ผู้นำฝ่ายค้าน ฉะรัฐบาลฉวยวิกฤต กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังเงินทอนให้บางพรรคในระบอบสีน้ำเงิน

"ผู้นำฝ่ายค้าน" ซัด "รัฐบาล" ฉวยโอกาสช่วงวิกฤต ลักไก่ออกพ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้านบาท ชี้เพื่อเลี่ยงสภาฯตรวจสอบ จับตาเงินกู้ก้อนที่ 2 อีก 2 แสนล้านอ้างเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานบังหน้า แต่หวังเงินทอนให้บางพรรคการเมืองในระบอบสีน้ำเงิน ส่อล็อกสเปกให้บริษัทในเครือข่าย

4 มิถุนายน 2569 - เวลา 13.17 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ​ อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตามพ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยา วงเงิน 1.8หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ทั้งที่หลักการของการออกพ.ร.ก.กู้เงินต้องใช้เท่าที่จำเป็น แต่รัฐบาลไม่ทราบจริงๆ หรือว่าเงินที่ใช้ในกองทุนดังกล่าวแต่ละปีใช้จำนวนเท่าใด ที่ผ่านมาตั้งขาดทุกปีโดยใช้เงินคงคลังไปจ่ายก่อน แล้วตั้งงบประมาณปีถัดไปเพื่อใช้เงินคงคลัง ซึ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ พ.ศ.2570 ออกไปเป็นเดือน ก.ค. รัฐบาลมีเวลาจัดสรรงบปี70 ให้เพียงพอต่อกองทุนดังกล่าว แต่ไม่ทำ แต่เลือกใช้วิธีลักไก่ เอาเงินกู้วงเงิน 1.8 หมื่นล้านไปใช้ดำเนินการ

“ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากวิธีนี้ ไม่มีหรอก คนที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาล ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามวิธีการ กว่าจะไปเจียดเงินออกจากรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในร่างงบประมาณปี 70 อาจจะส่งผลสะเทือนต่อส่วนราชการประจำที่มีเจ้าของงบประมาณอยู่แล้ว หรือจะส่งผลสะเทือนต่อพรรคร่วมรัฐบาลที่ท่านอาจจะมีแบ่งโควตางบประมาณปี 70 ไว้แล้ว ว่าแต่ละพรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละกระทรวงได้เท่าไหร่ ท่านถึงใช้วิธีเอาง่าย ไม่ไปเจียดจากงบรายจ่ายประจำปี แต่ลักไก่เอาจากพ.ร.ก.เงินกู้ ไปโปะในส่วนนี้ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมายเต็มๆ ” นายณัฐพงษ์ อภิปราย

นายณัฐพงษ์ อภิปรายต่อว่า ส่วนเงินกู้ก้อนที่ 2 เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ถือเป็นข้ออ้าง เพราะหากต้องการยกระดับ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปเป็นพลังงานสะอาดจริง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว เพราะมีภาคเอกชนที่พร้อมจะสนับสนุน แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังใช้ช่องทางพิเศษ เลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ เพราะรัฐบาลหาทำ โดยอาศัยวิกฤติขัดแย้ง เสกเงิน ทำเอง หวังล็อกสเปค เหมือนกับบางโครงการของรัฐบาล เอไอ ไทยแลนด์ พาสปอร์ต ที่พบการล็อกสเปคให้บริษัทที่อยู่ในเครือข่าย หวังเงินทอนให้บางพรรคการเมืองในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' ซัดรัฐบาลเล่นลิ้น ออกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำลายยับ 'วินัยการคลัง-ความมั่นคงประเทศ'

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอญัตติ ว่า เป็นหนึ่งในคนที่เสนอญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องติดตาม เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งก็ต้องคอยรอดูว่าจะวินิจฉัยใ

'กล้าธรรม' หนุนตั้ง กมธ.ติดตามใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน จับตาคนใกล้ชิด รมต. เปิดบริษัทธุรกิจพลังงาน

สภาฯ ถกญัตติด่วน ตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามเงินกู้ 4 แสนล้านบาท "กล้าธรรม" เสนอเจียดเงิน 2 แสนลบ.ก้อนหลังมาซอยใช้วิจัย-นวัตกรรมใหม่จากพลังงานไฮโดรเจน หวั่น คนใกล้ชิด รมต.ไปเปิดบริษัทโซลาร์เซลล์-หลอดไฟฟ้า ทำฉีกกลไกตลาด

ลำบากก็ต้องมา! ผู้สูงอายุเหมารถมาธนาคาร ยืนยันตัวตน 'บัตรคนจนรอบใหม่' บางคนดีใจจนน้ำตาไหล

บรรยากาศการยืนยันตัวตนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน วันแรก เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เดินทางมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า บางรายรวมกลุ่มกันเช่ารถพ่วงข้างและรถกระบะ หารค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินทางมายังธนาคาร เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

'พริษฐ์' ไล่บี้ปมไลน์หลุดช่วยสีน้ำเงิน 'เจเศรษฐ์' โต้ มท.มีสีเดียวคือสีกากี

'พริษฐ์' บี้ปมช่วยสีน้ำเงินในการเลือกตั้งด้วย บอก ป็นใบเสร็จแทรกแซงโดยอธิบดีกรมการปกครอง 'เจเศรษฐ์' แจงมหาดไทยเป็นสีกากีเดียวกัน สอบเรื่องนี้ต้องใช้เวลา ไม่มีมือที่มองไม่เห็นทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

ตีปี๊บรายวัน รัฐบาลเผย 'ไทยช่วยไทยพลัส' ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 6,214 ล้านบาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน