
‘ปชน.’ แฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พบ 120 บริษัทผู้ถือหุ้นไขว้ เสี่ยงหักหัวคิว 3 หมื่นต่อหลัง จี้ยกเลิกหากตอบคำถามไม่ได้
2 พ.ย. 2569 – ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน รวมถึงเงินที่ใช้ไปกับโครงการนี้อาจจะเข้ามือคนเพียงแค่ไม่กี่คน ว่า โซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านหลังคาเรือนวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท รัฐบาลสนับสนุนให้ 5 หมื่นบาทต่อ 1 ครัวเรือน สำหรับผู้ที่ประสงค์จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาลที่มีการประกาศใหญ่โตว่าประชาชนจะมีเสรีภาพในการเลือกผู้ติดตั้งได้อย่างมีอิสระ ไม่มีการล็อกโควตาให้กับรายใดรายหนึ่ง ฟังแล้วอาจจะสวยหรูแต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น
นายศุภโชติ กล่าวว่า หากตัวเลือกมีอยู่จำกัดหรือถูกบังคับให้มีอยู่จำกัดนั่นหมายความว่าประชาชนไม่มีตัวเลือก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ รัฐบาลเปิดให้บริษัทที่ประสงค์จะเป็นผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ลงทะเบียนก่อนถึงจะรับงานได้ ซึ่งมีผู้สนใจอยู่ 600 รายชื่อ หลังจากนั้นรัฐบาลก็มีการออกเงื่อนไขบังคับให้ผู้ประกอบการติดตั้งหรือบริษัทต่างๆ ถ้าจะทำงานต้องวางเงินประกัน รวมกว่า 6 หมื่นบาทต่อหลัง ซึ่งเงื่อนไขนี้ทำให้ผู้ประกอบการรายรายถอนตัวจากโครงการนี้ เพราะไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 60-70% ของบริษัทที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ตัดสินใจออกจากโครงการ ซึ่งเหลือเพียงแค่ 100 กว่ารายชื่อเท่านั้นที่ยังรับงานต่อไปได้
“เมื่อเอาชื่อบริษัททุกบริษัทมาตรวจสอบก็พบว่า กว่า 60 บริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน ทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้ว่าบริษัทหลายรายมีการแยกร่างออกมาเป็นบริษัทย่อย เพื่อที่จะรับงานหรือทำให้จำนวนดูเยอะเหมือนที่รัฐมนตรีหรือรัฐบาลกล่าวอ้าง แล้วเมื่อตรวจสอบในรายชื่อกรรมการ ผู้ถือหุ้น พบว่ามีกว่า 120 บริษัท ที่กรรมการกับผู้ถือหุ้น มีชื่อ นามสกุลเดียวกันซ้ำๆ ถือหุ้นไขว้กันไปมา นั่นหมายความว่าต่อให้บริษัทนี้ไม่ได้ บริษัทตัวเองอีกบริษัทหนึ่งก็ยังมีโอกาสที่ประชาชนจะจิ้มเลือกทำงานได้” นายศุภโชติ ระบุ
นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการตั้งเงื่อนไขกิจการรายย่อย การมีบริษัทที่มีที่อยู่ซ้ำกัน การมีผู้ถือหุ้นไขว้กันไปมา รวมไปถึงข่าวที่ออกมาว่ามีการหักหัวคิวกินส่วนต่างรายละ 3 หมื่นบาท สิ่งนี้จึงไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาทซึ่งควรจะเป็นของประชาชนถูกผ่านไปอยู่ในมือใครบ้าง ถ้ารัฐบาลไม่สามารถคลายข้อสงสัยให้กับสังคมไม่สามารถตอบคำถามให้กับประชาชนได้ว่าเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาทตรงนี้ เป็นของพวกเขาจริงๆ ไม่หายไประหว่างทาง ถ้าตอบคำถามเรื่องนี้ไม่ได้ ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการนี้
“ฉะนั้น จึงขอเรียกร้องโดยตรงไปถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้กำกับดูแลการใช้เงินก้อนนี้ว่าต้องหยุดช่วยเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย ในการหากินกับเงินกู้ นี่คือเงินกู้ของประชาชนไม่ใช่เงินของใคร ที่ใครจะมาเอาไปก็ได้ เลิกเอาประชาชนมาบังหน้า ถ้าไม่มีการล็อกสเปค ไม่มีการล็อกให้กับนายทุน ประชาชนอาจจะได้โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ 2 ล้านหลังก็ได้หรืออาจจะมากกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้เท่าตัว” นายศุภโชติ ระบุ
เมื่อถามว่า อะไรที่มองว่าโครงการนี้มีการหักหัวคิว เพราะรัฐบาลมองว่าโครงการนี้ประชาชนได้ประโยชน์ นายศุภโชติ กล่าวว่า หลักฐานสามารถหาได้ทั่วไป ถ้าดูเอกชนต่างๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ การติดตั้งในโครงการลักษณะเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน แบรนด์เดียวกันจะอยู่ที่ 1 แสนบาทบวกลบ แต่รัฐบาลได้มีการตั้งราคาผ่านหน่วยงานรัฐวิสาหกิจคือ การไฟฟ้าอยู่ที่ 1.4 แสนบาท จึงเกิดคำถามที่ว่าส่วนต่าง 3 – 4 หมื่นบาทตรงนี้ไปอยู่ที่ไหน นี่จะเป็นคำถามง่ายๆ ที่เราคิดกันว่าทำไมเวลาเข้าโครงการรัฐประชาชนจึงได้ราคาที่แพงกว่า คำตอบง่ายๆ คือมีเงินสนับสนุนอยู่อีก 5 หมื่นบาทต่อราย ถ้าราคา 1.4 แสนบาท หักลบ 5 หมื่นบาท ราคาจะอยู่ที่ 9 หมื่นบาท ความจริงแล้วเงินสนับสนุน 5 หมื่นบาทตรงนี้ เอาไปที่ไหนได้บ้าง สามารถเอาไปรับช่วงต่อได้ รัฐบาลอาจจะจ้างมาแค่ 1 แสนบาท และที่เหลืออาจจะเข้าส่วนต่าง ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจงว่าจะไปอยู่ที่ไหน ไปอยู่ที่ใครได้บ้าง
เมื่อถามย้ำว่า จะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ นายศุภโชติ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เรารวบรวมข้อมูลและติดตามโครงการมาอย่างต่อเนื่องและยินดีที่จะใช้ทุกเวทีในการติดตามตรวจสอบโครงการนี้อยู่แล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นิรโทษสุดซอย' หลอน! ล้างมลทิน 'ทักษิณ' ระวังบ้านเมืองลุกเป็นไฟ
'จตุพร' เตือนระวังบ้านเมืองลุกเป็นไฟ 'ทักษิณ' พยายามเล่นซ้ำรอยเดิม ยุคเพื่อไทยกุมเสียงสภาข้างมาก ปี 56 ดันทุรังออกนิรโทษสุดซอย ชี้ขึ้นอยู่ที่ 'คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' พิจารณา และ พท. ตัดสินใจ
ยันไม่ได้ปิดด่านทั้งหมด คุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังกระสุนตกไทยถี่
รัฐบาลสั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังเหตุสู้รบกระสุนตกฝั่งไทย ระงับผ่อนผันนำเข้าและส่งออกบางช่องทางในแม่สอด–พบพระ ถึง 5 พ.ย. ย้ำไม่ใช่ปิดด่านทั้งหมด มุ่งคุ้มครองความปลอดภัยประชาชน
รัฐบาล ชู 'อุดรธานีโมเดล' ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
รัฐบาล ยกอุดรธานีโมเดล ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง สร้างที่อยู่มั่นคงยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
อย่าประมาท! 'ม็อบกำนันมะโน' รถทะลุพันคัน แนะรัฐบาลใจกว้างไม่ขวาง
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าประมาท ม็อบรถยนต์กำนันมะโน
ปชน. ปล่อยคลิป 'ไอติม-ไอซ์-โต๋' ปลุกด้อมส้มบริจาค 'ทุนซักฟอกน้ำเงิน'
บันเทิงธิปไตย! 'ปชน.' โหมโรงศึกซักฟอก ขนสามตัวตึง 'ไอติม-ไอซ์-โต๋' ทำคลิปเรียกน้ำย่อย ปลุกด้อมส้มบริจาค ทุนชำแหละระบอบสีน้ำเงิน
ปักธงซักฟอก ม.151 ขอพ่วง 152 เปิดประตูทุกช่อง 'ชำแหละรัฐบาลอนุทิน'
'พริษฐ์' ยัน 'ฝ่ายค้าน' พุ่งเป้าซักฟอก ม.151 ชี้ ม.152 เป็นแค่ตัวเลือก เปิด 3 กลไกใช้เวทีสภาฯ พ.ย. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

