ล้มช้าง!!! “ไอติม” “พนิดา” “วาโย” ปชน. กมธ.กิจการศาล เหมาเข่ง พ่วง “อภิสิทธิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี –อัยการเสื้อส้ม“วีรยุทธ” อธิบดีอัยการยาเสพติด พ่วงคดีวินัยร้ายแรง ปมแต่งตั้ง “สมชัย” อดีต กกต.ไม่ชอบ ส่วน “สมชัย”อ่วม!!!โดนคดีอาญาเพิ่ม 2 คดีรวด

วันที่ 10 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่ สน.บางโพ ได้รายงานคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชนต่อ ผบ.ตร.ตามลำดับชั้น มีผู้กล่าวโทษเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 และพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีมีมูลจริงจึงได้เรียกให้ผู้กล่าวโทษมาสอบสวนและยืนยันการกระทำความผิด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้อุณภูมิการเมืองเดือดทันที

เป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย รธน.ฉบับปัจจุบันพ่นพิษ ผลคดีทั้งคดีอาญาและจริยธรรมร้ายแรงตัดสิทธิการเมืองตลอดไป ไม่อาจดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆได้อีก
โดยมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 บังคับใช้กับกำกับควบคุมกรรมการในองค์กรอิสระ พ่วง สส. สว.และคณะรัฐมนตรีด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมืองลุกลาม ถึงการแต่งตั้งอนุ กมธ.โดยไม่ตรวจสอบประวัติของ กมธ.กิจการศาลฯ สภาผู้แทนราษฎร เหมาเข่ง อีกด้วย ทำให้การเมืองในเดือนกันยายน 2569 อุณภูมิเดือดต้อนรับการเปิดประชุม สมัยสามัยครั้งที่ 2/2569 ปมกรณีแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ที่ถูก คำสั่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ออกคำสั่ง คสช.ที่ 4/2561 20 มีนาคม 2561 ไล่ออกจากราชการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงกระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์ยันบั้งความเสียหายแก่ราชการ กระทำฝ่าฝืน พรป.ปปช.มาตรา 216(4) โดนทั้งคดีอาญาและจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยในส่วนคดีอาญาและจริยธรรมร้ายแรง มีผู้กล่าวโทษดำเนินคดีอาญาและจริยธรรม ที่ สน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 2 คดี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นบทเรียนของ กรรมการในองค์กรอิสระที่กระทำฝ่าฝืน พรป.ปปช.และจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งนายสมชัยฯทำให้ สส.ทำให้บานปลายถึง สส.ผู้ทรงเกียรติและลุกลามถึงมติแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงจงใจแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ทำให้ราชการได้รับเสียหายเพราะการประชุม กมธ.หรืออนุ กมธ.ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนหรือเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง ทั้งใช้ห้องประชุม ค่าน้ำ ค่าไฟและใช้ทรัพยากรของราชการ ทำให้รัฐสูญเสียงบจ่ายค่าตอบแทน เบี้ยประชุม จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในสัดส่วนของรัฐสภาและภาษีของพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบรายงานคดีสำคัญสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พบว่า พ.ต.อ.อภิชัย หวลจิตต์ ผกก.สน.บางโพ หัวหน้าพนักงานสอบสวน รายงานคดีสำคัญและประชาชนให้ความสนใจ ต่อ พล.ต.อ.กิต์รัฐ พันธ์เพ็ชร ผบ.ตร.ตามลำดับชั้น ตามรายงานประจำวันคดีอาญา ข้อ 2 เวลา 12.05 น.ลงวันที่ 3 กันยายน 2569 มีผู้กล่าวโทษและดำเนินคดีอาญา จำนวน 2 คดี ดังนี้
คดีที่หนึ่ง นางสาวพนิดาหรือผึ้ง มงคงสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 นายวาโยหรือเก่ง อัศวรุ่งเรือง ผู้ต้องหาที่ ๒ นายวีรวุธหรือวุ้ดดี้ รักเที่ยง ผู้ต้องหาที่ 3 นายสมศักดิ์หรือเช้า แสงอารยะกุล ผู้ต้องหาที่ 4 นายภัณฑิลหรือต้า น่วมเจิม ผู้ต้องหาที่ 5 นายเท่าพิภพหรือเท่า ลิ้มจิตรกร ผู้ต้องหาที่ 6 นายพริษฐ์หรือไอติม วัชรสินธุ ผู้ต้องหาที่ 7 นายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย ผู้ต้องหาที่ 8 นายอภิสิทธิ์หรือมาร์ค เวชชาชีวะ ผู้ต้องหาที่ 9 นายจรยุทธหรือต้นกล้า จตุรพรประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 10 นายอนุสรณ์หรือเอ๊ะ แก้ววิเชียร ผู้ต้องหาที่ 11 นายรัชต์พงศ์หรือปอนด์ สร้อยสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 12 นางสาวเบญจาหรือเบญ แสงจันทร์ ผู้ต้องหาที่ 13 นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 14(อธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด) นางนันท์นภัสหรือแนน จงเจริญ โฉมเฉลา ผู้ต้องหาที่ 15 นายเกษม เตไชยา ผู้ต้องหาที่ 16 นายเศรษฐพัส อรุณประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 17 นางสาวพสธรหรือธร อรัญญพงษ์ไพศาล ผู้ต้องหาที่ 18 นายเอกศักดิ์หรือเอก หอมชื่น ผู้ต้องหาที่ 19 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหาที่ 20 นายณัชปกรหรือเป๋า iLaw นามเมือง ผู้ต้องหาที่ 21 นางสาวผ่องศรีหรือตุ๊ก ธาราภูมิ ผู้ต้องหาที่ 22 นายพงษ์ศักดิ์หรือเม้ง จันทร์อ่อน ผู้ต้องหาที่ 23 นายปัญจมพงศ์หรือปันเจ เสริมสวัสดิ์ศรี ผู้ต้องหาที่ 24 (หัวหน้าฝ่ายดิจิทัลของพรรคประชาชน,ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรประชาชน ลำดับที่ 84) นายชุติพงศ์หรือท็อป พิภพภิญโญ ผู้ต้องหาที่ 25 ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐในตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายนิติบัญญัติ ร่วมกันจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเสียหายแก่รัฐ และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐในตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ และในข้อหาเป็นสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐในตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายนิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเสียหายแก่รัฐและเป็นสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐในตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายนิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเกิดความเสียหายแก่ราชการ ตาม พรป.ปปช.มาตรา 4 มาตรา 172 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ,83 ,86 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 219, 235 วรรคหนึ่ง (1) ,วรรคสี่ ,มาตรฐานทางจริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 23 ข้อ 27

คดีที่สอง นายสมชัย ศรีสุทธิยกร ผู้ต้องหา ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการเปิดเผยความลับเอกสารราชการ ตาม ปอ.มาตรา 157,164 ประกอบมาตรา 86 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเสียหายแก่รัฐ หรือผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตาม พรป.ปปช.มาตรา 4.172 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 และข้อหาโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของรัฐเกิดควยามเสียหายแก่ราชการ ตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 14(1) และ (2) พฤติการณ์แห่งคดี ระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึงวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลากลางวันและเวลากลางคืนต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด นายสมชัย อดีต กกต.โพสต์เฟสบุ๊ก สังคมโซเชี่ยล ที่ใช้บัญชีว่า ปั่นไปไหน-สมชัย ศรีสุทธิยากร นำเนื้อหาและผลมติที่ประชุมของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ของ กกต.ที่มีหน้าที่กลั่นกรองสำนวนคดีทุจริตการเลือก สว.ปี 2567 เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ๋ กกต. นำไปบิดเบือนข้อเท็จจริงทางระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ โดยที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ยังไม่ลงมติชี้ขาด โดยมีเจตนาสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐเปิดเผยความลับราชการสำนวนคดีฮั้ว สว.ของ กกต.โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน.ข้องใจ สตช.ของบซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดราคาสูงกว่าตลาด 15 เท่า

ถกงบ 70 วันที่ 4 'สส.ปชน.' ข้องใจ สตช.ขอจัดซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด 50 ชุด วงเงิน 30 ล้าน เทียบราคาสาธารณะอยู่ที่ 40,000 -140,000 บาท แต่ สตช.ตั้งราคาส่วนต่าง 15 เท่า เสนอใช้หุ่นยนต์-ใช้อุปกรณ์ร่วมทหาร

ถอยคนละก้าว ! ปิดประชุม 02.09 น. แต่ยังไม่เคลียร์ญัตติไฟใต้-กกต.

'วิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน' ถอยคนละก้าว ถอนชื่อถกงบฯ 70 จบมาตรา 26 สั่งพักประชุมตี 2 ก่อนลุยต่อเก้าโมงเช้า หวิดปะทะ 'รองเปิ้ล' หลังบอกต้องทำสภาให้เป็นที่ศรัทธา ปชช. ด้าน ’พริษฐ์‘ ขอความชัดเจนวาระร้อนชายแดนใต้-กกต.

'โรม' ผวาสภาโจ๊ก! อบรม 'รองฯมัลลิกา' ปรับปรุงตัวให้สมมืออาชีพ

'โรม' อบรมชุดใหญ่ เรียกร้อง 'รองฯมัลลิกา' ปรับปรุงการทำหน้าที่ประธาน ให้สมมืออาชีพ ห้องประชุมไม่ควรเรียกพี่-น้อง-ชื่อเล่น หวั่นเป็นสภาโจ๊ก แนะดูคนอื่นเป็นตัวอย่าง

ชำแหละ! 5 จุดอ่อน สส. สภาชุดนี้ หนักใจมาตรฐานถดถอย

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จุดอ่อนของ สส.ในสภาชุดนี้" โดยระบุว่า

สภาเดือด! สส.ซัดกันนัว ภูมิใจไทยชิงถกญัตติชายแดนใต้ ก่อนอภิปรายรายงาน กกต.

สภาเดือด! สส.ซัดกันนัว ภูมิใจไทยชิงถกญัตติชายแดนใต้ก่อนรายงาน กกต. ‘ฝ่ายค้าน’ ดักทางหวั่นรัฐบาลใช้เป็นแท็กติกปิดปากกรณีโกง สว. ด้าน ‘รักชนก’ แซะ ครม.รักตัวกลัวตาย ไม่กล้าลงพื้นที่ 3 จังหวัด เจอซีก ‘รัฐบาล’ รุมประท้วงถอนคำพูด ทำ ‘เท้ง‘ รีบแก้เกมเสนอญัตติซ้อน โหวตแข่ง ก่อน ‘มัลลิกา‘ เบรกประชุม 20 นาที

อึ้ง!เด็กส้มซัดอนุทินรู้ปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ 2 ปีไม่แก้ไข! เอกนัฏบอกเร่งจัดระเบียบ

'ศุภณัฐ' ไล่บี้ 'รัฐบาล' จัดระเบียบ Data Center หลังพบอาศัยช่องโหว่กฎหมาย ซัด 'นายกฯ' รับทราบปัญหามาตลอด แต่ไม่คิดแก้ไข ด้าน 'เอกนัฐ' แจงเร่งประกาศจัดระเบียบ พร้อมระงับการขออนุญาตจัดตั้งไว้ก่อน