'สกลธี' ฟุ้ง ทีมงานรองผู้ว่าฯ อิสระ-ไม่ยึดโยงพรรคการเมือง

“สกลธี” แจง เลือกทีมงานรองผู้ว่าฯ จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เป็นอิสระไม่มีแนวคิดทางการเมือง สามารถทำงานกับทุกกลุ่มได้

24 เม.ย.2565 –  นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดย่านฝั่งธน เกี่ยวกับทีมงานที่เตรียมเปิดตัวเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดเปิดตัวไปแล้ว 4 คน และจะเปิดตัวเร็วๆ นี้  โดยแต่ละคนก็มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร กทม. เป็นทีมคนรุ่นใหม่ และส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยร่วมงานด้วยกันมา ทุกคน เป็นคนที่อยากเข้ามาทำงาน พัฒนากรุงเทพฯ และทีมงานของตนเองส่วนใหญ่ไม่มีใครที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดทางการเมือง ถือเป็นการทลายเรื่องดังกล่าวไปหมด  ไม่เหมือนกับในอดีต ที่รองผู้ว่าฯ จะต้องมาจากการเมืองหรือมาจากอดีต ส.ก หรือฐานทางการเมือง ที่อาจจะทำให้ทำงานลำบาก

“ผมว่าจุดอ่อนของอดีตผู้ว่าในแต่ละยุคที่ผ่านมา น่าจะเป็นเรื่องที่มาจากการเมือง เพราะเมื่อมาจากพรรคการเมืองแล้วอาจจะมีข้อจำกัดในการบริหาร โดยเฉพาะการเลือกบุคลากร ที่อาจจะต้องเป็นบุคลากรของพรรค การที่จะเอาคนนอกมา ก็เป็นเรื่องลำบาก แต่อย่างของผมเมื่อเป็นอิสระแล้ว ก็สามารถดึงคนที่มีความสามารถ เข้ามาร่วมทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องยึดโยงกับพรรคได้” นายสกลธี กล่าว

ทั้งนี้ในช่วงวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของชาว กทม. นายสกลธี มีแผนจะเดินทางร่วมหาเสียง ในพื้นที่ตลาดต่างๆ ย่านฝั่งธน ได้แก่ ตลาดศาลาน้ำเย็น  ตลาดรถไฟ ตลาดศาลาน้ำร้อน ตลาดวังหลัง ตลาดน้ำตลิ่งชัน  ตลาดน้ำคลองลัดมะยม และตลาดสดธนบุรี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนผ่านของสถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่นจากอาณัติสวรรค์และวงศาสู่อำนาจอธิปไตยจากปวงชน (ตอนที่ 1 สถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่นกับการจำกัดพระราชอำนาจก่อนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่)

มักจะเป็นที่เชื่อกันว่าระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy) มีจุดเริ่มต้นมาจากพัฒนาการทางการเมืองของบรรดาชาติตะวันตก และทั่วโลกจะต้องมีการเปลี่ยนผ่านตามแนวทางของชาติตะวันตกเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากประสบการณ์ทางฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือในประเทศ

แสวงเซ็ง! จวกพรรคการเมืองเอาแต่โยนบาปบอกหากกติกาไม่เป็นธรรมทำไมไม่แก้

'แสวง' จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต. ทั้งที่เห็นกติกาไม่เป็นธรรมกลับไม่แก้จุดบกพร่อง เอื้อให้ตัวเองทำงานสะดวก ชี้หากเห็นแก่พรรคจริง กฎหมายพรรคการเมืองน่าจะดีกว่านี้