'ชวน' ปาฐกถาเวทีเสรีนิยม กรีด ธุรกิจการเมือง ตระกูลเดียวผูกขาด 4 นายกฯ วงจรอุบาทว์ลามกินรวบ

'นายชวน' ปาฐกถาเวทีเสรีนิยมนานาชาติ ชี้ ธุรกิจการเมือง ตระกูลเดียวผูกขาด 4 นายกฯ วงจรอุบาทว์ลามกินรวบราชการ-แทรกแซง สว. ส่งผลให้กลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลล้มเหลว จี้ อย่ายอมสละหลักการแลกชัยชนะชั่วคราว

4พ.ย.2569- ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 3 พ.ย. นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และอดีตประธานรัฐสภา ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษต่อคณะผู้แทนและมิตรแท้จากเครือข่ายเสรีนิยมสากล (Liberal International) และสภาเสรีนิยมและประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิฟรีดริช นาวแมน (Friedrich Naumann Foundation) นำโดย ศ.ดร. คาร์ล-ไฮนซ์ ปาร์เก้ พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ในหัวข้อการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยืดหยุ่นเพื่ออนาคตที่มั่นคง

โดยนายชวน ได้สะท้อนบทเรียนทางการเมืองตลอดเส้นทางชีวิตกว่าครึ่งศตวรรษ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาคอร์รัปชันและภัยคุกคามจากระบบเงินตราที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยไทย

นายชวน เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าถึงประสบการณ์ทางการเมืองว่า ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สส. เป็นสมัยที่ 18 รวมระยะเวลาทำงานในฐานะผู้แทนของประชาชนมายาวนานถึง 57 ปี นับตั้งแต่ได้รับการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2502 ผ่านตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัยรวมกว่า 6 ปี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา รวมถึงผู้นำฝ่ายค้าน 3 สมัย

นายชวน ระบุว่า การหยิบยกประเด็นนี้ไม่ได้มุ่งหวังจะอ้างสถิติการดำรงตำแหน่งที่ยาวนาน หากแต่ต้องการพูดในฐานะประจักษ์พยานทางกฎหมายที่ได้เห็นและสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของประชาธิปไตยไทยตลอด 94 ปีด้วยตาตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่ได้ยินหรืออ่านมา โดยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ตลอด 80 ปี มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับฐานราก ทั้งโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ช่วยเยาวชนกว่า 7 ล้านคน รวมถึงการผลักดันงบประมาณก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิจนเปิดใช้งานได้สำเร็จ

นายชวน ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทยว่า เมื่ออุปสรรคจากการรัฐประหารและบทบาททางทหารลดน้อยลง กลุ่มนักธุรกิจกลับเข้ามามีบทบาทในระบอบการเมืองมากขึ้น แม้ในแง่หนึ่งจะนำความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพเข้ามา แต่กลับมีบางกลุ่มเข้ามาด้วย อำนาจเงินและมองประชาธิปไตยเป็นเวทีแสวงหาผลประโยชน์และถอนทุนคืน จนเกิดภาวะ ธุรกิจการเมือง (Money Politics) แพร่ระบาด

“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีตระกูลเดียวที่สามารถสร้างนายกรัฐมนตรีได้ถึง 4 คน เริ่มจากคนแรก ตามด้วยน้องเขย ต่อด้วยน้องสาว และลูกสาว แต่ไม่มีใครสามารถอยู่ในตำแหน่งได้อย่างยั่งยืน สองคนถูกพิพากษาจำคุก อีกคนถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากพฤติกรรมขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า โชคดีที่กระบวนการยุติธรรมของไทยยังคงทำหน้าที่ผดุงหลักนิติธรรมเอาไว้ได้ แต่วิกฤตการเมืองที่ใช้เงินเป็นใหญ่ยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ท้าทายอย่างยิ่ง

อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันวงจรอุบาทว์ได้พัฒนากลืนกินระบบการบริหารประเทศไปไกลกว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในอดีต โดยได้แทรกซึมเข้าสู่ระบบราชการผ่านการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อตอบแทนทางการเมือง ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี เลขานุการ ปลัดกระทรวง ไปจนถึงอธิบดี

สิ่งที่น่ากังวลสูงสุดในปัจจุบันคือ การแผ่ขยายอิทธิพลของระบบอุปถัมภ์เข้าสู่การคัดเลือก สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 200 คน เนื่องจาก สว. มีบทบาทสำคัญในการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ, อัยการสูงสุด, คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นายชวน เปิดเผยว่า ในความเป็นจริง สว. มากกว่าครึ่งหนึ่งกลับกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองทุจริต เพื่อส่งบุคคลที่กลุ่มอำนาจพึงพอใจเข้าไปนั่งในองค์กรอิสระ ส่งผลให้กลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจล้มเหลว และสะท้อนออกมาในรูปของคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่ประเทศไทยได้เพียง 33 จาก 100 คะแนน รั้งอันดับ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก สวนทางกับภาพลักษณ์ของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลก

ในช่วงท้าย นายชวนเน้นย้ำว่า การสะท้อนปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาทำลายความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม แต่ต้องการกระตุ้นเตือนให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงคุณค่าของความซื่อสัตย์สุจริต โดยพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสมผ่านการร่วมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

พร้อมกันนี้ นายชวนได้ฝากข้อคิดเตือนใจแก่นักการเมืองและผู้ร่วมประชุมทุกคนว่า “อย่าเสียสละหลักการของคุณเพียงเพื่อแลกกับชัยชนะในการเลือกตั้งชั่วคราว จงยึดมั่นในหลักนิติธรรม ปกป้องความสุจริตในฐานะหน้าที่อันมีค่าที่สุด และกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยสามารถขับเคลื่อนไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชวน หลีกภัย' ร่วมลงสี ประติมากรรมเทวดา ประกอบพระเมรุมาศ 'พระพันปีหลวง'

ท่านชวน หลีกภัย ร่วมลงสี ประติมากรรมเทวดา ร่วมกับสำนักช่างสิบหมู่ โดยเหล่ารูปปั้นเทวดาจะถูกนำมาประดับพระเมรุมาศพระพันปีหลวง

'ชวน' กรีด! ช่วยน้ำท่วมกทม. มั่วพอสมควร หลายพื้นที่ยังเข้าไม่ถึง โยกย้ายขรก.เอาการเมืองเป็นที่ตั้ง

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ

ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรี 'ระบอบสีน้ำเงิน' กินรวบประเทศ

"เท้ง" นำแถลงซักฟอก 18 รัฐมนตรีรัฐบาลอนุทิน ระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศ ก่ออาชญากรรมร้ายแรงทางปชต. เน้น ฮั้ว สว.-โกงสอบท้องถิ่น-บริหารงานพลาด 'โสภณ' รับลูก ทำให้เร็ว-พร้อมส่งครม.ล็อควัน ด้าน 'สาธิต' เผย ขอเวลาอภิปราย 5 วัน ย้ำ ชื่อที่เสนอมีข้อมูลแน่น บริหารงานล้มเหลว ผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม ละเว้นปฏิบิตหน้าที่ เอื้อประโยชน์ พวกพ้อง ไม่สนเสียงในสภาฯน้อยกว่า หวัง เปิดข้อมูลจริงให้ประชาชนตัดสินจะไว้วางใจรมต.หรือไม่

'ชวน' เตือนรัฐบาล-คลัง อย่าดูดาย ปล่อย 'บินไทย' ปิดคลังสินค้า ชี้หนีปัญหาไร้ความรับผิดชอบ

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายญัตติว่า ตนได้มีโอกาสติดตามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับคณะไปลงพื้นที่ทั้งในเขตลาดกระบังและบางกะปิ มอบของและสอบถามความเห็น ข้อสรุปของประชาชนคือมีความเห็นคล้ายกันว่ารู้ช้าไปหน่อย หากเร็วกว่านี้สักนิดอาจจะบรรเทาความเสียหายไปได้

'อภิสิทธิ์-ชวน' นำ ปชป. เร่งบรรจุถุงยังชีพ ช่วยวิกฤตน้ำท่วมกรุง

น้ำไม่ลด ประชาธิปัตย์ไม่ทิ้ง 'อภิสิทธิ์-ชวน' นำทีม ปชป. – มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ฯ ระดมกำลังเร่งบรรจุถุงยังชีพ ช่วยวิกฤตน้ำท่วมทั่วกรุง