'พรรคธรรมนัส' วืดร่วมฝ่ายค้านซักฟอก ทำได้แค่นั่งฟังเท่านั้น

18 ก.ค.2565 - นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ได้มีการประสานขอเวลาต่อพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อให้พรรคเศรษฐกิจไทย ได้ร่วมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในระหว่างวันที่ 19-22 ก.ค.นี้ ว่า ล่าสุดคงไม่ได้แล้ว เพราะทางพรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการจัดสรรแบ่งเวลากันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้หมดแล้ว เนื่องจากเรามาในตอนหลัง ดังนั้นการจะไปแย่งเวลาของพรรคใดพรรคหนึ่งมาก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควร สิ่งที่พรรคเศรษฐกิจไทยจะทำได้คือการอยู่ร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรและฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น

เมื่อถามถึงบทบาทของพรรคเศรษฐกิจไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้นั้น เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวว่า ขอให้รอดู ในวันแรกของการเปิดอภิปราย เพราะเมื่อกลไกต่างๆขับเคลื่อนไปก็น่าจะลงตัว ส่วนการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ย้ำว่า เราพอมีข้อมูลอยู่แล้ว และยืนยันจะออกมาในทิศทางเดียวกัน ตามที่ทุกคนรู้กันแล้วในฐานะฝ่ายค้าน ไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ที่จะมีการพูดคุยกับส.ส.กลุ่ม 16 เกี่ยวกับท่าที่ทางการเมืองและการโหวตอภิปรายนั้นจะมีการพูดคุยกับส.ส.ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 19 ก.ค.นี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'

ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ

'ยุทธพร' ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง