'เพื่อไทย' ฟันธงหลังเลือกตั้งครั้งหน้า นายกฯจะไม่ใช่ 'พล.อ.ประยุทธ์' แน่นอน

25 มิ.ย.2565 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยเตรียม ส.ส.สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรียบร้อย โดยใช้ส.ส. 15 คน อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน โดยพรรคเพื่อไทย จะเจาะลึกอภิปราย นายกฯและรัฐมนตรีอื่นอีก 5 คน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใครบ้าง ส่วนที่เหลือก็จะช่วยอภิปรายเสริมข้อมูลพรรคร่วมฝ่ายค้าน เรื่องตัวบุคคลเราถือว่าเรียบร้อยแล้ว เหลือบางประเด็นที่อาจต้องเพิ่มเติมเล็กน้อยตามเนื้อหาที่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชน มั่นใจผลการอภิปรายครั้งนี้จะสั่นคลอนรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ถ้าไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ในการอภิปรายครั้งนี้ ก็เชื่อว่าประชาชนที่ได้รับฟังการอภิปรายจะสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้ 
 
มั่นใจว่าหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายกฯจะไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างแน่นอน และเมื่อผ่านการอภิปรายไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ยังต้องเจอศึกหนักวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี ที่จะครบช่วงปลายเดือนส.ค. เรื่องนี้เราเตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความไว้แล้วในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเชื่อว่างานประชุมเอเปค ที่พล.อ.ประยุทธ์หมายมั่นจะเป็นเจ้าภาพให้ได้นั้นอาจไม่เป็นอย่างที่คิด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ฟาด 'รังสิมันต์' ชอบพูดคาดเดาตามสติปัญญาที่มี ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น

การเปลี่ยนผ่านจากเทวราชามาสู่การสถาปนาอัตลักษณ์ราชาธิปไตยแบบพุทธศาสนาในพระไตรปิฏก : สามัญผลสูตรในฐานะทฤษฎีขีดจำกัดของอำนาจรัฐเหนือแรงงานและทรัพย์สิน

“สามัญผลสูตร” เป็นบันทึกการยอมรับของกษัตริย์ที่ทรงอำนาจที่สุดในยุคสมัยพุทธกาลว่าอำนาจรัฏฐาธิปัตย์มีขีดจำกัดและขีดจำกัดนั้นอยู่ที่พรมแดนระหว่างร่างกายและจิตใจของพลเมือง