
เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านได้คาดการณ์เอาไว้ว่าอาจมีเหตุการณ์ กล้วยช่วยคำตู่ หรือไม่นั้น ก็เกิดขึ้นจริง ยิ่งเป็นการยืนยันว่า สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้คือผลไม้อาบยาพิษรัฐธรรมนูญ ปี 2560
26 ก.ค.2565- น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส. กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและนั่งร้านรวม 11 คน จะอยู่รอดปลอดภัยในสภา แต่ศรัทธาของประชาชนหมดสิ้นแล้ว จากข้อมูลที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เปิดโปงข้อมูลส่อทุจริตในหลายประเด็น เช่น กรณีที่นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวข้องทุจริตถุงมือยางภาค 2 วงเงิน 2,000 ล้าน ที่ควรถูก ป.ป.ช.อายัด แต่ถูกเบิกออกยักย้ายถ่ายเทหนี กรณีโอนหุ้นออกจากบริษัทเอกชนของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เคยถือหุ้นอยู่ มีหลักฐานมีพิรุธ ไม่น่าเชื่อถือ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่บกพร่องไม่ดูแลภัยแกงค์อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ แต่งตั้งคนสนิทเป็นที่ปรึกษารับงานศูนย์ดิจิทัลที่ส่อทุจริต รวมถึงประเด็นการขาดจริยธรรม กรณีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการท่อส่งน้ำ EEC เป็นต้น ซึ่งส่วนหนึ่งของความไม่ชอบมาพากลที่มาพร้อมหลักฐานที่ฝ่ายค้านรวบรวมมาได้จะสามารถมัดตัวผู้กระทำผิดโดยเฉพาะนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นการทุจริตเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
โดยเฉพาะประเด็นหลังการลงมติไม่ไว้วางใจที่ได้ปรากฎหลักฐานการแจกจ่ายเงินให้กับพรรคการเมืองเพื่อต่อคานอำนาจให้พลเอกประยุทธ์ได้อยู่ต่อ กระบวนการต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ต้องเร่งดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริงให้แน่ชัดและเอาผิดโดยเร็ว
น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ที่พลเอกประยุทธ์ ได้อยู่ต่อ เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านได้คาดการณ์เอาไว้ว่าอาจมีเหตุการณ์ กล้วยช่วยคำตู่ หรือไม่นั้น ก็เกิดขึ้นจริง ยิ่งเป็นการยืนยันว่า สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้คือผลไม้อาบยาพิษรัฐธรรมนูญ ปี 2560 หรือ รัฐธรรมนูญฉบับเพื่อพวกเขา ที่ได้สร้างความอ่อนแอให้กับพรรคการเมือง และยังทำให้การเมืองไทยตกต่ำย้อนยุคไปในช่วงก่อนเกิดรัฐธรรมนูญปี 2540 มีที่มาจากการรัฐประหาร เป็นรัฐธรรมนูญแฝดพี่ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ทำให้การเมืองไทย โดยเฉพาะการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอ ถดถอยลง เกิดการต่อรองผลประโยชน์ซื้อขายตัวนักการเมืองไม่ต่างจากสินค้าในตลาดมืด ทำให้นักการเมืองไม่เป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน
“หากสภาสามารถเนรมิตไร่กัญชาไร้ที่มาได้ฉันท์ใด อะไรในสภาแห่งนี้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ดิฉันเชื่อว่าจากนี้ไปความขัดแย้งทางการเมืองอาจคุกรุ่นขึ้นจากผลพวงของการหลงไหลเสพติดในอำนาจของผู้นำเผด็จการคนนี้ อนาคตทางการเมืองของพวกท่านดับวูบแล้วนับตั้งแต่ฝ่ายค้านได้อภิปรายจนจบ เลือกตั้งครั้งหน้าไม่มีที่ยืนสำหรับพวกท่านแล้วค่ะ” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
28มิ.ย.เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
เลขาฯ ป.ป.ช.แจงยื่นฟันจริยธรรม 44 สส.ก้าวไกล ไม่ดูแค่สิทธิเสนอแก้กฎหมาย
ปปป. นำตัว 'บิ๊กโจ๊ก' พร้อมสำนวนคดีสินบนทอง 246 บาท ส่งอัยการ นัดฟังคำสั่ง 12 พ.ค.
ปปป. ส่งสำนวนพร้อมตัว “บิ๊กโจ๊ก” ให้อัยการปราบปรามทุจริต คดีสินบนทองคำ 246 บาท ก่อนเจ้าตัวชิ่งสื่อกลับ ด้านทนายเผย คดีควรพ่วงไปกับสำนวนในมือผู้ไต่สวนอิสระ อัยการนัดฟังคำสั่ง 12 พ.ค. ย้ำที่ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อเพราะขั้นตอนส่วนนี้เป็นขั้นตอนทางกฎหมาย
9เม.ย.ยื่นศาลฟัน44ส้ม ‘เท้ง’ไม่หวั่นหยุดหน้าที่
ป.ป.ช.เร่งยื่นคำร้องคดี 44 สส.ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย. ปัดตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลไม่เกี่ยวการเมือง
เปิดกรุ 2 กกต. 'อนันต์' รวย 60 ล้าน 'สันทัด' มี 29 ล.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คน ทั้งกรณีเข้ารับตำแหน่งใหม่ และกรณีพ้นจากตำแหน่งเดิม
ส่งศาลฟัน44ส้ม เคาะพักโทษแม้ว
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบยื่นศาลฎีกาฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกลชงแก้มาตรา 112
ป.ป.ช.จ่อเคาะ 44สส.แก้ม.112 ส่งศาลฎีกาฟัน
ป.ป.ช.ได้ฤกษ์ชงที่ประชุมใหญ่มีมติรับรองคำร้องคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกลแก้ ม.112

