'อภิสิทธิ์' ผิดหวังรัฐบาลโอนงบแค่หมื่นล้านจากเป้าแสนล้าน ไม่ช่วยแก้วิกฤต ซัดใช้เงินกู้หวังผลทางการเมือง

“อภิสิทธิ์” ร่ายยาว พ.ร.บ.โอนงบ แม้สนับสนุนแต่ผิดหวังอย่างยิ่ง ซัดรัฐบาลไม่พร้อมบริหาร สงสัยโอนงบหวังผลการเมืองในอนาคตหรือไม่ ชี้จากเงินแสนล้านสุดท้ายเหลือหมื่นล้าน บอกห่วง “เอกนิติ” ที่การเมืองส่งของไปอยู่บนบ่าหลายอย่าง แต่ห่วงประเทศมากกว่า

25 มิถุนายน 2569 - เวลา 13.13 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)โอนงบประมาณ ว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนและพร้อมที่จะรับหลักการ พ.ร.บ.ฉบับนี้ด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง อาจจะสับสนว่าทำไมสนับสนุนด้วยความผิดหวัง เพราะถ้าย้อนกลับไปในช่วงที่รัฐบาลนี้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ขณะนั้นก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าความท้าทายที่สุดของรัฐบาลชุดนี้และสำหรับคนไทยทั้งประเทศ ก็คือวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งแปลงมาเป็นภาวะวิกฤตพลังงานสุ่มเสี่ยงต่อการแปลงไปสู่ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในวันนั้นเมื่อมีการแถลงนโยบายรัฐบาล กระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้พูด ไม่ได้คิดถึงเรื่องการกู้เงินเลย แต่เหมือนส่งสัญญาณกับสภาว่าเดือนเมษายนเหลือปีงบประมาณอีกห้าเดือนหรือประมาณครึ่งปี รัฐบาลจะทบทวนการใช้เงิน การใช้ทรัพยากรที่มาจากภาษีประชาชนอย่างไร จะแก้วิกฤติให้ได้ดีที่สุด

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ประชาธิปัตย์ แลพวกตนสนับสนุนแนวคิดนี้ และเชื่อด้วยว่าถ้าในวันนั้น 1.รัฐบาลตั้งใจมุ่งเป้าลดต้นทุนด้านพลังงาน 2.ช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงโดยเร็ว และ3.จัดโอนงบประมาณมาเพื่อรองรับกับสถานการณ์ ซึ่งขณะนั้นทางรัฐบาลส่งสัญญาณเหมือนกับว่าจะเป็นเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท ตนเชื่อว่าวันนี้เราไม่ต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาท แล้วมาใช้หมดภายใน 4 เดือน จึงอยากฝาก รมว.คลัง ผ่านไปถึงท่านนายกฯ เพราะท่านบอกว่าที่กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ได้เป็นภาระกับประชาชน เหตุผลที่ท่านให้คือรัฐบาลจะเป็นคนใช้หนี้ดอกเบี้ยต่ำมากร้อยละ 1.2

“ผมฝากกราบเรียนไปถึงท่านนายกฯว่า ผมถามว่ารัฐบาลใช้หนี้ด้วยเงินของใคร ถ้าไม่ใช่จากประชาชนผู้เสียภาษีอากรในวันนี้ ก็จากผู้เสียภาษีในวันข้างหน้า มาชำระคืนการกู้เงิน เพื่อที่จะมาจ่ายเงินกู้รอบนี้ ท่านอาจจะมองว่า 1.2 % น้อย แต่หากคิดออกมารายปีก็ 4 พันกว่าล้านบาท ถามว่าเงินน้อยขนาดไหน น้อยขนาดว่าเราสามารถให้เด็กได้รับเงินทั่วหน้า 600 บาทได้ตลอดระยะเวลาโครงการเลย”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฉะนั้นสิ่งที่เราคาดหวังคือท่านจะใช้เครื่องมือของกฎหมายโอนงบประมาณฉบับนี้เป็นเครื่องมือสำคัญแต่สุดท้ายจากแสนล้านบาท เหลือหมื่นล้านบาท จากแสนล้านบาท ที่ควรมีใช้ตั้งแต่เดือนที่แล้วกลับกลายเป็นมาเสนอในวันนี้ ตนฟังคำอธิบายเรื่องความล่าช้า ซึ่งไปพันกับความสามารถโอนงบของท่านด้วย ก็ต้องตอบว่าแปลกใจเพราะมีการอ้างกฎหมายทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 140 และกฎหมายเงินคงคลังปี 2491 ถ้อยคำเหมือนกันและใช้กันมาช้านานตั้งแต่ 2491

หลักการของบทบัญญัตินี้เพียงแต่บอกว่าฝ่ายบริหารจะใช้เงินได้สภาต้องเป็นคนอนุมัติ แต่ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน มีหนี้ต้องใช้ เงินไม่พอ ท่านสามารถเอาเงินคงคลังออกไปก่อนได้ แต่เมื่อเอาเงินคงคลังไปใช้แล้วท่านต้องกลับมาขอสภาฯ เขาก็บอกว่าท่านทำได้ 3 วิธี 1.จัดงบเพิ่มมาจ่ายชดเชย 2.ทำกฎหมายโอนงบประมาณเพื่อไปชดใช้เงินคงคลัง หรือ3.ตั้งไว้ในงบปีถัดไป เขาไม่ได้บอกว่าใน3 วิธีนี้ทำ พ.ร.บ.แบบไหนก่อนต้องไปใส่ในนั้น เพราะถ้าตรวจสอบตั้งแต่ปี 2491 เป็นต้นมา มีการตรากฎหมายโอนงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมโดยมีการใช้เงินเคียงข้างไปก่อนทั้งสิ้นแต่ไปตั้งใช้ในงบประมาณประจำปีในปีถัดไป เพราะนั่นคือหลักการและโดยสามัญสำนึก ถ้าถึงขั้นต้องไปล้วงเงินคงคลังก็คงยากที่จะมาหางบเพิ่มหรือมาโอนงบระหว่างปีนั้นเพื่อชดใช้ และอย่างไรกฎหมายฉบับนี้ก็ออกก่อนงบปี 70 อยู่ดี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นการอ้างว่าต้องรออนุมัติงบปี 70 ก่อน หากย้อนกลับไปไม่เคยมีปีไหนที่ติดขัดเรื่องนี้ และเมื่อทำช้าก็ได้เงินน้อย และหลักเกณฑ์ที่เขียนไว้ก็ไม่แน่ใจว่าทำได้ตามที่เขียนไว้หรือไม่ หากดูรายละเอียดของงบประมาณบางส่วนที่ถูกตัดก็มีจุดน่าสงสัย เช่นการตัดงบธนาคารที่ดิน งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใส เช่น งบของกระทรวงดิจิทัลฯ ในโครงการที่สังคมกำลังจับตา ที่แม้จะเป็นงบของกองทุนแต่ก็แสดงให้เห็นว่ามีเงินมากมายที่ภาครัฐสามารถกำหนดเป็นนโยบายได้ โครงการไหนที่ไม่โปร่งใสหรือไปไม่ได้ก็นำงบส่วนนั้นมาทำโครงการอื่น ที่เหมาะสม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นแทบจะไม่ได้มีความหมายหรือยุทธศาสตร์หลักในการแก้วิกฤตให้กับประเทศ จึงอยากจะให้มีการทบทวนไปถึงข้อเสนอขอ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นไปหลายครั้งเรื่องการลดต้นทุนพลังงาน หรือยอมเสียสละรายได้บางส่วนของรัฐ ในการเก็บเงินโรงกลั่น หากดำเนินการตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ได้ ความจำเป็นในการโอนงบประมาณก็ลดไปเยอะ หรือแม้แต่การเยียวยาที่หลายกลุ่มก็ยังไม่ได้รับเงินตามที่รัฐบาลสัญญาเอาไว้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเมื่อการจบลงด้วยการการโอนงบ เป็นเพราะว่ารัฐบาลต้องการจะกู้เงินมากกว่าใช่หรือไม่ และยังมีข้อถกเถียงว่าการออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)เงินกู้นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ รัฐบาลควรมีความเคร่งครัดในความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากกว่านี้ เพราะหากมีความเคร่งครัด คงไม่กล้าออก พ.ร.ก.เงินกู้ ดูเหมือนว่ารัฐบาลไม่พร้อมบริหารราชการแผ่นดินในภาวะวิกฤต การโอนงบประมาณให้ได้น้อยเพื่อหวังผลสำหรับการกู้เงินมาหวังผลทางการเมืองในอนาคตหรือไม่

“ส่วนที่นายกรณ์ บอกว่าเป็นรูปธรรมของการคลังที่พ่ายการเมือง น่าเป็นห่วง รมว.คลังว่า ตอนนี้การเมืองส่งของหลายอย่างไปอยู่บนบ่าของท่าน ตั้งแต่เรื่องต้นทุนน้ำมัน มาถึงแลนด์บริดจ์ ภายใต้การเมืองแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมผูกพันส่วนตัวก็เป็นห่วงท่าน แต่ผมผูกพันประเทศมากกว่า บริหารแบบนี้ไม่ได้แก้ปัญหา ผมเห็นด้วยกับคุณกรณ์ ที่บอกว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ได้แก้ไขปัญหา แต่เป็นการโอนงบแก้เขิน กับแก้ต่าง ผมไม่ได้คิดว่าแก้เขินเพราะว่าจะโอนมาแค่หมื่นหรือไม่โอนเลย จากเดิมที่พูดไว้ว่าจะโอนเป็นแสน มันก็ไม่ต้องเขินแล้วและไม่สามารถแก้ต่างได้ ลำพังเพียงเท่านี้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากไล่ดูกันจริงๆ ไม่ใช่เหตุผลเพียงพอ ที่เป็นข้ออ้างว่ารัฐบาลได้ทำทุกวิถีทางแล้วในการแก้ไขวิกฤตแต่ไม่สามารถมีเงินพอที่จะไปแก้วิกฤติได้จึงต้องไปกู้เงิน พรรคฯยืนยันว่าแนวทางนี้ถ้าทำจริงจังควรจะเป็นคำตอบของประเทศไปแล้ว แต่เมื่อทำได้เท่าที่ก็ต้องสนับสนุนกันไป และรับหลักการด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไอติม' ชำแหละ พรบ.โอนงบ ชี้ชัดรัฐบาลพูด 100 แต่ทำ 10 เปิดพิรุธโครงการ Skill/Credit Portfolio

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รัฐบาลแถลงในรัฐสภาว่าจะเร่งจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ให้เสร็จโดยเร็วเพื่อพยายามที่จะโยกงบประมาณในส่วนที่สามารถประหยัดได้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา

'หมอวรงค์' เดือด! แถลงซัดเผด็จการรัฐสภา ปิดปากไม่ให้อภิปรายงบ 'TH-AI' ลุยยื่น ป.ป.ช. พรุ่งนี้

"หมอวรงค์" เดือด โวยสภาฯเผด็จการ ปิดปากอภิปราย TH-AI Passport เตือน รมว.อีดี โดนทุจริต-ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เตรียมหอบเอกสารร้องป.ป.ช. พรุ่งนี้

องครักษ์พิทักษ์ลูกเทพ ดาหน้าประท้วง 'หมอวรงค์' อภิปรายโครงการ TH-AI Passport

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์

'กรณ์' จวกออก พ.ร.บ.โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของ!

'กรณ์' ซัดรัฐบาล ออก พ.ร.บ. โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของมากกว่าบริหารการคลัง ชี้เหมือนเป็ดง่อยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ทำเพราะแก้เขิน-แก้ต่าง ว่ารัฐใช้ทุกเครื่องมือแก้ปัญหาประเทศ

'ศิริกัญญา' ประเดิมซัดโอนงบแก้วิกฤตตัวเองไม่จัดลำดับความสำคัญ!

'ศิริกัญญา' ซัด 'รัฐบาล' โอนงบแก้วิกฤตตัวเอง สะท้อนสถานะการคลังชักหน้าไม่ถึงหลัง-ใช้จ่ายเกินตัว ฉะอ้างจะนำเงินไปรองรับภัยพิบัติ แต่ตัดงบแผนบริหารจัดการน้ำ ถามจัดลำดับความสำคัญหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.นี้

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร