นักรัฐศาสตร์ชี้ผลเลือกตั้ง กทม. 69 สะท้อนการเมืองยุคใหม่ ประชาชนตัดสินจากผลงานมากกว่าวาทกรรม

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า นับเป็นบทเรียนสำคัญของทุกพรรคการเมือง เพราะผลการเลือกตั้งไม่ได้สะท้อนเพียงว่าใครเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ แต่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง โดยให้ความสำคัญกับ "ผลงาน" มากกว่า "คำพูด"

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า ชัยชนะของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้เกิดจากกระแสหรือวาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นผลจากการสั่งสมผลงานตลอดระยะเวลา 4 ปี ทั้งการลงพื้นที่รับฟังปัญหา การแก้ไขปัญหาเมือง และการบริหารงานที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้จริง จนทำให้ผลงานกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารแทนตัวผู้สมัคร โดยแทบไม่จำเป็นต้องใช้การตอบโต้ทางการเมืองหรือสร้างความขัดแย้งเพื่อเรียกคะแนนนิยม

ในส่วนของผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นั้น นักรัฐศาสตร์ผู้นี้เห็นว่า แม้ประชาชนยังคงให้ความไว้วางใจผู้สมัครจากพรรคประชาชนในหลายพื้นที่ แต่ผลคะแนนก็สะท้อนเช่นกันว่า การเมืองในอนาคตไม่อาจอาศัยเพียงการวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามหรือการสร้างประเด็นความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง หากแต่ต้องนำเสนอแนวทางการทำงาน นโยบาย และผลงานที่จับต้องได้

"ประชาชนกำลังเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองตอบคำถามว่า หากได้รับความไว้วางใจแล้วจะทำอะไรให้เมืองดีขึ้น มากกว่าการแข่งขันกันกล่าวหาหรือโจมตีฝ่ายตรงข้าม" ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นวาทกรรมทางการเมืองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญในการหาเสียง เช่น ข้อกล่าวหาเรื่อง "ระบอบอากง" กลับไม่ได้ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครมากเท่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ เพราะประชาชนจำนวนมากเลือกพิจารณาจากผลงานและความสามารถในการบริหารมากกว่าการเลือกข้างในสงครามวาทกรรม

ผศ.ดร.เชษฐา ระบุด้วยว่า ผู้สมัครที่ถูกเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาดังกล่าวกลับได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น โดยแทบไม่จำเป็นต้องเสียเวลาตอบโต้ ขณะที่พรรคการเมืองซึ่งใช้ประเด็นดังกล่าวเป็นแกนหลักในการรณรงค์กลับได้รับคะแนนเสียงเพียงเล็กน้อย จึงเป็นคำถามสำคัญว่าวาทกรรมลักษณะนี้ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยมากน้อยเพียงใด เมื่อประชาชนหันมาใช้ผลงานเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ผศ.ดร.เชษฐา เห็นว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนโจทย์เดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข คือการพึ่งพาฐานเสียงและชื่อเสียงในอดีตไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้สมัครทุกคนจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงาน ความใกล้ชิดกับประชาชน และความเป็นตัวแทนของพื้นที่อย่างแท้จริง
นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่า

"คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ปฏิเสธการเมือง แต่กำลังปฏิเสธการเมืองที่มีแต่คำพูด" พร้อมหันมาเลือกการเมืองที่พิสูจน์ผลลัพธ์ผ่านการลงมือทำ โดยเมื่อประชาชนเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม วาทกรรมทางการเมืองก็จะมีอิทธิพลลดลง และการบริหารที่สร้างความเชื่อมั่นย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการโจมตีทางการเมือง ซึ่งอาจถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทยสู่ยุคที่ประชาชนตัดสินนักการเมืองจากผลงานมากกว่าคำพูด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เชษฐา' จี้ฝ่ายค้านเร่งยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ ชวนภาคประชาชนเดินหน้า ชี้ ภท.ยื่นแล้ว อย่าปล่อยเสียงประชามติค้างหน้าประตูสภา

นายอนุวัตร รุ่งเรืองรัตนากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท ให้กับโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า และกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

'เชษฐา' ชี้ 'ม็อบสนธิ' ปลุกยาก ขาดพลังชี้นำมวลชน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์การประกาศนำประชาชนลงถนนในวันที่ 10 กันยายนของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า ประเด็นที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม แต่คือการเมืองแบบมวลชนบนท้องถนนจะยังมีประสิทธิภาพเพียงใด ท่ามกลางโครงสร้างสังคมและพฤติกรรมทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

'เชษฐา' แกะเกมส้ม ใช้ฮั้ว สว. ปั้น 'ระบอบสีน้ำเงิน' ชี้หลักฐานยังจำกัด ล้มพรรค-รัฐบาล ไม่สำเร็จ

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวกรณีข้อกล่าวหา “ฮั้ว สว.” ว่า ต้องมองแยกกันระหว่างกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย กับยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง

'ยุทธพร' ชี้รัฐบาลเปี่ยมเสถียรภาพ พลังสภาแน่นปึ๊ก เสียงเกิน 300 ฝ่ายค้านเอาลงยาก ลุ้นอยู่ครบเทอม

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์เสถียรภาพรัฐบาล ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและกระแสการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยประเมินว่า สถานการณ์ของรัฐบาลในเวลานี้ยังไม่ได้อยู่ในภาวะน่ากังวล โดยเฉพาะเสถียรภาพในสภาที่มีเสียงสนับสนุนมากกว่า 300 เสียง ขณะที่ยังไม่เห็นรอยร้าวสำคัญภายในพรรคร่วมรัฐบาล

นักรัฐศาสตร์ชี้ถกปมที่มา ส.ว. ถึงเวลาต้องยกระดับจาก “ข้อสงสัย” สู่ “การพิสูจน์ความจริง” ไม่แปลกใจ สังคมเริ่มไม่อิน พร้อมตั้งคำถามถึงคุณภาพข้อมูล หนุน 2 ฝ่าย ใช้กฎหมายสู้เต็มที่ กล่าวหา-ฟ้องกลับ ช่วยสังคมคลายความสงสัย

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อการถกเถียงเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า การตรวจสอบและตั้งคำถามต่อกระบวนการทางการเมืองเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย แต่ในอีกด้านหนึ่ง สิทธิในการตรวจสอบต้องดำเนินควบคู่กับ ความรับผิดชอบต่อข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อการตั้งคำถามพัฒนาไปสู่ข้อกล่าวหาต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอย่างเฉพาะเจาะจง

ชม 'อนุทิน' ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีน ปมรถถังเขมร ได้การการันตี ห้ามใช้ซัดกับไทย

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิ