ลากถกงบ 70 เพิ่มอีกวันถึง 10 ก.ย. หลัง สส.ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลลงชื่ออภิปรายอื้อ "โสภณ" สั่งงดประชุมสภาฯ ปกติ ลุยถกงบฯ 70 นัดพิเศษต่อ “ชวน” เหน็บ มท.เด่นด้านสอบท้องถิ่น "สาทิตย์" ปูด 3 ปมทุจริตใน สถ. บี้ดึงเงินค่าสมัครสอบคืนงบประมาณแผ่นดิน สภาเดือด! "รักชนก” จัดหนักดีเอสไอ โชว์ภาพว่าอธิบดีใหม่ต้อนรับนายกฯ ที่บุรีรัมย์ บอก DSI ใครที่ไม่ได้ขายตัวขายวิญญาณรับใช้ระบอบสีน้ำเงินโดนไล่ล่าหนัก “ภท.” รุมประท้วงวุ่น “ศุภชัย” ชี้การเมืองแทรกแซงดีเอสไอครอบงำฮั้ว สว.ยุครัฐบาลอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาลอนุทิน “ปชน.” ปูด "กกต.” ส่งข้อความหารัฐบาล ขอพยายามไม่ให้ สส.อภิปรายรายงานก่อน 14 ก.ย. “กรวีร์” ปัดยื้อ ท้าเปิดหลักฐาน กกต.ส่งแชตถึงรัฐบาล
ที่รัฐสภา วันที่ 9 ก.ย.2569 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่สาม เข้าสู่มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 226,929 ล้านบาท ซึ่งตามกำหนดพิจารณาเอาไว้ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.2569
ก่อนการประชุม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) สรุปตัวเลขที่ใช้ในการประชุมว่า วันแรก 15 ชั่วโมงกว่า วันที่สองใช้ไปอีก 15 ชั่วโมงกว่า ซึ่งการประชุมทั้งสองวันจนถึงวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาลใช้เวลารวม 9 ชั่วโมง 19 นาที ขณะที่ฝ่ายค้านใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนกับกรรมาธิการใช้เวลาไปประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และ สส.ศรีสะเกษ พรรค ภท. กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตรัฐบาลมีความพยายามดึงเวลาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ไปจนถึงวันที่ 10 ก.ย. เพื่อไม่ให้เข้าสู่วาระการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ปกติรัฐบาลพยายามที่จะกระชับเวลาอยู่แล้ว เดิมกำหนดเวลาจะจบในวันที่ 9 ก.ย. แต่อยู่ที่ สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่าจะพยายามลดทอนเวลาของตัวเองได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้า สส.ต้องการอภิปรายกันเยอะ เวลาก็อาจจะล่วงเลยกันไป
ถามว่า แสดงว่าไม่ได้มีกำหนดการที่จะไม่ให้ฝ่ายค้านเข้าสู่ญัตติในเรื่องรายงานของ กกต.ใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า มีการพูดคุยกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้ว ต้องไปดูว่าผู้อภิปรายทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างไร ถ้าผู้อภิปรายฝ่ายค้านยังมีจำนวนมาก อย่างกระทรวงมหาดไทย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งถ้าอภิปรายกันเยอะขนาดนี้แล้วยังมาบอกว่ารัฐบาลถ่วงเวลา คงไม่ใช่ หรือถ้าจะบอกให้ฝ่ายค้านพูดอย่างเดียว รัฐบาลไม่มีสิทธิ์พูดเลย คงไม่ใช่เช่นกัน ต้องเท่าเทียมกัน
กระทั่งเวลา 09.40 น. การประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้เริ่มขึ้น โดย น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายมาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ตอนหนึ่งว่า ขอเสนอตัดงบโครงการจัดหาระบบวิเคราะห์และสำเนาข้อมูลโทรศัพท์มือถือ เพื่อการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล วงเงิน 100 ล้านบาท ของกรมการปกครอง เนื่องจากกังวลเรื่องความโปร่งใส รวมถึงเรื่องความซ้ำซ้อนการทำงานตำรวจ
เวลา 09.45 น. น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า กรมการปกครองของบประมาณเพื่อซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนจำนวน 14,814 ตัว วงเงิน 482.8 ล้านบาท ราคาตัวละ 46,000 บาท ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซื้อเสื้อเกราะสเปกเดียวกันราคาตัวละ 31,000 บาท ส่วนต่าง 15,000 บาท
‘สาทิตย์’ บี้สอบ 3 ปมโกงท้องถิ่น
เวลา 10.10 น. นายอิทธิพล ชลธราศิริ สส.ขอนแก่น พรรค ปชน. อภิปรายว่า โครงการเสาไฟโซลาร์เซลล์ ผ่านบัญชีนวัตกรรมไทยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีราคาแพงผิดปกติ 4-10 เท่า ของราคาที่จัดซื้อ เปิดช่องการล็อกสเปกอย่างถูกกฎหมาย
เวลา 11.07 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า การที่นายกฯ ออกมาตรการทำประกันภัยพิบัติ วงเงิน 15,500 ล้านบาท ตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล และไม่แฟร์กับประชาชน เพราะเป็นการอ้างอิงจากตัวเลขของปี 2569 ปีเดียว รัฐบาลชุดนี้ปล่อยงบออกไป 20% ถือว่าแพงที่สุดในโลก ประเด็นคือ ไม่ควรนำภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมาคิดคำนวณ ดังนั้นหากยังเดินหน้าในรูปแบบเดิม เท่ากับเอาภาษีประชาชนไปเสียเปรียบ และประชาชนจะมองว่ามีคนบางกลุ่มต้องการคอมมิชชันจากการทำประกัน
เวลา 12.10 น. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายขอแปรญัตติตัดลดลง 1 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของกรมการพัฒนาชุมชน จากงบรวมของกระทรวงมหาดไทย จำนวนเดิมคือ 227,000 ล้านบาทเศษ ทางคณะกรรมาธิการฯ ตัดลงไป 900 ล้านบาทเศษ โดยกรมการพัฒนาชุมชน 2,600 ล้านบาทเศษ ซึ่งงบการฝึกอบรมเห็นตัวเลขแล้วตกใจ 996 ล้านบาท คิดเป็น 86% อยากถามว่า การที่ใช้การประชุมและอบรมเป็นเครื่องมือหลัก ต้องการใช้ตัวนี้เป็นงบในการลงพื้นที่มากกว่าต้องการพัฒนาคนในพื้นที่ชุมชนหรือไม่ ใครเป็นคนได้ประโยชน์กันแน่
เวลา 12.50 น. นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า งบประมาณรวมกว่า 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย ยังคงถูกจัดสรรอย่างผิดที่ผิดทาง ไม่ตอบโจทย์การบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนอย่างแท้จริง
เวลา 13.155 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป. อภิปรายว่า ตนคลางแคลงใจต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่มุ่งปรับลดงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย เพียงแค่รายการครุยทหารและครุภัณฑ์ทั่วไป แต่กลับละเลยการตรวจสอบกรณีการทุจริตและโกงสอบท้องถิ่นครั้งมโหฬารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
นายสาทิตย์ระบุว่า การทุจริตใน สถ.ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.งบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 277 ล้านบาท สถ.ได้ขอตั้งงบไซเบอร์และการปกป้องระบบไว้สูง แต่ในปี 2569 กลับพบการแฮ็กและเข้าไปแก้ไขไฟล์ดิจิทัลเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่นเพื่อทุจริตมากถึง 115 ครั้ง แต่ในงบปี 2570 กลับมีการถอดดัชนีตัวชี้วัดความปลอดภัยทางไซเบอร์ออกทั้งหมด 2.เบี้ยประชุมกรรมาธิการและคณะกรรมการสอบ 90 ล้านบาท แต่มีการตั้งงบเบี้ยประชุมบอร์ดกลางและอนุกรรมการสอบไว้เกือบ 100 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการตรวจสอบย้อนหลังว่าในปีที่มีการโกงสอบเกิดขึ้น ได้มีการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมไปกี่ครั้ง และรัฐบาลจะเรียกคืนงบเบี้ยประชุมที่จ่ายให้กับชุดที่เกิดการทุจริตอย่างไร และ 3.เงินนอกงบประมาณจากค่าสมัครสอบ 175.3 ล้านบาท ในคดีโกงสอบท้องถิ่น มีผู้สมัครสอบสูงถึง 438,277 ราย โดย สถ.จัดเก็บค่าธรรมเนียมคนละ 400 บาท รวมเป็นเงินนอกงบประมาณกว่า 175.3 ล้านบาท แม้จะมีการว่าจ้างมหาวิทยาลัยจัดสอบในวงเงิน 133 ล้านบาท แต่ยังมีเงินส่วนต่างเหลืออยู่มหาศาล ซึ่งไม่เคยนำมาแสดงไว้ในรายงานงบประมาณแผ่นดินอย่างเปิดเผย
"การโกงสอบท้องถิ่นถือเป็นการทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการไทยอย่างร้ายแรง ผมขอเรียกร้องให้ กมธ.ชี้แจง และเสนอว่าต่อไปนี้ เงินค่าสมัครสอบและงบจัดสอบท้องถิ่นทั้งหมด ต้องนำกลับเข้ามาอยู่ในระบบเงินงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้สภาสามารถตรวจสอบได้ หาก กมธ.ไม่มีคำตอบ ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างน่าผิดหวังอย่างยิ่ง" นายสาทิตย์กล่าว
โวยถกงบมหาดไทยนานเกิน
ต่อมาเวลา 14.15 น. ระหว่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธาน ซึ่งกำลังพิจารณามาตรา 20 กระทรวงมหาดไทยอยู่นั้น นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรค ปชน. ลุกขึ้นหารืออยากให้ประธานความคุมเนื้อหาในการอภิปราย เพราะเรากำลังอยู่ในวาระสอง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย ใช้เวลา 4 ชั่วโมงกว่า ตนแทบจะไม่เห็นการพูดถึงโครงการแบบเจาะจงเลยว่าโครงการนี้ใช้งบเท่าไหร่ ควรจะตัดเท่าไหร่ คุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า แต่กลายเป็นว่าการอภิปรายมีแต่เนื้อหาที่ไม่ได้เกี่ยวกับวาระสอง
“เราอยู่เที่ยงคืนกว่ามาสองวันแล้ว และวันนี้ผมมีความตั้งใจที่จะลงมติให้จบๆ เพราะพรุ่งนี้เราจะได้ประชุมสภาฯ ตามปกติ จึงอยากให้ประธานช่วยควบคุมผู้อภิปรายท่านไหนไม่ได้เข้าวาระสองด้วย” นายนนท์กล่าว
นายเลิศศักดิ์ชี้แจงว่า ขอฝากสมาชิก ถ้าเป็นเนื้อหาทั่วไปในชั้นรับหลักการเป็นวาระที่หนึ่ง ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกให้อภิปรายอยู่ในวาระที่สอง
เวลา 14.45 น. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ไม่ใช่ด้านผลงาน แต่เป็นเรื่องการสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล กรรมาธิการทำงานหนักมาตลอด ปรับลดงบประมาณโดยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง แต่ตัวเลขทั้งหมดจะไม่มีผลถ้าผู้ใช้งบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ
“ขณะนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม.รับไม่ไหวกับเหตุการณ์บ้านเมือง จึงดำเนินการที่จะเรียกประเทศกลับคืนมา เพราะความไม่ถูกต้องหลายอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเรา จึงอยากให้ กมธ.พิจารณาเรื่องนี้ เพราะถ้าตั้งคนที่เป็นตัวแทนของประโยชน์ทางการเมืองประเทศจะไม่ได้อะไร แต่ถ้าตั้งคนดีเข้าไป งบประมาณจะมีประโยชน์ต่อประชาชน” นายชวนกล่าว
จากนั้น ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 20 ด้วยคะแนน 275 เสียง ไม่เห็นด้วย 140 เสียง งดออกเสียง 54 เสียง ไม่ลงคะแนน ไม่มี
ต่อมา นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรค ภท. ในฐานะวิปรัฐบาลลุกขึ้นหารือว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปรายไป 16 ชั่วโมง และรัฐบาลใช้เวลา 11 ชั่วโมง 30 นาที ขอฝากถึงเพื่อสมาชิกให้ช่วยประหยัดเวลาด้วยความกระชับ และในมาตราที่ 21 กระทรวงยุติธรรม มีผู้ลงชื่ออภิปรายไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง 17 นาที มาตรา 22 มีผู้ลงชื่ออภิปรายไว้ 1 ชั่วโมง 12 นาที และมาตรา 23 ผู้ลงชื่อไว้อีกประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนั้นหากท่านใดมีความประสงค์จะถอนชื่ออภิปราย ทางวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ยินดี
อย่างไรก็ตาม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน เสนอว่า จนถึงตอนนี้ตนไม่แน่ใจว่าเจตนาของเราสองฝ่ายตรงกันหรือไม่อย่างไร แต่ไม่เป็นไร ไม่จบวันนี้ก็ไม่เป็นไร จริงๆ ประธานมี 2 ทางเลือก ถ้าไม่จบวันนี้ (9 ก.ย.) พรุ่งนี้ (10 ก.ย.) ก็ประชุมตามวาระปกติตามที่ประธานสภาฯ ได้นัดไว้แล้ว และมาต่อ พ.ร.บ.งบฯ ในวันที่ 11 ก.ย. หรือถ้าไม่เช่นนั้นประธานก็ต้องเลิกนัดวันพรุ่งนี้ แล้วต่อ พ.ร.บ.งบฯ วันพรุ่งนี้
นายเลิศศักดิ์ชี้แจงว่า ในส่วนของประธาน พร้อมทำหน้าที่ เพียงแต่วิปทั้งสองฝ่ายขอให้พูดคุยกันให้เรียบร้อย และขณะนี้ขอให้การประชุมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระชับในเนื้อหา และอยู่ในวาระแปรญัตติจริงๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาตะเวเดือดวิสามัญโจรใต้
ปะทะเดือดเทือกเขาตะเว! นปพ.ร่วมนราธิวาสปะทะโจรใต้เสียชีวิต 1 ราย
ตร.บุกยิงครูดับกลางรร. มท.3บี้ล้อมคอกเยียวยา
ช็อก! ร.ต.ต.บุกยิงครูดับกลาง รร.อนุบาล ท่ามกลางความตกใจของเด็กนักเรียน พบทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน "มท.3" ลงพื้นที่ทันที สั่งเร่งช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ จ่อยกระดับ รปภ.โรงเรียนเข้มงวดขึ้น "ปชน." จ่อยื่น กม.คุมเข้มความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุรุนแรงถี่ขึ้น
ภท.รุมฟาด‘เท้ง’ปลุกม็อบ
"พิพัฒน์” โยนถามนายกฯ ปม "ธรรมนัส" ขอผสมน้ำเงิน ขณะที่ "ภท.” โวยพรรคส้มปลุกม็อบกดดัน กกต.คดีฮั้ว สว.
“โสภณ” ปั้น Gen ใหม่ พูดสร้างสรรค์เพื่อบ้านเมือง! มอบรางวัล “สภาวาที Season 3” หวังเห็นสภายุคใหม่ ถกด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ ฝากเยาวชน “เก่งแล้วอย่าลืมรักบ้านเกิดเมืองนอน”
วันที่ 9 ก.ย.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัล เกียรติบัตร และกล่าวให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน “สภาวาที Season 3” ซึ่งจัดโดยสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
ศุภจีแย้มข่าวดี ใกล้ปิดดีลภาษี หนูจ่อคุยทรัมป์
“ศุภจี” เผยเจรจาภาษีสหรัฐเป็นไปด้วยดี อีก 1 สัปดาห์ชัดเจน มั่นใจได้ตามดีลเดิม ชี้หากลงตัวพร้อมต่อสาย
โกงสอบไล่ออก-บัญชีดำ ยธ.ยังไม่เด้ง‘อธิบดีDSI’
รัฐบาลเด็ดขาด "โกงสอบเข้า ขรก.-ไล่ออกสถานเดียว" พร้อมทำแบล็กลิสต์กลางห้ามเข้าสอบอีกต่อไป และปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ

