'จตุพร' บี้สถ. เด็ดขาด 5 พันคนโกงข้อสอบ ต้องพักงานไว้ก่อน ชะลอเสียหายเรื้อรัง

'จตุพร' ลั่นต้องหยุดหายนะระบบราชการ สถ. ระบุตรวจ 15,000 พบโกง 5,000 คน แนะงัดมาตรการเด็ดขาดงดจ่ายเงินเดือน สั่งพักงานรอผลสอบชี้ชัด ก่อนเสียหายเรื้อรังลุกลาม

8 ก.ค.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ถึงผลสอบทุจริตข้าราชการ (ขรก.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ที่ตรวจพบแล้ว 5,000 คนว่า กระทรวงมหาดไทยควรใช้ความเด็ดขาดสั่งพักงานหรือเอาออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อป้องกันความเสียหายสะสมลุกลามไปสู่หายนะ

นายจตุพร กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธาน ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และรายงานผลต่อนายกฯ ทุก 10 วัน โดยเบื้องต้นระบุ ขรก.ระดับสูง สถ. 5 คนอยู่ในข่ายเกี่ยวข้องกับการทำผิดครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบคะแนนของผู้เข้าสอบ 15,000 คนจากจำนวนผู้เข้าสอบแสนกว่าคนนั้น มีคะแนนไม่ตรงความจริงในกระดาษคำตอบถึง 5,000 คน ซึ่งน่าตกใจมากว่า คนจำนวนนี้คงเข้าข่ายทุจริตการสอบและต้องถูกไล่ออกย้อนหลัง แม้ได้เข้ารับราชการแล้วก็ตาม

อีกทั้งกล่าวว่า ระบบราชการไทยมีปัญหามาต่อเนื่อง การสอบสวนของ ปปช.จะใช้เวลาถึง 3 เดือนหรือ 6 เดือน และรัฐต้องจ่ายเงินเดือนให้ผู้ถูกตรวจสอบ ถ้าจะรื้อผลสอบครั้งนี้ต้องตรวจถึง 8 แสนฉบับทั้งกระดาษคำตอบภาค ก.และภาค ข. ซึ่งใหญ่กว่าที่คิด ดังนั้นยอดการทุจริตอาจมีมากกว่า 9,000 คนก็ได้

“การตรวจสอบรับราชการ สถ.ครั้งนี้ ต้องคืนความเป็นธรรมให้ทุกคนจนสิ้นความสงสัย โดยคนที่สอบไม่ได้ต้องได้ตรวจสอบใหม่ ไม่ใช่เอาไปวางไว้เป็นตัวสำรอง ซึ่งจะเป็นหายนะ และถ้าตรวจสอบตามเนื้อผ้าแล้ว คนแน่นคุกก็แล้วกัน”

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ส่วนกระทรวงมหาดไทยต้องตรวจสอบทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีมุมติดค้างในใจกันว่า ยังมีข้อกังวลกัน ดังนั้น เมื่อรู้ว่า 5,000 คนเป็นใครต้องสั่งพักการทำงานไว้ก่อน เพราะกระดาษคำตอบไม่ตรงกับคะแนนก็จบแล้ว จึงเอาออกจากราชการไว้ก่อนเป็นดีที่สุด

"ต้องยอมรับความจริงกันว่า ระบบราชการแบบเดิมสร้างความเสียหายมากมาย การประมูลก่อสร้างมีตึกร้างอยู่มากมาย ระบบอีอ๊อกชั่นใครเสนอต่ำกว่าราคากลางมากก็ได้ไป แต่สมองไม่คิดเลยว่า มันเป็นไปไม่ได้ และมันหนีงานมากี่ที่แล้ว ที่ปล่อยให้อาคารทิ้งร้าง ซึ่งต้องคิดเปลี่ยนแล้ว แต่ประเทศเราเวรอะไรกันนักหนาปล่อยให้ร้างกันเต็มบ้านเต็มเมือง ประเทศเราเสียหายกับระบบไม่เข้าท่าแบบนี้กันมานาน” นายจตุพร กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จตุพร กาง 3 ฉากทัศน์การเมืองเกมงัดข้อ ‘น้ำเงิน-แดง-เขียว’

ประเมิน 3 ฉากทัศน์การเมือง เกมงัดข้อ“น้ำเงิน-แดง-เขียว” คาดเขียวตัวแปร น้ำเงิน-แดง ยืดแย่งแก้เกมพลิกอำนาจกันและกัน เชื่อแดงจะล้มน้ำเงินสำเร็จต้องมัดเขียวให้ได้ ส่วนน้ำเงินไม่ยอมโชว์ข่มกินข้าวกับเขียว สุดท้ายสู้กันไปมาจ่อลงท้ายผสมสีรัฐบาล “น้ำเงิน-แดง-เขียว” ลากกันไป

'ทักษิณ' กวนซักฟอกให้ขุ่น! 'กธ.' ราคาพุ่ง 'ภท.' วุ่นแก้เกม

'จตุพร' ชี้ 'ทักษิณ' ขยับเกมขอนิรโทษ หมากกวนน้ำให้ขุ่น ลากศึกซักฟอกไปเสี่ยง ปั่นเพิ่มราคา 'กธ.-ธรรมนัส' พุ่ง จับตา 'ภท.' วุ่นแก้เกมกันไปมา ป่วนระทึกถึงวันโหวตการเมืองจะเปลี่ยนหรือไม่

'จตุพร' จับตา 'ทักษิณ' รุกขยับบีบฉวยจังหวะศึกซักฟอก ผุดเกมพลิกอำนาจ

'จตุพร' เชื่อ 'ทักษิณ' ขยับล้างมลทินเป็นเกมพลิกอำนาจ ประเมินท่าที 'รบ.หนู-ภท.' ให้ตามใจ พท.-สนองอยากทักษิณ หากล้างมลทินได้ คนอื่น 'ยิ่งลักษณ์-บุญทรง' ต้องได้ด้วย ล้วนก่อปัญหาวงกว้างรุมขย่ม ชี้เกมแก้ดึง 'กธ.-ธรรมนัส' ร่วม ครม. ถ่วงรั้งแรงกดดัน พท.ตั้ง รบ.ใหม่

'จตุพร' อ่านไต๋ 'ทักษิณ-พท.' ยื่นล้างมลทินช่วงศึกซักฟอก กระตุก 'เต้น' แจง 'นายใหญ่' มีสิทธิ์หรือ

'จตุพร' อ่านไต๋ 'ทักษิณ-เพื่อไทย' ยื่นล้างมลทินช่วงศึกซักฟอกส่อเกมป่วนแปร่งๆ ลั่นนิรโทษฯ คนละเรื่องกับล้างมลทิน ระบุ กก.ไร้อำนาจทำให้ ขืนทำเกินหน้าที่ เข้าข่ายผิด ม.157 กระตุก 'เต้น' แจง พรบ.สันติสุข ล้างมลทินได้หรือไม่

'จตุพร' ประเมิน ปชน.จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด เกมตื้นๆ หวังให้ พท.โหวตสวน เชื่อยากจะสำเร็จ

'จตุพร' ประเมิน ปชน.เล่นแทคติกปกติ จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด วางเกมตื้นๆ หวังให้ พท.สะใจโหวตสวน รัฐบาล เชื่อยากจะสำเร็จ คาดโอกาสเปลี่ยนแปลงการเมืองน้อยมาก แนะสามีสส.สุชาดา แถลงข่าวก่อนศึกซักฟอก ตำหนิ มท.พลาดปล่อยนายกฯ เปลืองตัวจัดการนายอำเภอ

'จตุพร' หนุนรื้อ 'ภาษีบาป' นำกลับระบบจัดสรรงบประมาณ ต้องกล้าทำอย่างเสมอภาค

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนถึงเรืองการรื้อกฎหมายภาษีบาปเพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินให้โดยเฉพาะกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และไทยพีบีเอส ว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลถังแตกด้านการเงิน แต่เงินภาษีบาปและเงินทุกกองทุนที่อยู่นอกงบประมาณ ก็ควรนำกลับมาอยู่ในระบบงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายได้