ศาลฎีกาองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ ยกฟ้อง ‘วิฑูรย์ นามบุตร’ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ คดีเรียกรับเงินเกือบ 30 ล้านบาทจาก ‘สุขสมรวย วันทนียกุล’ แลกจัดสรรงานก่อสร้างของรัฐ หลังศาลชั้นแรกสั่งจำคุก 3 ปี ชี้พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่าเรียกรับเงินจริง และการจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่อำนาจโดยตรงของ สส.
17 ตุลาคม 2569 - สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้เผยแพร่คำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อม อธ 5/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท อธ 5/2569 ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กับพวกรวม 5 คน ในคดีถูกกล่าวหาเรียกรับเงิน 30 ล้านบาทจากนางสุขสมรวย วันทนียกุล อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าสามารถจัดสรรงานโครงการก่อสร้างของหน่วยงานรัฐให้เข้าร่วมดำเนินการได้
คดีดังกล่าวมีจำเลย 5 คน ประกอบด้วย นายวิฑูรย์ นามบุตร จำเลยที่ 1 นายกิตติศักดิ์ มุธสิทธิ์ จำเลยที่ 2 นางอาทิตยา แสวงสาย หรือศรีสะอาด จำเลยที่ 3 นายธีระวัฒน์ ศรีสะอาด จำเลยที่ 4 และนางพิกุล นามบุตร หรือแสวงสาย จำเลยที่ 5
ตามข้อกล่าวหา นายวิฑูรย์ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง สส. และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 และ 2557 ได้เรียกรับเงินจากนางสุขสมรวย โดยอ้างว่าสามารถผลักดันการจัดสรรงบประมาณโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของหน่วยงานรัฐให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ล.พานิชเขื่องในก่อสร้าง และแบ่งงานให้นางสุขสมรวยเข้าร่วมดำเนินการ
ฝ่ายโจทก์ระบุว่า นางสุขสมรวยได้จ่ายเงินหลายครั้งระหว่างเดือนมิถุนายน 2556 ถึงเดือนพฤษภาคม 2557 รวม 29.6 ล้านบาท โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นผู้สนับสนุนในการรับเงินผ่านบัญชีธนาคาร
ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า นายวิฑูรย์มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ลงโทษจำคุก 3 ปี ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง และยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ต่อมาทั้งอัยการสูงสุดและนายวิฑูรย์ยื่นอุทธรณ์
สำหรับประเด็นความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์มีมติเอกฉันท์เห็นว่า การกระทำที่จะเป็นความผิดตามมาตรานี้ ต้องเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่โดยตรงตามที่กฎหมายกำหนดหรือได้รับมอบหมาย
แม้นายวิฑูรย์จะมีอำนาจหน้าที่ในฐานะ สส. และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ แต่เมื่อร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบแล้ว การจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ เป็นอำนาจของหน่วยงานรัฐที่ได้รับงบประมาณ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่โดยตรงของ สส. หรือกรรมาธิการ
นอกจากนี้ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องว่านายวิฑูรย์ใช้อำนาจหน้าที่ทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ล.พานิชเขื่องในก่อสร้าง ได้เข้าทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานรัฐ จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 149 และเมื่อความผิดหลักไม่เกิดขึ้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ก็ไม่เป็นความผิดฐานผู้สนับสนุนด้วย
ส่วนประเด็นความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ซึ่งศาลชั้นแรกพิพากษาจำคุกนายวิฑูรย์ 3 ปีนั้น องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เสียงข้างมากพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ยังไม่อาจรับฟังได้ว่านายวิฑูรย์เรียกรับเงินจากนางสุขสมรวยตามข้อกล่าวหา
โดยศาลพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายวิฑูรย์กับนางสุขสมรวย ซึ่งมีความใกล้ชิดกันทางการเมือง และเคยมีการให้ยืมเงินประมาณ 17 ล้านบาทเพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนชำระคืนครบถ้วนแล้ว
นอกจากนี้ นางสุขสมรวยเคยให้ถ้อยคำต่อพนักงานไต่สวน ป.ป.ช. ว่านายวิฑูรย์เป็นผู้เรียกรับเงิน แต่เมื่อเบิกความต่อศาลกลับระบุว่านายสมเดช แสวงสาย น้องเขยของนายวิฑูรย์ เป็นผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุนและเรียกรับเงินโดยอ้างชื่อนายวิฑูรย์
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เสียงข้างมากเห็นว่า ถ้อยคำและคำเบิกความดังกล่าวมีลักษณะกลับไปกลับมา ไม่อาจรับฟังเป็นความจริงไปในทางใดทางหนึ่งได้ อีกทั้งพยานที่ทำหน้าที่โอนหรือส่งมอบเงินไม่ได้รู้เห็นขณะมีการเรียกรับเงินโดยตรง จึงเป็นเพียงพยานบอกเล่าที่มีน้ำหนักน้อย
ศาลยังพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า นางสุขสมรวยร้องทุกข์กล่าวโทษเมื่อปี 2560 หลังจากจ่ายเงินครั้งสุดท้ายในปี 2557 เป็นเวลาประมาณ 3 ปี ก่อนยื่นหนังสือถอนคำร้องทุกข์ในปี 2561 ภายหลังได้รับการชดใช้ค่าเสียหายด้วยการโอนที่ดินจนเป็นที่พอใจ รวมถึงการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเมื่อปี 2562 ซึ่งระบุเงินจำนวน 30 ล้านบาทดังกล่าวเป็นรายการเงินให้กู้ยืม
เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เสียงข้างมากจึงเห็นว่า ไม่อาจรับฟังได้ว่านายวิฑูรย์กระทำความผิดตามมาตรา 123/1 ตามที่ศาลชั้นแรกวินิจฉัยไว้
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ยกฟ้องนายวิฑูรย์ในความผิดตามมาตรา 123/1 ด้วย ส่งผลให้คดีดังกล่าวนายวิฑูรย์และจำเลยอีก 4 คนพ้นจากข้อกล่าวหาตามคำฟ้อง. อ่านฉบับเต็ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อำนาจเจริญระอุ! 'สจ.ฝน' รับร่วมม็อบไล่ทนายอั๋นจริง ลั่นอยากเจอหน้า จี้ขอโทษปมโยงฮั้ว สว.
สจ.ฝน ญาณี สีฟ้า ยอมรับอยู่ในกลุ่มชาวบ้านที่ไปรวมตัวขณะทนายอั๋นเดินทางไป สภ.เมืองอำนาจเจริญ ยันตั้งใจไปพบหน้า หลังถู
อวยพรมา อวยพรกลับ! 'สุขสมรวย' สวน 'ไอซ์' ทำอะไรไว้ ก็ขอให้ได้อย่างนั้นแบบติดจรวด
“สุขสมรวย” โพสต์ขอบคุณ “ไอซ์ รักชนก” หลังแชร์บทความไอลอว์พร้อมอวยพรวันเกิดว่า “ทำอะไรก็ขอให้ได้อย่าง
ศาลเลื่อนฟังคำสั่ง '39 กปปส.' ขอนิรโทษกรรมคดีชัตดาวน์กรุงเทพฯ
ศาลนัดฟังคำสั่งที่คู่ความในคดีขอให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 คดีดำอ.247/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4
‘สุขสมรวย’ นำตั้งโรงครัวช่วยน้ำท่วมคันนายาว แจกข้าววันละ 2 หมื่นกล่อง
“สุขสมรวย” นำกองทุนหมู่บ้านฯ จับมือมูลนิธิเพชรเกษม ตั้งโรงครัวตอบโต้ภัยพิบัติที่สำนักงานเขตคันนายาว แจกข้าวกล่องวันละ 20,000
‘สุขสมรวย’ ดัน สทบ.-สวก. ต่อยอดของดี 4 ภาค สร้างรายได้เกษตรกร
“สุขสมรวย วันทนียกุล” หนุน สทบ.จับมือ สวก. ถ่ายทอดเทคโนโลยี-นวัตกรรมการเกษตรสู่สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน เดินหน้าหลักสูตรพัฒนา
ศาลฎีกาโต้ข่าว 'ประธานแผนกคดีเลือกตั้ง' พบอดีตนักการเมือง 'น.'
ศาลฎีกาแจงข่าว “วรวุฒิ เทวาทศิน” พบอดีตนักการเมือง “น.” เพื่อขอแรงหนุนเป็นตุลาการศาลรัฐธรรม

