นายกฯ เตรียมเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ 8-9 มิ.ย. นี้ 

7 มิถุนายน 2569 –  นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 ณ กรุงฮานอย เพื่อหารือกับผู้นำเวียดนามและภาคเอกชนเพื่อสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำคณะรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงของไทยร่วมเดินทาง ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนผู้แทนภาคเอกชนชั้นนำของไทยที่มีการลงทุนในเวียดนามกว่า 10 บริษัท ร่วมคณะครั้งนี้ด้วย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับรัฐบาลและภาคเอกชนระหว่างไทยและเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้นับเป็นการเยือนเวียดนามครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี ภายหลังการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามให้แน่นแฟ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสการเยือนครั้งนี้หารือกับผู้นำเวียดนามในระดับการเมือง ทั้งประธานาธิบดีเวียดนาม นายกรัฐมนตรีเวียดนาม และประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม รวมถึงจะพบปะภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนาม เพื่อผลักดันความร่วมมือจาก “ความสัมพันธ์ที่ดี” ไปสู่ “ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม” ตามเป้าหมายร่วมกัน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังจะเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับอนาคตและทิศทางการพัฒนาของอาเซียน มีผู้นำประเทศ ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองต่อประเด็นสำคัญของภูมิภาค ทั้งนี้ การประชุม AFF จัดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่การเข้าร่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าร่วมการประชุมด้วยตนเองสะท้อนถึงความสำคัญที่ไทยให้ต่อเวทีดังกล่าว ตลอดจนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับเวียดนาม

การประชุมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Shaping our Future Together: Peace, Prosperity, People-Centered” โดยมุ่งหารือแนวทางเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนในการรับมือกับความท้าทายและความไม่แน่นอนของโลก ส่งเสริมสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะมีผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว นายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต

สำหรับกำหนดการสำคัญ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ในเวลา 08.00 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย เวลา 10.00 น. จากนั้นจะพบหารือทวิภาคีกับผู้นำระดับสูงของเวียดนาม และประชุมหารือกับภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม  

โดยในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เป็นเจ้าภาพ

ส่วนในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ณ โรงแรม Melia Hanoi และในช่วงบ่ายจะเข้าร่วมงาน Thailand–Vietnam Investment and Business Forum ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงค่ำวันเดียวกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทย-จีนแน่นแฟ้น นายกฯเป็นประธานยินดีครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน

นายกฯ เป็นประธานยินดีครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน ย้ำ สัมพันธ์ไทยจีนแน่นแฟ้นเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิดมากกว่าญาติทางไกล ฝากคนรุ่นใหม่ผลักดันให้เดินไปได้ไกลกว่านี้ พูดติดตลกสัปดาห์หน้าแซยิดแล้วแต่มองว่าเพิ่งเริ่มต้นต้องวางรากฐานไม่หยุดยั้ง ด้านอุปทูตจีน ลั่น ไทย-จีนครอบครัวเดียวกัน อวยพรประสบความความสำเร็จทำภารกิจเพื่อประเทศ-ประชาชน 6 กันยายน 2569 – เมื่อเวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนในประเทศไทย ณ หอประชุมจือปึงตึ๊ง สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ถนนจันทน์ ซอย 24 (เย็นจิตร) เขตสาทร เมื่อนายกฯ มาถึงมีคณะเชิดสิงโตจากสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย และตัวแทน 9 สมาคม รอต้อนรับ โดยมีสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย สมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย สมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย สมาคมเจียงเจ้อ(เซี่ยงไฮ้)แห่งประเทศไทย สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมาคมหยูนหนาน (ประเทศไทย) และสมาคมกวางสี (ประเทศไทย) จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับตัวแทน 9 สมาคม และนายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยม โดยนายกฯได้เขียนเซ็นชื่อตัวเอง และเขียนชื่อเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกดีใจ และยินดี รวมถึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปีการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนที่สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย 60 ปีถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ชมรม 9 สมาคมจีนไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นเครือข่ายของคนที่สร้างโอกาส สร้างธุรกิจสร้างรายได้ช่วยเหลือสังคม และเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์กับประชาชนชาวจีน และพี่น้องชาวไทยมาโดยตลอด พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสัมคม และเศรษฐกิจของสังคมไทยมาหลายชั่วอายุคน และในขณะที่เราเป็นคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ เราก็ยังคงรักษาความผูกพันทางภาษา วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์กับความเป็นคนไทยเชื้อสายจีนเข้าด้วยกัน นี่คือจุดแข็งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของประเทศไทย นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ไปที่เซี้ยงไฮ้ เฉิงตู ปักกิ่ง และได้มีโอกาสเข้าพบหารือกับทางประธานาธิบดี สีจิ้นผิง นายกรัฐมนตรี ลี เฉียง และผู้นำในระดับมณฑล รวมถึงภาคธุรกิจ และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศจีน สิ่งที่ตนสัมผัสได้อย่างชัดเจนคือ ประเทศจีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก และมองประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่สามารถเดินไปด้วยกันข้างหน้าได้ ในการพบกันที่เซี่ยงไฮ้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงสายสัมพันธ์เราด้วยคำว่า “ไทยจีนครอบครัวเดียวกัน“ และกล่าวว่า “จีนเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่พึ่งพาได้ของไทย” และอีกคำที่มีความจริงใจมากก็คือ ขอให้ประเทศไทยคิดว่า “ประเทศจีนคือเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิด” อาจมีความสำคัญ และมีความหมายมากกว่าญาติที่อยู่ห่างไกล ประโยคเหล่านี้มีความหมายมาก เพราะคำว่าครอบครัว คำว่าเพื่อน คำว่ามิตร ล้วนแล้วแต่ย้ำถึงความผูกพันที่พวกเราสร้างร่วมกันมาในอดีต ส่วนคำว่าหุ้นส่วนคือข้อสัญญาที่บอกว่าเราจะเดินไปด้วยกันอย่างใกล้ชิดในอนาคต และในอนาคตที่จะพูดถึงนี้ คือ การเจริญเติบโตในโลกยุคเศรษฐกิจใหม่ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน เทคโนโลยี AI จากนั้น ไมค์โครโฟนดับ เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนไมค์ให้ นายอนุทิน จึงกล่าวติดตลก ว่า ไมค์นี้ไม่ได้ทำจากไทย และจีน ทำจากที่ไหนไม่รู้ จึงไม่ค่อยดี นายกฯ กล่าวต่อว่า การเยือนดังกล่าวได้นำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันถึง 15 ฉบับ รวมถึงการเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู เพื่อใช้เป็นฐานเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนตะวันตก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ ยานยนต์พลังงานใหม่ และพลังงานสะอาด นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ความร่วมมือนี้เป็นการเปิดประตูแบบสองด้าน โดยฝั่งหนึ่งคือการดึงดูดบริษัทจีนที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และอีกฝั่งคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำธุรกิจ หาพันธมิตร และโอกาสในตลาดจีน เพราะไทยไม่ได้ต้องการเป็นเพียงตลาด หรือฐานการผลิต แต่ต้องการเติบโตไปพร้อมกันในฐานะหุ้นส่วน นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ฝากชมรม 9 สมาคมจีนในอีก 60 ปีข้างหน้า ว่าต้องการให้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์นี้ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้เยาวชนไทยมองจีนเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของโลก ไม่ใช่แค่พื้นที่ของบรรพบุรุษ ขณะเดียวกันอยากให้คนจีนรุ่นใหม่มองไทยเป็นประเทศที่สามารถเข้ามาลงทุน และสร้างนวัตกรรมร่วมกันได้ รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เปิดประตู และสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ และแน่นอนว่าเราต้องการพลังจากคนในที่นี้ให้มาร่วมกันประสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทย และจีน ในช่วงท้าย นายกฯได้แสดงความยินดีในวาระครบรอบ 60 ปีของชมรม 9 สมาคมจีน พร้อมกล่าวว่า ขอบคุณคนรุ่นก่อนที่สร้างสะพานแห่งนี้ให้กับเรา และฝากคนรุ่นปัจจุบันทำให้สะพานแห่งนี้กว้างขึ้น แข็งแรงขึ้น และไปได้ไกลขึ้นเพื่อพาสองประเทศไปได้ไกลมากกว่าเดิม คำว่า จีนไทยไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน เป็นความจริงที่เราได้พิสูจน์แล้วหลายชั่วอายุคน และอยากให้เรา เพิ่มอีกความหมายหนึ่งไปด้วยว่า เราไม่ได้เป็นเพียงพี่น้องที่มีอดีตร่วมกัน มีบรรพบุรุษมาจากแผ่นดินนั้น แต่ ณ ปัจจุบันเราเป็นหุ้นส่วนที่สร้างอนาคตร่วมกัน “ปีนี้ 9 สมาคมจีนครบรอบ 60 ปี เป็นตัวเลขที่ดี ปีนี้ผมก็ 60 ปี สัปดาห์หน้าก็แซยิดแล้ว นึกไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเร็วเช่นนี้ 60 ปีเราบอกว่าแก่ บอกว่าอายุมาก บอกว่าวัยเกษียณเราจะไม่คิดอะไรต่อ แต่สำหรับผมคิดว่า 60 ปีชีวิตเพิ่งเริ่มต้น เราต้องคิดทุกอย่างให้กับลูกหลานของเรา ให้มีทาง มีพื้นฐานที่ดี ในการสานต่อความสัมพันธ์ไทยจีนไม่มีวันหยุดยั้ง ผมอวยพรให้สมาคม สมาชิก และครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ และขอให้มิตรภาพไทย-จีน มั่นคง และเจริญรุ่งเรืองร่วมกันตลอดไป” นายกฯ กล่าว ก่อนกล่าวจบ นายกฯได้พูดเป็นภาษาจีน ว่า “จง ไท้ อี้ เจีย ซิน เจีย หยู จง กั๋ว” แปลเป็นภาษาไทย ว่า ไทยจีนครอบครัวเดียวกันตลอดไป ขอให้เจริญๆขึ้นไปเรื่อยๆ ด้าน นาย อู๋ จื้ออู่ กล่าวย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีน ว่า เหมือนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวว่าจีน-ไทยครอบครัวเดียวกัน ทั้งชาวไทยและชาวจีนได้ร่วมกันด้วยความสามัคคี และร่วมกันสร้างความเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน ซึ่งความสัมพันธ์ของไทยและจีนได้ถูกพัฒนาอย่างมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ จีนและไทยควรจับมือกันให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพ และจีนพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความจริงใจและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทุกด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และความผาสุกของพี่น้องทั้งสองประเทศ โดยในช่วงท้าย นาย อู๋ จื้ออู่ ได้กล่าวอวยพรนายกฯ ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และประสบความสําเร็จในภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ทั้งนี้ข่าวรายงานว่า นายอนุทิน เป็นคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง มีชื่อแซ่ในภาษาจีนกวางตุ้งว่า “ฉั่น เส็กหยิ่ว” แซ่นี้คือแซ่เดียวกับ “เฉิน” ในภาษาจีนกลาง หรือ “ตั๊ง” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แต่พอเป็นภาษาจีนกวางตุ้งจะออกเสียงว่า “ฉั่น” ซึ่งคนไทยมักอ่านว่า “ชาน” อีกทั้งนายอนุทิน ยังเป็นกรรมการสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทยอีกด้วย ///

เตรียมสมัคร รัฐเดินหน้าระบบ ‘ทหารอาสา’ รับสมัคร 10 ก.ย. 

"รัชดา" เผยรัฐบาลเดินหน้าผลักดันนโยบาย "ทหารอาสา" ตามที่แถลงต่อรัฐสภา เปิดโอกาสกำลังพลสำรองสมัครใจรับราชการ พร้อมรายได้และสวัสดิการรวม 15,000 บาทต่อเดือน ชู 4 โอกาสทั้งรายได้ ทักษะ การศึกษา และต่อยอดสู่อาชีพ เปิดรับสมัคร 10 ก.ย. 2569 - 24 ม.ค. 2570

'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบมีมาตรฐานขั้นต่ำคุมเข้ม

'เอกนิติ' ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า-น้ำ-ผังเมือง-สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุน ยันประชาชนไม่กังวลผลกระทบ

'อนุทิน' หัวเราะ 'เท้ง' ไม่รู้เรื่อง ขย่มรัฐบาลดับไฟใต้เหลว ท้ายื่นซักฟอก

'นายกฯหนู' เย้ย 'เท้ง' ไม่รู้เรื่อง กล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ย้ำใช้งบประมาณคุ้มค่า เปิดทางฝ่ายค้านถามกระทู้-ยื่นญัตติ รวมถึงซักฟอกทั้งสองแบบ

ตีปี๊บ! รายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' ทุกเช้าเสาร์ ประเดิม 5 ก.ย.

รัฐบาลตีปี๊บรายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' เปิดมุมคิด–เจาะนโยบาย ฟังคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรง ทุกเช้าวันเสาร์ เริ่ม 5 ก.ย. นี้ 'รองนายกฯปกรณ์' ประเดิมพูดเรื่องปฏิรูประบบราชการ

ขยับเปลี่ยน ‘โทรโข่งรัฐบาล’ ปรับการข่าวตรงบุคลิก 'อนุทิน’

รัฐบาลขยับ ‘การข่าว’ เตรียมสลับ ‘หมอเอก’ นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็น ‘โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ แทน ‘ดร.กานต์’ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาลคนปัจจุบัน