
'รอมฎอน' มั่นใจโต๊ะสันติภาพยังไม่ล่ม ตั้งข้อสังเกตคำสัมภาษณ์หัวหน้าการพูดคุยสันติสุข เชื่อทาง 'บีอาร์เอ็น' คงได้รับสารที่ส่งไปแล้ว ต้องตอบคำถามมายังผู้แทนของรัฐบาล เตือนสำนักข่าวกรองฯ ประเมินสถานการณ์แบบ'ตัดเท้าเข้าเกือก' สุ่มเสี่ยงที่จะผิดพลาด ยันยังคงทักท้วงตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไปอย่างเข้มข้น
31 ก.ค. 2569- นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง [ โต๊ะสันติภาพยังไม่ล่ม: ข้อสังเกตสามประการต่อคำสัมภาษณ์ของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุข ] มีเนื้อหาดังนี้
ในวินาทีนี้ หากใครประเมินว่าโต๊ะพูดคุยสันติภาพระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างนั้นล่มลงไปแล้วนั้น ผมจะต้องขอแย้งครับ แม้ว่าเราจะพบกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ถี่ขึ้นหนักขึ้น ตามมาด้วยมาตรการที่ค่อนข้างแข็งกร้าว โดยเฉพาะในนราธิวาส แต่หากประมวลภาพรวมแล้วยังต้องถือว่า #กระบวนการสันติภาพ ยังคงเดินหน้าอยู่ การสื่อสารข้ามฝ่ายยังคงทำงาน การสนทนาในกลุ่มต่าง ๆ ภายในพื้นที่ยังคงมีอยู่ ที่สำคัญที่สุดประชาชนในพื้นที่ยังต้องการสันติภาพอยู่ครับ
การให้สัมภาษณ์เมื่อสองสามวันที่แล้วของคุณฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองฯ ในฐานะหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขที่นายกฯ อนุทินแต่งตั้ง ยืนยันข้อเท็จจริงนี้ดี ข่าวใหญ่ที่สำนักข่าวพาดหัวอาจเป็นประเด็นการ #เลื่อนนัด ในการพบปะอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน แต่ผมคิดว่าในบทสัมภาษณ์สั้น ๆ นั้น มีหลายประเด็นที่ควรให้ความใส่ใจครับ
ประเด็นแรก ช่องทางการสื่อสารยังเปิดอยู่ --- หัวหน้าการพูดคุยฯ ของรัฐบาลไทย แจ้งว่าเขาได้ส่งคำถามไปยังบีอาร์เอ็นว่าเหตุใดจึงมีการก่อเหตุรุนแรงครั้งล่าสุดนี้ขึ้น ในขณะที่เรากำลังอยู่ในระหว่างการพูดคุย เขาระบุด้วยว่าการสื่อสารเหล่านี้ผ่านช่องทางที่เป็น “ผู้แทน คนกลาง หรือช่องที่เราพอจะมีอยู่” โดยปฏิเสธว่าไม่ได้อาศัยช่องทางของผู้อำนวยความสะดวกที่เป็นทางการคือรัฐบาลมาเลเซีย (ซึ่งตามข่าวของท่าน ทางนั้นกำลังจะมีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกเป็นคนใหม่เร็ว ๆ นี้)
เท่าที่ผมทราบ การพูดคุยหลายปีมานี้สถาปนาช่องทางที่หลากหลายในการสื่อสารข้ามฝ่ายครับ รวมไปถึงการสื่อสารโดยตรงระหว่างคณะทำงานของทั้งสองฝ่าย ช่องทางเหล่านี้ก่อร่างขึ้นมาบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ในช่วงที่มีแรงกดดันสูงและอึมครึม บางช่องทางก็ทำงานอยู่
ผมจึงมั่นใจว่าในขณะนี้ทางบีอาร์เอ็นคงได้รับสารที่ทางคุณฐนัตถ์ส่งไปแล้ว เป็นภาระของทางบีอาร์เอ็นครับที่จะต้องตอบคำถามดังกล่าวมายังผู้แทนของรัฐบาล
ในฐานะ สส.ที่ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าประชาชนมีสิทธิที่จะรับรู้ถึงความคืบหน้าและอุปสรรคของการดำเนินการพูดคุยเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในชายแดนใต้ครับ
ประเด็นที่สอง การประเมินสถานการณ์จากวิธีการของสำนักข่าวกรองฯ --- ประเด็นนี้น่าสนใจมากแต่ไม่ค่อยถูกไฮไลท์ คุณฐนัตถ์มองว่าเหตุการณ์ที่นราธิวาสนั้น “มันแปลก ๆ” แม้ว่าจะมีแบบแผนของการก่อเหตุที่มุ่งตั้งใจให้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดและถือเป็นการ “โชว์ตัว” แล้ว เขายังเน้นย้ำถึงวิธีการที่ใช้ “วิธีต่อภาพ” แทนที่จะเป็นเอาตัวเหตุการณ์ไป “ใส่ในสมมติฐาน”
พูดแบบเนิร์ด ๆ หน่อย ก็คือ แทนที่จะใช้วิธีการแบบ deductive หรือตัดเท้าเข้าเกือก หรือดึงเอาข้อเท็จจริงไปใส่ในกรอบคิดเดิมที่ตั้งธงอยู่ในใจ วิธีการของเขา (และสำนักข่าวกรองฯ) เน้นไปที่ inductive คือการต่อจิ๊กซอว์จากเสี้ยวข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อให้เห็นเค้าโครงความเป็นจริงของสถานการณ์
ตั้งแต่ติดตามทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนและทำวิจัยมาก่อนที่จะเป็นนักการเมือง ผมพอจะทราบอยู่บ้างว่าจุดแข็งจุดอ่อนของงานข่าวกรองของเรามีอะไรบ้าง (แต่คงห่างไกลจากความเชี่ยวชาญนะครับ) วิธีการแบบตัดเท้าเข้าเกือกนั้นสุ่มเสี่ยงที่จะผิดพลาด เพราะในความขัดแย้งทางการเมือง ผู้ปฏิบัติงานรวบรวมข่าวสาร นักวิเคราะห์ตีความ ตลอดจนผู้ใช้ประโยชน์ ล้วนแล้วแต่มีทัศนะและอคติบางอย่างติดตัว บทสรุปบางอย่างจึงต้องมีการสอบทานกันอย่างเข้มงวด ก่อนที่จะส่งผ่านไปสู่ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ
งานข่าวกรองในสถานการณ์ความขัดแย้งจึงต้องระมัดระวังถึงข้อจำกัดนี้เป็นพิเศษครับ
ไม่ใช่ว่าเราจะตัดสินชี้นิ้วว่าใครเป็นใครได้ง่ายว่าเป็นฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ บางครั้งงานข่าวนี่เองที่เป็นเครื่องมือในความขัดแย้งในระดับท้องถิ่น --- ตัวผมเองก็ได้รับผลกระทบอยู่เช่นทุกวันนี้ครับ
ตัวอย่างอีกเรื่องก็คือคำถามเกี่ยวกับวันสำคัญ ที่หน่วยข่าวมักแจ้งเตือนและผู้สื่อข่าวมักนำมาขยายผลต่อเนื่องกันมาหลายปี สิ่งนี้เป็นหนึ่งใน “เกือก” หรือ “สมมติฐาน” ที่มักหาข้อมูลมาประกอบกัน แต่สำหรับ ผอ.สำนักข่าวกรองฯ คนนี้ ยืนยันว่าเรื่องวันสำคัญนั้นดูจะเป็นเรื่องรองครับ (“ไม่เคยนับเรื่องวันสำคัญ”) เพราะหากจะนับกันจริง ๆ ก็มีตลอดทั้งปี --- หัวใจสำคัญก็คือหากมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยของเรา “หย่อนยาน” เมื่อไหร่ ก็จะเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงโจมตีได้
ประเด็นจึงไม่ใช่ว่าวันที่ 1 สิงหาคมนี้จะเป็นวันอะไร ประเด็นอยู่ที่ความแข็งแกร่ง แผนรับมือ และวินัยของกำลังพลที่ทำงานอยู่ต่างหากครับ
ประเด็นที่สาม ยุทธศาสตร์การพูดคุย --- แม้จะไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก แต่หัวหน้าการพูดคุยฯ ของรัฐบาลอนุทินคนนี้เน้นย้ำว่าการพูดคุยนั้นมุ่งเน้นแก้ปัญหาระยะยาว การเจรจาต้องมีระยะและใช้เวลาของมัน ไม่ใช่เป็นมาตรการตอบสนองระยะสั้น การหยุดชะงักชั่วคราวเพื่อสื่อสารกันด้วยวิธีการแบบอื่นจึงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ สำคัญคือมีความมุ่งมั่นในความพยายาม และมีแรงสนับสนุนที่หนักแน่นมากพอจากรัฐบาล (และกองทัพ)
แม้การก่อเหตุรุนแรงในช่วงนี้จะแปลก ๆ และเข้าใจได้จากมุมมองของ “นักรบ” แต่ก็ต้องการคำตอบให้กระจ่างก่อนตัดสินใจเดินหน้าหรือหยุดพักการพูดคุยครับ ผอ.สำนักข่าวกรองฯ ยังไม่เห็นว่ามาตรการที่แข็งกร้าวของทางกองทัพและทหารจะเป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยโดยรวม เช่นเดียวกันครับ เนื่องจากกลยุทธ์ของแต่ละหน่วยงานก็แตกต่างกัน “ที่สำคัญคือฝ่ายเราต้องเดินไปในแนวทางเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมาแยกทางกัน ทหารก็ดำเนินกลยุทธ์ไป ทางเราก็ดำเนินกลยุทธ์ไป”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจหรือไม่ เขายืนยันว่าไม่หนักใจ เชิ่อมั่นว่าการพูดคุยจะดำเนินการต่อไปได้ อาจจะตึง ๆ ในช่วงนี้แต่เชื่อว่าจะผ่อนปรนและกลับมาพูดคุยกันได้ในระยะต่อไป
ทั้งสามประเด็นข้างต้นนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ยินจากคำสัมภาษณ์สั้น ๆ ของคุณฐนัตถ์ สั้นแต่แหลมคมมาก ผมขอให้กำลังใจการทำงานของท่านและคณะ เพื่อทำให้การพูดคุยสันติภาพทลายขีดจำกัดของรัฐไทยในการคลี่คลายความขัดแย้งในชายแดนใต้/ปาตานีครับ แม้จะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการทำงานของท่านก็ตาม
แม้จะสนับสนุน แต่ผมก็ยังคงต้องทำหน้าที่ทักท้วงและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและคณะทำงานของท่านต่อไปอย่างเข้มข้นครับ
.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รอมฎอน' กลัวแสงหาย! อภิปรายขอตัดงบ สตช. 229 บาท
'รอมฎอน' ตัดงบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 229 บาท เบรกเก็บ DNA ไม่สมัครใจ-ซื้อเทคโนโลยีเจาะข้อมูลโทรศัพท์ชายแดนใต้ 57 ล้านจากอิสราเอล เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ
'อภิสิทธิ์' ซัด 'อนุทิน' ขาดเจตจำนงทางการเมือง ทำไฟใต้ปะทุ หนุนการเจรจาไม่เกินกรอบรธน.
สภาฯ ถก 6 ญัตติ ดับไฟใต้ 'อภิสิทธิ์' ซัด 'อนุทิน' ไม่ชัดเจน ขาดเจตจำนงทางการเมือง ทำไฟใต้ปะทุ หนุนการเจรจาภายใต้เงื่อนไขไม่เกินกรอบของรธน.
'รอมฎอนคนมหัศจรรย์' คนร้ายก่อเหตุกว่า 51 จุด แต่กระชากสายตาโลกออนไลน์ให้ดูฮ.
วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงนายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า "รอมฎอนคนมหัศจรรย์"
นายกฯเรียกฝ่ายความมั่นคงถกเครียด ปมเหตุป่วนใต้หลายจุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ป่วนหนัก! คนร้ายก่อเหตุ 3 จังหวัดชายแดนใต้คืนเดียว 51 จุด
กอ.รมน.ภาค 4 สน. สรุปสถานการณ์ก่อกวนหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ เวลา 24.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2569

