สยามไดกิ้นเซลส์ ผนึก มช. ขับเคลื่อน ‘Net Zero Campus’ ดันเทคโนโลยีแอร์–พลังงาน สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

สยามไดกิ้นเซลส์ จับมือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงนาม MOU ในฐานะ Strategic Partner เดินหน้าสู่ Net Zero Campus ผสานองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ ครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคาร ระบบระบายอากาศและคุณภาพอากาศ รวมถึงการจัดการสารทำความเย็น พร้อมวางระบบติดตามและคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกที่ตรวจสอบได้ หวังพัฒนาโมเดลจากระดับอาคารสู่มหาวิทยาลัย และต่อยอดองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

21 ก.ย. 2569 – นายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบปรับอากาศ เนื่องจากเป็นทั้งแหล่งสร้างองค์ความรู้ ผลิตบุคลากร และพื้นที่สำหรับพิสูจน์แนวทางใหม่ให้เห็นผลจริงก่อนขยายไปสู่สังคมในวงกว้าง ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงเป็นการนำองค์ความรู้จากภาคการศึกษามาผสานกับประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมภายในอาคารให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมศึกษาและพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ผ่านการศึกษาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง เช่น ระบบอินเวอร์เตอร์ และระบบปรับอากาศแบบ VRV (Variable Refrigerant Volume) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้านที่สองคือการพัฒนาระบบระบายอากาศและคุณภาพอากาศภายในอาคารให้เหมาะสมกับการเรียน การสอน การวิจัย และการปฏิบัติงาน ขณะที่ด้านที่สามคือการจัดการสารทำความเย็นตลอดวงจรชีวิตอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมติดตาม ประเมินผล และคำนวณปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สามารถตรวจสอบได้

นอกจากการนำเทคโนโลยีระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงมาใช้ ความร่วมมือยังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบข้อมูลและการติดตามผล เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutrality โดยกำหนดตัวชี้วัดด้านการประหยัดพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร ซึ่งสามารถนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจและพัฒนาเป็นแนวทางสำหรับขยายผลไปยังอาคารและหน่วยงานอื่นต่อไป

ด้าน ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการเชื่อมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันแผนงานไปสู่การปฏิบัติ พัฒนาโครงการที่สามารถวัดผลได้ และขยายผลไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งภายในมหาวิทยาลัยและในระดับสังคม

อีกหนึ่งเป้าหมายคือการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและกำลังคนแห่งอนาคต โดยนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรของมหาวิทยาลัยจะได้เรียนรู้จากระบบที่ใช้งานจริงในพื้นที่ ทั้งกระบวนการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับทักษะและขีดความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

สยามไดกิ้นเซลส์เตรียมสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนางานวิจัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านระบบปรับอากาศ พลังงาน คุณภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อาคารภายในมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ใช้งานและพื้นที่สำหรับสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ดี การผสานจุดแข็งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้านวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม เข้ากับความเชี่ยวชาญของไดกิ้นด้านเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ การบริหารจัดการพลังงาน และการจัดการสารทำความเย็น จะทำให้จุดเริ่มต้นในวันนี้เดินหน้าได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากระดับอาคาร สู่ระดับมหาวิทยาลัย และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง