'อภิสิทธิ์' ตอก 'เอกนิติ' ประกาศหลักมุ่งเป้าแค่การโฆษณา ถามตัดสิทธิบัตรคนจน นี่หรือคือการมุ่งเป้า

สภาฯมีมติตั้ง กมธ.พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “อภิสิทธิ์” ถาม รมว.คลัง ลงทะเบียนใช้แอปไทยช่วยไทย พลัส เป็นการมุ่งเป้า หรือกำลังให้ลูกหลานมาใช้หนี้เพื่อให้รัฐมนตรีคลังไปใช้จ่าย

4 มิถุนายน 2569 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสรุปญัตติของนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ขอย้ำถึงความจำเป็นของการตั้ง คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ โดยการเปรียบเทียบกับกระบวนการปกติ ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยจะพูดเสมอว่าเงินที่เก็บจากภาษีประชาชนจะใช้จ่ายอะไรจะต้องให้ผู้แทนประชาชนอนุมัติและตรวจสอบ

ดังนั้นกระบวนการงบประมาณปกติที่เราจะได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.บประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ประมาณปลายเดือนนี้ก็จะทราบว่าสภาฯจะต้องพิจารณาตั้งแต่เรื่องของหลักการงบประมาณว่ายอดเงินเท่าไหร่ ขาดดุลเท่าไหร่ และต้องไปทำงานกันอีกหลายเดือนในชั้นกมธ.ฯเพื่อตรวจสอบโครงการต่างๆ แต่กรณีของการตรา พ.ร.ก.ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้กระทำได้ในบางสถานการณ์ ปัจจุบันมีการโต้แย้งกันอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงกันข้ามกับงบประมาณปกติ ซึ่ง ครม.อนุมัติพ.ร.ก.ฉบับนี้รัฐบาลก็ไปกู้เงินแล้วเอามาใช้ได้ทันที จนถึงทุกวันนี้เงินเริ่มใช้แล้ว แต่สภายังไม่มีโอกาสที่จะอนุมัติหรือกลั่นกรองโครงการใดๆ แม้แต่โครงการเดียว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งที่กระบวนการปกติที่จะได้ทำคือจะได้เห็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากเงินก้อนนี้ปรากฏอยู่ในงบประมาณในปีถัดไป เป็นรายการดอกเบี้ยที่รัฐบาลจะต้องจัดงบประมาณไปชำระคืน เป็นเงินต้นที่รัฐบาลจะต้องทยอยชำระคืน ซึ่งในปัจจุบันเราก็บ่นกันอยู่แล้วว่างบประมาณแผ่นดินลำพังงบประจำกับงบใช้หนี้ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นก็ทำให้เราแทบไม่เหลือเงินในการที่จะไปลงทุนและพัฒนาแล้วฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจดำเนินการไป

โดยแท้จริงแล้วฝ่ายค้านเชื่อว่าไม่ได้สอดคล้องกับเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ และวิกฤตการณ์ที่รัฐบาลกล่าวอ้างว่าต้องใช้เงิน4 แสนล้านบาทนั้น เป็นวิกฤตการณ์ที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ ถ้าตัดสินใจที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เช่นเก็บเงินจากโรงกลั่น ลดภาษีสรรพสามิต ราคาน้ำมันวันนี้จะไม่ต่างจากต้นเดือนกุมภาพันธ์เลย แต่ขณะนี้รัฐบาลได้ปล่อยให้ราคาสินค้าต้นทุนสำคัญๆ ทั้งขนส่ง ปุ๋ย พลาสติก และวัตถุดิบต่างๆขึ้นไปแล้ว ซ้ำเติมความเป็นอยู่ของประชาชน แล้วตัดสินใจกู้เงินมาแจกให้ประชาชนมาซื้อของที่แพงขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กลาวต่อว่า อีก4 เดือนข้างหน้าเงินที่รัฐบากำหนดเอาไว้สำหรับงานนี้ก็จะหมด ของก็ยังแพงเหมือนเดิม แต่หนี้สาธารณะจะขยับเข้าไปเกือบชนเพดาน นี่คือเหตุผลที่ทำไมการใช้เงิน4 แสนล้านบาทจึงจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ซึ่งเราไม่สามารถทำได้ตามกระบวนการปกติเพราะเงินก้อนนี้คนที่จะมากลั่นกรองโครงการคือคณะกรรมการตามกฎหมายฉบับนี้ ที่มีเพียงปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงในระบบราชการที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิที่ครม.แต่งตั้ง3 คน เป็นผู้อนุมัติ ตนจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าหาก4 แสนล้านบาทนี้ทำตามหลักการที่รัฐบาลเคยอ้างไว้กับเราว่าจะบริหารวิกฤตนี้อย่างไร

“ที่ท่านรมว.คลังไปโฆษณาทั่วโลกว่าเรากำลังทำตามหลักการ5 ข้อ 5T ที่สมาชิกอภิปรายไปแล้ว อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณที่ให้ตั้งกมธ.วิสามัญ ซึ่งT ตัวสุดท้ายยังพอฟังขึ้นบ้าง ส่วนอีก4T เราดูจากการตัดสินใจที่ผ่านมาไม่ได้สอดคล้องกับหลักการดังกล่าวเลย ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้ถ้ารมว.คลังยืนอยู่ข้างบนนั้นจะกล้ายืนยันหรือไม่ว่าสิ่งที่ท่านได้ดำเนินการไปแล้ว และจะทำตามพ.ร.ก.นี้ถือหลักการที่ท่านประกาศไว้กับชาวโลกจริง คือT ตัวแรกมุ่งเป้า ตอนแรกชี้แจงว่าลดภาษีให้ไม่ได้ เพราะจะมีคนที่เป็นเศรษฐีขับรถใช้น้ำมันดีเซลได้ประโยน์ด้วย แต่วันนี้มุ่งเป้าของท่านไปถึง26 -27 ล้านคนใช่หรือ

ผมเห็นภาพท่านรัฐมนตรีลงทะเบียนแล้วไปใช้แอปไทยช่วยไทย พลัส ผมถามว่านี่คือการมุ่งเป้า หรือว่าเรากำลังให้ลูกหลานมาใช้หนี้เพื่อให้รัฐมนตรีคลังไปใช้จ่ายได้ มันไม่ใช่ และการมุ่งเป้าก็ยังไม่มีการทำอย่างละเอียด ก็เกิดเรื่องว่าสำหรับคนที่พยายามจะใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตอนนี้มีการไปตัดสิทธิ์คนที่เป็นพ่อแม่ ที่ลูกเอาพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี นี่คือการมุ่งเป้าหรือ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จึงเห็นว่ากมธ.ชุดนี้อย่างน้อยตนคิดว่าแม้จะไม่สามารถมารถสกัดกั้นคนใช้เงินจำนวนมหาศาลแบบนี้เพียงแต่กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น คงต้องไปติดตามว่าการช่วยเหลือเยียวยาประชานที่เดือดร้อนแบบมุ่งเป้านั้นควรจะต้องทำอย่างไร นี่คือเงินประมาณเกือบ2 แสนล้านบาทที่หมดไป และอาจจะมากกว่านั้นเพราะในพ.ร.ก.ก็อนุญาตให้สามารถโยกงบจาก2 แสนล้านบาทอีกก้อนหนึ่งมาอยู่ในส่วนนี้ได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าส่วนเงิน 2 แสนล้านบาทหลังก็คงจะดำเนินการไปในเรื่องของการเปลี่ยนผ่าน และหลักการเสริมขีดความสามารถความเข้มแข็งของประเทศ ก็ต้องตั้งคำถามอย่างจริงจัง การเปลี่ยนผ่านเรื่องพลังงานสะอาดหรือการลดการพึ่งพาฟอสซิล สิ่งที่เราได้ยินมีเพียงเรื่องสนับสนุนให้มีการซื้อ หรือใช้โซลาร์เซล กับยานยนต์ไฟฟ้า หากพูดถึงความมั่นคงไม่ได้ทำให้ประเทสไทยพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศน้อยลงเลย ยังแปลกใจว่าหากอยากจะลดการพึ่งพาฟอสซิล อีกแนวทางคือไปสนับสนุนไบโอดีเซล เราจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรได้ และลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ แต่รัฐบาลไม่พูดเลย พูดแต่แผงโซล่าร์เซล สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ที่ล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยีที่ต้องนำเข้าทั้งสิ้น และเราไม่ได้มีความพร้อม รัฐมนตรีบอกเองว่าเงินก้อนนี้คงจะกู้ปีหน้า เพราะยังไม่มีลายละเอียดแผนอะไรเลย นี่ไม่ใช่วิธีการเปลี่ยนผ่าน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจก็น่าห่วงวันนี้เริ่มมีความพยายามที่จะอ้างเทคโนโลยีมาขอเงินก้อนนี้ไปใช้ แต่สิ่งที่เราเห็นเหมือนกันคือโครงการที่อ้างทั้งหลายขาดทั้งความโปร่งใส การเสริมสร้างความเข้มแข็งในเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คนไทยสามารถพัฒนาเองและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ดูได้จากโครงการ TH-AI Passport ส่วนTตัวสุดท้ายกระบวนการลัดขั้นตอนทั้งหลาย การจัดซื้อจัดจ้างเราก็ยังไม่ทราบว่าในที่สุดจะมีมาตรฐานเข้มงวดอย่างไร ความสุ่มเสียงทั้งหมดที่ทำให้เรามั่นใจได้คือคนไทยเป็นหนี้เพิ่มขึ้น4 แสนล้านบาท และสภามีหน้าที่ต้องตรวจสอบเรื่องนี้

จากนั้นที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 25 คน โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน90 วัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง 'บุคคลที่เกี่ยวข้อง' จัดทำความเห็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยื่นภายใน 7 วัน

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณากรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้อง ว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน

'ศิริกัญญา' ชี้เครื่องมือสุดท้าย ตั้ง กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ยัดไส้โครงการไม่เร่งด่วน ปกปิดรายละเอียด

“ศิริกัญญา” จี้ตั้ง กมธ.วิสามัญสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ซัดรัฐบาลถังแตก ลักไก่ตีเช็กเปล่า แถมยัดไส้งบฉกงบจ่ายบัตรคนจน ข้ามหัวประชาชน-สภา ท้าทายเดินหน้ากู้ก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยกช่วงโควิดเสี่ยงทุจริตยังตั้ง กมธ.รื้อตรวจสอบทุกบาท ทุกสตางค์

'ศิริกัญญา' จวกรัฐบาลทำโทษลูกกตัญญู เกณฑ์ใหม่บัตรคนจน ตัดสิทธิพ่อแม่หากลูกหักลดหย่อนภาษี

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความถึงกรณีกระทรวงการคลังได้ออกหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยพ่อ แม่ ที่ลูกนำรายชื่อไปลดหย่อนภาษี 30,000 บาท จะไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ

'กรณ์' ซัดรัฐบาลเล่นลิ้น ออกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำลายยับ 'วินัยการคลัง-ความมั่นคงประเทศ'

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอญัตติ ว่า เป็นหนึ่งในคนที่เสนอญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องติดตาม เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งก็ต้องคอยรอดูว่าจะวินิจฉัยใ