'ชลน่าน' ลั่น 'เพื่อไทย' เสนอ 3 ชื่อชิงดำนายกฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค!

“ชลน่าน” ย้ำพร้อมรับตำแหน่งหัวหน้าเพื่อไทย ชี้ 3 ชื่อ แคนดิเดตนายกฯ เป็นหน้าที่ กก.บห. ไม่ใช่แค่หัวหน้าตัดสินใจ ไม่รู้ “เศรษฐา” เงื่อนไขเยอะ

27 ต.ค.2564 - นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์รายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ที่ดำเนินรายการโดยนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เผยแพร่ทางช่อง 9 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ต.ค. ท่ามกลางกระแสข่าวถูกวางตัวเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่

ผู้ดำเนินรายการถามว่า ถ้ามีการเสนอชื่อ นพ.ชลน่าน เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะปฏิเสธหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า เอาตรงๆนะครับ ถ้าผมได้รับโอกาสอย่างนั้น ก็พร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อพรรค เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ถ้าได้รับโอกาสนะครับ

ถามว่า เฮียเพ้ง (นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล หนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทย) ส่งสัญญาณให้ นพ.ชลน่านเป็นหัวหน้าพรรคแทนสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นพ.ชลน่านย้อนถามมาว่า ส่งสัญญาณไปที่หมาแก่หรอ ก่อนที่จะตอบว่า การเสนอชื่อเป็นกระบวนการ ถ้าพรรคให้เกียรติให้โอกาสก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ทำหน้าที่ ได้ทำงานให้พรรค ให้ประเทศชาติบ้านเมือง ตามเจตจำนงที่เราอาสามาทำหน้าที่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชน

ผู้ดำเนินรายการถามต่อไปว่า ถ้าได้เป็นหัวหน้าพรรค อย่างแรกที่จะทำคืออะไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่หวังผลมากเลยนะครับ คือพรรคเพื่อไทยเราเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ เป็นสถาบันทางการเมือง ต้องเติมเต็มเรื่องการมีส่วนร่วม เรื่องความเป็นเจ้าของพรรคจากประชาชน จากคนทุกกลุ่ม เป็นสิ่งที่เพื่อไทยควรจะต้องทำ จะต้องมีจุดเชื่อมโยงประสานระหว่างภาพในอดีต คนในปัจจุบัน และคนในอนาคตหมายถึงคนรุ่นใหม่ ให้ผสมผสานกลมกลืน เอาวิธีคิดวิธีการทำงาน เอาแนวทางในการที่จะสร้างบ้านสร้างเมืองมาเป็นของพรรคให้ได้ เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ประสาน 3 รุ่น ซึ่งแนวทางของพรรคก็ทำอยู่แล้ว

ถามว่าจะตามคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กลับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบ เพราะจะล่วงสิทธิของผู้อื่นหลายท่า นเนื่องจากมีกลไกลวิธีการอยู่ ขอไม่ตอบเป็นรายบุคคล แต่พรรคมีแนวทางที่จะรับที่จะให้โอกาสกับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะสมาชิกเดิมๆ ของเราที่มีความรู้ความสามารถ ถ้ามีความประสงค์ มีอุดมการณ์ มีจุดมุ่งหมายที่ทำงานด้วยกันได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะปฏิเสธในหลักการ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลตามเจตจำนงแต่ละท่าน ส่วนพรรคเราเปิดกว้างอยู่แล้ว

ถามว่าเรื่องว่าที่นายกฯ ในบัญชีของพรรคเพื่อไทย ถ้าขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค มีแนวคิดที่จะจัดวางตัวอย่างไร ส.ส.น่าน กล่าวว่า เป็นหลักการของพรรคที่ทำมาตลอดอยู่แล้ว พรรคมีนโยบายที่จะส่งคนเป็นแคนดิเดตนายกฯ 3 ชื่อตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับการตัดสินของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณาว่าควรจะเป็นใคร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ที่เป็นเพียงกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่ง
เมื่อถามถึง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นคนมีเงื่อนไขเยอะจนกระทั่งพรรคไม่สามารถจะรับได้ พรรคจึงฆ่าชื่อเศรษฐาออกไป หลังจากนั้นยังหาตัวไม่ได้ นพ.ชลน่านตอบว่า ไม่ทราบประเด็นนี้ เพิ่งทราบจากผู้ดำเนินรายการ พรรคไม่ได้พูดเรื่องนี้ เรายังมีโอกาส ไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะ 3 ชื่ออยู่ในมือ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง มีคนใหม่เข้ามา กรรมการเห็นว่ามีความเหมาะสมก็อาจจะมีความเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนที่จะเสนอชื่อ และเมื่อเสนอชื่อไปแล้วก็จบ

นายดนัยถามอีกว่าจะจอดป้ายที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ของผู้ดำเนินรายการ พรรคมีกระบวนการวิธีการอยู่แล้ว สิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำขณะนี้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีของประชาชนเพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาประเทศให้ได้ มีหลายประเด็นที่ต้องคุยกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯนำทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 'พระพันปีหลวง'

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ณ ท้องสนามหลวง เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 24 ตุลาคม 2569 พร้อมประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา และประธานองค์กรอิสระ ร่วมพิธีถวายพระราชกุศล

'พิพัฒน์' นำ ครม. วางพวงมาลาถวายราชสักการะ 'วันปิยมหาราช'

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช

'ศุภจี' โล่ง! ขอบคุณนายกฯ แอ่นอก ป้องเก้าอี้ 'รมว.พาณิชย์'

'ศุภจี' ขอบคุณนายกฯ ออกตัวป้องเก้าอี้ 'รมว.พาณิชย์' หลัง 'อนุทิน' ลั่นหากปรับต้องเอาตัวเองออกด้วย เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน

'ยศชนัน' ไม่หวั่นกระแสข่าวกล้าธรรมซบภูมิใจไทย ยังไร้สัญญาณปรับครม.

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะมาควบรวมกับพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้มีท่าที