ผู้สมัคร ส.ก. พท. โดนอีก! 'พี่ศรี' ข้องใจวุฒิ 'ดร.' ร้อง กกต. สอบ

'ศรีสุวรรณ' ร้อง กกต. อีก ถึงคิวผู้สมัคร ส.ก. เขตสัมพันธวงศ์ พรรคเพื่อไทย ข้องใจวุฒิปริญญาเอก ส่อเข้าข่ายจูงใจให้เข้าใจผิด

16 พ.ค. 2565 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กกต.กทม. เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณวุฒิของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสัมพันธวงศ์ หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเน้นใช้คำว่า “ดร.” นำหน้าชื่อหาเสียง สงสัยจบปริญญาเอกจริงหรือไม่ ซึ่งหากไม่จบจริง อาจเป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ต้องห้ามตามกฎหมายได้

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสัมพันธวงศ์ หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย ได้โฆษณาหาเสียงและจัดทำเอกสารและแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์คุณสมบัติของตนว่าเป็น “ดร.” จบ ปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยชาวพุทธ แห่งประเทศมองโกเลีย (THE BUDDHIST UNIVERSITY, MONGOLIA Doctoral Degree of Philosophy) ซึ่งเมื่อทำการตรวจค้นชื่อมหาวิทยาลัยและหลักสูตรดังกล่าว กลับไม่ปรากฏชื่อในเว็บไซต์ หรือรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับสถาบันดังกล่าวในประเทศมองโกเลียแต่อย่างใด จึงอาจเชื่อได้ว่าอาจไม่มีสถาบันดังกล่าวอยู่จริง ในระบบการศึกษาหรือสถาบันการศึกษาในประเทศมองโกเลีย

นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบไปยังสำนักงาน ก.พ. ของไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ก.พ. จะรับรองคุณวุฒิที่ได้รับด้วยวิธีการศึกษาตามหลักสูตรเต็มเวลา (full time) จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ก็ไม่ปรากฎว่าให้การรับรองหรือปรากฎว่ามีชื่อ THE BUDDHIST UNIVERSITY, MONGOLIA อยู่ในสารบบของ ก.พ. แต่อย่างใด

ดังนั้น การที่ผู้สมัคร ส.ก.หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย เขตสัมพันธวงศ์ กทม. จัดทำสิ่งพิมพ์ประเภทแผ่นพับ โดยนำมาใช้โฆษณา แจกจ่าย ประชาสัมพันธ์ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ และป้ายหาเสียงติดตั้งบริเวณสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ โดยใช้คำนำหน้าเพื่อระบุสถานะทางการศึกษาของตนว่า “ดร.” ซึ่งปุถุชนทั่วไปเข้าได้ได้ว่า หมายถึงการจบการศึกษาในระดับ “ปริญญาเอก” แล้วนั้น

จึงอาจเข้าข่ายกระทำการเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเอง ด้วยวิธีการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร อันเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 65 (5) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ซึ่งอาจมีโทษตาม มาตรา 126 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปีด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธาน กกต. ลั่นไม่ยื้อ 'คดีฮั้ว สว.' จะมากดดันให้ส่งศาลเลยไม่ได้ หน้าที่ไม่ใช่ไปรษณีย์

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั๊วเลือก สว. ว่า เราประชุม กกต. เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวทุกวันจันทร์ เราประชุมมาแล้ว 3 ครั้ง และวันจันทร์ที่จะถึงนี้เป็นครั้งที่ 4  จากที่กำหนดไว้ 12 ครั้ง  คิดว่าจะเสร็จตามกรอบของกฎหมาย

'ชวน-มาร์ค' นำทัพ ปชป. สักการะพระแม่ธรณี ดัน 'อนุชา' โค้งสุดท้ายชิงผู้ว่าฯกทม.

พรรคประชาธิปัตย์นำโดย “ชวน-อภิสิทธิ์” พร้อมแกนนำพรรค ร่วมสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายการหาเสียง สนับสนุนผู้สมัครผู้ว่าฯ กท

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 'เท้ง' ปลุกเปลี่ยนกรุงเทพ 'อภิสิทธิ์' ชูรื้อโกงเมือง

2 พรรคใหญ่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 28 มิ.ย. พรรคประชาชนปลุกคนกรุงออกมาใช้สิทธิ เปลี่ยนกรุงเทพฯ

ปชน. เปิดหลักฐานใหม่! คลิปเสียง 'นครพนม-อยุธยา' มัดฮั้ว สว.

'ไอติม' เปิดหลักฐานมัดคดีฮั้ว สว. ประเดิม 'นครพนม' คลิปเสียงสายสีน้ำเงิน-จัดโพยอยุธยา พบ สว.ชายเสนอเงินจ่ายค่าหัว-แลกเก้าอี้ผู้ช่วย ลั่นทิ้งพ่อแม่เห็นเยอะ แต่ทิ้งเงินไม่เคยเห็น จี้ กกต. เลิกดองส่งศาลเถอะ