแรง ชี้ 'ทักษิณ' ขอใช้สิทธิด้วยไม่เข้าข้อกฎหมาย ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษให้แล้ว การใดไม่สมควร ไม่พึงกระทำ ได้คืบอย่าเอาศอก

'อภิสิทธิ์-ชวน' นำ ปชป. เร่งบรรจุถุงยังชีพ ช่วยวิกฤตน้ำท่วมกรุง

น้ำไม่ลด ประชาธิปัตย์ไม่ทิ้ง 'อภิสิทธิ์-ชวน' นำทีม ปชป. – มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ฯ ระดมกำลังเร่งบรรจุถุงยังชีพ ช่วยวิกฤตน้ำท่วมทั่วกรุง

ล้มช้าง!!! “ไอติม” “พนิดา” “วาโย” ปชน. กมธ.กิจการศาล เหมาเข่ง พ่วง “อภิสิทธิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี –อัยการเสื้อส้ม“วีรยุทธ” อธิบดีอัยการยาเสพติด พ่วงคดีวินัยร้ายแรง ปมแต่งตั้ง “สมชัย” อดีต กกต.ไม่ชอบ ส่วน “สมชัย”อ่วม!!!โดนคดีอาญาเพิ่ม 2 คดีรวด

วันที่ 10 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่ สน.บางโพ ได้รายงานคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชนต่อ ผบ.ตร.ตามลำดับชั้น มีผู้กล่าวโทษเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 และพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีมีมูลจริงจึงได้เรียกให้ผู้กล่าวโทษมาสอบสวนและยืนยันการกระทำความผิด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้อุณภูมิการเมืองเดือดทันที