สภาวุ่น! 'เสรีพิศุทธ์' เจอ 'ศุภชัย' เบรกพาดพิงนายกฯคดีฮั้วสว. 'โสภณ' ปิดไมค์จี้ถอนคำพูด 'ปธ.สภาฯ' อยู่ฝ่ายรัฐบาล

วุ่น! ‘เสรีพิศุทธ์‘ ยังไม่ทันได้พูดถึงงบฯ เจอ ‘ศุภชัย‘ เบรกให้อภิปรายอย่างมีสติ หลังพาดพิงนายกฯ คดีฮั้ว สว. สั่งล็อกเลือกตั้งสีน้ำเงิน ก่อน ‘โสภณ’ ปิดไมค์ จี้ถอนคำพูดก้าวล้วง ‘ประธานสภาฯ’ ไม่เป็นกลาง-อยู่ฝ่ายรัฐบาล

29 มิ.ย.2569-เวลา 11.38 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายงบประมาณปี70ว่า ขอให้ดูการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ตั้งแต่ปี 62 ขณะนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และในปี 66 นายอนุทิน ก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจากพฤติกรรมในอดีตพบว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ก่อนจะเปิดข่าวที่ระบุว่า นายอนุทิน อยู่ในลำดับที่ 187 จาก 229 รายชื่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกรับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.

ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วง โดยระบุว่า ไม่อยู่ในประเด็น นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานในที่ประชุม จึงกล่าวว่า หากเปิดคลิปวิดีโอที่มีบุคคลภายนอกไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายงบประมาณ ตนเองขอไม่อนุญาต ขอให้พูดในประเด็นที่อยากพูดเท่านั้น

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่าการอภิปรายงบประมาณในวันนี้ มีเรื่องอดีตที่จะชี้เจตนาในการบริหารประเทศชาติให้เป็นอย่างดี หากคนเราบริสุทธิ์ ซื่อตรง สุจริตก็บริหารประเทศชาติสุจริต หากทุจริตคดโกงจะบริหารประเทศชาติได้อย่างไร

ทำให้นายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้เราพิจารณาร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สิ่งที่ท่านพูดตั้งแต่ปี 62 ฟังแล้วเข้าใจได้ว่านายกรัฐมนตรีมีประวัติไม่ดี ไม่สามารถจะบริหารงบประมาณนี้ได้ ซึ่งถือว่าผิดข้อบังคับ ไม่เกี่ยวกับประเด็นและเป็นการใส่ร้ายนายกรัฐมนตรี

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนเองไม่ได้คิดอย่างที่นายศุภชัยพูด แต่เป็นเรื่องจริง นายโสภณจึงวินิจฉัยว่าหากเห็นว่านายกฯ ไม่สุจริตก็มีช่องทางการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือร้องจริยธรรม ฉะนั้นเพื่อให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้มีนักศึกษาเข้าฟังการประชุมด้วย จึงขอความร่วมมือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อด้วยเคารพข้อบังคับ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ชี้แจงว่า ตนไม่ได้อภิปรายว่านายกฯ ไม่สุจริต เพียงแต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น กกต. ยังไม่ได้วินิจฉัย นายโสภณ จึงปิดไมค์ ก่อนจะกล่าวว่า การที่กล่าวหานายกฯ ว่าไม่สุจริตเป็นการสันนิษฐานของท่าน ซึ่งไม่มีองค์กรใดที่จะตัดสินว่านายกฯ สุจริตหรือไม่สุจริต

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีแต่ปัญหา มีทั้งโยกย้ายผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และอธิบดีกรมการปกครอง เอานายอำเภอมาเป็นคณะกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย และขอเลือกน้ำเงินทั้งหมด ทำให้นายศุภชัย กล่าวว่าตนเองอยากลุกขึ้นทุก 2 วินาทีเพราะอภิปรายผิดเวที ผิดวาระ หากเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจตนเองจะไม่ลุกขึ้นเลย ขอให้ท่านผู้อาวุโสอภิปรายด้วยความมีสติ อย่าหลงประเด็นหรือผิดประเด็น

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี กล่าวว่า คำวินิจฉัยของประธานในที่ประชุมต้องมีความเป็นกลาง เพราะเมื่อไปดูงบเชิงบูรณาการมีการพูดถึงงบประมาณในการต่อต้านการปราบปรามและทุจริตมิชอบ ดังนั้นการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โยงไปทถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ไม่สุจริต ผู้ที่เกี่ยวข้องก็สามารถชี้แจงได้

นายโสภณ กล่าวว่า นี่คือหน้าที่ของประธาน เมื่อวินิจฉัยอีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าตนเองไม่เป็นกลาง วิญญูชนจะตัดสินเองว่าตนเองเป็นกลางหรือไม่ ซึ่งตนเองได้อนุญาตในสิ่งที่ไม่ผิดข้อบังคับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ คงเข้าใจว่าข้อบังคับเป็นอย่างไร เพราะหากข้ามเส้นไปก็เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าผู้ประท้วงอยู่ฝ่ายรัฐบาล หรือประธานในที่ประชุมก็อยู่ฝ่ายรัฐบาลมาตลอด เชื่อว่าการตัดสินของท่านไม่เป็นกลาง นายโสภณ จึงปิดไมค์ แล้วบอกว่าตนเองยอมไม่ได้ที่จะมากล่าวหา ไม่ว่าประธานสภาฯ ยุคไหนก็มาจาก พรรคการเมือง เมื่อมาทำหน้าที่ก็มีข้อบังคับที่จะต้องปฏิบัติจะมากล่าวหาลอยๆไม่ได้ เป็นความรู้สึกของท่าน หากคนที่ฟังทางบ้านไม่ได้จับใจความ ฟังแค่ประเด็นนี้ ก็จะทำให้เข้าใจว่าประธานเป็นกลาง จึงขอให้ถอนคำว่า “ประธานไม่เป็นกลางและอยู่ฝ่ายรัฐบาล”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ”ไม่เป็นกลาง ท่านก็อยู่ริมๆ แล้วกัน“ นายโสภณ จึงจี้ให้ถอนคำพูด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถามกลับว่า แล้วท่านเป็นจริงหรือไม่ นายโสภณ กล่าวตอบทันทีว่า ไม่เป็น ตนเองเป็นประธานรัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงท้าให้สาบานนายโสภณ กล่าวว่า การพูดแบบนี้เลยเถิด ท่านพูดแบบนี้ถือเป็นการก้าวล้วงการทำหน้าที่ประธาน หากใช้กิริยาที่ไม่สุภาพถือว่าผิดข้อบังคับชัดเจน หากยังทำแบบนี้อยู่จะไม่อนุญาตให้อภิปรายต่อ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “งั้นผมไม่อภิปรายต่อ ขออนุญาตจบ”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำเร็จจริงไม่ใช่แค่กระดาษ! "โสภณ" ต้อนรับสาธารณสุข 5 จ.ชายแดนใต้ ดูต้นแบบ "ลำปลายมาศโมเดล" แก้ยาเสพติดครบวงจร นำไปปรับใช้ในพื้นที่

วันที่ 25 ก.ย.2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษ ในโอกาส กลุ่มงานสาธารณสุขจากภาคใต้ 5 จังหวัด จากปัตตานี, ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา กว่า 80 คน

“โสภณ” ต้อนรับเอกอัครราชทูตตุรกี กระชับสัมพันธ์รัฐสภา ยกระดับสู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ความร่วมมือท่องเที่ยว-ลงทุน-เทคโนโลยี-อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

วันที่ 24 ก.ย.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นางสาวจูลีเด คายือฮัน (H.E. Ms. Julide Kayıhan) เอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย

ประธานรัฐสภา มอบรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2569 ผลักดันเผยแพร่ผลงานสู่ประชาชน เปิดโอกาสเข้าถึงและเห็นคุณค่างานวรรณกรรม

วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา ณ บริเวณโถงหน้าห้องสัมมนา B1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา

'โสภณ' ย้ำดีเอสไอออกหมายจับ สส. ต้องขออนุญาตสภาก่อน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคดีฟอเร็กซ์ของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมออกหมายจับ ว่า กรณีที่สมาชิกถูกกล่าวหา หากเกิดขึ้นในสมัยประชุมจะต้องขอสภา

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”

นักวิชาการชี้จุดหักเห 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้่ำเงิน' ที่กลืนกินระบบการตรวจสอบ

'อ.ลอย' ชี้จุดหักเหสำคัญทำไม 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้ำเงิน' มองว่าไม่ใช่ 'โล่ป้องกันภัย' อีกต่อไป แต่กลับเป็น 'สารพิษทางการเมือง' ใช้อำนาจผ่านการฮั้วสว.โกงสอบท้องถิ่น กลืนกินระบบการตรวจสอบ ภาพทางการเมืองจะเปลี่ยนจาก 'การสู้ระหว่างขั้วซ้าย-ขวา' ไปสู่ 'การต่อสู้ระหว่างฝ่ายปฏิรูปคุณธรรม กับ ฝ่ายทุนการเมืองกลุ่มอิทธิพล'