'สส.ปชน.' ชงหั่นงบ 70 ค่าใช้จ่ายสัมมนา-บินนอก-พีอาร์

‘ภัณฑิล’ เรียกร้อง ‘อนุฯกมธ.’ ตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายที่อาจซ้ำซ้อน มองโครงการไม่จำเป็น-ไม่เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน ควรปรับลดงบ เพื่อความคุ้มค่ากับภาษีประชาชน

31 ก.ค. 2569 – เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน และหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น ภายใต้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิบัติงานว่า ได้ตั้งข้อสังเกตการทำงานที่ผ่านมาของ กมธ. ที่ถูกตั้งเพื่อเข้ามาตรวจงบ หรือเพียงแค่มารับรองงบประมาณ ซึ่งมีคำถามจะฝากถึงสื่อมวลชนและประชาชนว่า เมื่อหน่วยงานของรัฐของบเงินภาษีประชาชน

จึงขอให้เรียกร้องให้แต่ละหน่วยงานพิสูจน์หรือไม่ว่า เงินก้อนดังกล่าวมีความจำเป็น คุ้มค่า และก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงอย่างไร โดยเฉพาะรายจ่ายในประเภทสัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าที่ปรึกษา ค่าเดินทางต่างประเทศ ค่าเช่า และค่าจ้างเหมาบริการ ซึ่งเป็นรายจ่ายที่หน่วยงานมีดุลพินิจในการกำหนด และต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง ตนในฐานะที่ทำงานอยู่ในอนุกรรมาธิการฯ ผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์กับอีก 1 วัน

นายภัณฑิล กล่าวว่า งบประมาณที่กำลังตรวจสอบไม่ใช่เงินเดือนของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่งบประมาณช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่งบประมาณเกี่ยวกับไฟป่า หรืองบประมาณที่เกี่ยวกับการเตือนภัยและการรักษาพยาบาล รวมถึงค่าประกันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำ ตนไม่ได้ยุ่งในส่วนนี้อยู่แล้ว อีกทั้งไม่ใช่งบภารกิจหลักที่หากถูกปรับลดแล้วจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อการบริการโดยทันที และสิ่งที่พวกเรากำลังกระทำอยู่นั้นไม่ใช่การขัดขวางการทำงานของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นเพียงการตั้งคำถามว่ารายจ่ายที่ไม่ใช่ภารกิจหลักเหล่านี้จำเป็นและคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่

“ผมเสนอให้ลดการสัมมนาที่ไม่รู้ว่าสัมมนาอะไร ไปประชุมทางวิชาการ ลดสื่อประชาสัมพันธ์ที่วัดเพียงแค่ยอดเข้าถึง ลดการเดินทางที่ไม่รู้ว่ากลับมาประเทศไทยแล้วจะได้อะไร ผมถามประจำว่า ไปต่างประเทศด้วยสภาวะทางการคลังของไทย ประเทศของเราร่ำรวยขนาดนั้นเลยเหรอที่จะไปประชุมสัมมนาทางวิชาการไกลถึงต่างประเทศ” นายภัณฑิล ระบุ

โดยส่วนตัวเข้าใจได้ว่ามีกรอบภาคีต่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องไป แต่การจ้างที่ปรึกษาก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ประจำถึงไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้ ต้องพึ่งพาเอาต์ซอร์ส เพื่อให้ที่ปรึกษาเป็นผู้ลงมือทำ สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ตนสงสัยได้ว่าบางกรณีก็อาจเป็นเรื่องของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่ต้องให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบ สำหรับตนมองว่าในบางเรื่อง การจ้างที่ปรึกษาเป็นการจ้างงานพร่ำเพรื่อจนเกินไป

นายภัณฑิล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและทีมงานไม่ได้ใช้ความรู้สึกในการตัดสิน แต่ยึดข้อมูลจากเอกสารประกอบการของบประมาณอย่างละเอียด โดยตรวจสอบทุกโครงการ ทั้งวงเงิน ผลการเบิกจ่าย ความซ้ำซ้อน ต้นทุนต่อหน่วย ตัวชี้วัด และผลลัพธ์ที่ประชาชนควรได้รับ พร้อมระบุว่า ทุกข้อเสนอของหน่วยงานควรมีข้อมูลประกอบอย่างครบถ้วน ทั้งชื่อโครงการ วงเงิน เหตุผลและความจำเป็น เอกสารอ้างอิง รายละเอียด TOR ใบเสนอราคา และคำชี้แจงต่อข้อซักถามของคณะกรรมาธิการ แต่ในหลายกรณีกลับไม่ได้รับคำตอบ และไม่มีเอกสารประกอบเพียงพอสำหรับการพิจารณา

นายภัณฑิล ยกตัวอย่างหน่วยงานที่ถูกตั้งข้อสังเกต อาทิ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) โดยระบุว่า ที่ผ่านมามีข้อถกเถียงถึงความจำเป็นในการคงอยู่ของหน่วยงาน เนื่องจากภารกิจหลายด้านอาจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การปฏิรูปกฎหมาย หรือการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีหน่วยงานหลักรับผิดชอบอยู่แล้ว พร้อมเสนอให้ทบทวนหรือตัดลดโครงการที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็น โดยระบุว่าในอดีต การตัดงบประมาณบางครั้งเป็นเพียงการปรับลดเล็กน้อยโดยไม่แตะสาระสำคัญของโครงการ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่ใช้งบประมาณตั้งแต่หลักสิบล้านถึงหลายร้อยล้านบาทต่อโครงการ โดยส่วนหนึ่งเป็นการจัดกิจกรรม นิทรรศการ การสำรวจข้อมูล และการอบรมผู้บริหาร ซึ่งมองว่าอาจมีลักษณะซ้ำซ้อนหรือไม่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน พร้อมย้ำว่า หลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาคือ หากโครงการใดดำเนินการแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงาน ก็ควรพิจารณาทบทวนความจำเป็นของการใช้งบประมาณ เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐเกิดประโยชน์สูงสุดและตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีว่า กระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการบางชุดยังขาดความเข้มข้น และเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางตรวจสอบงบประมาณ เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภาษีมีความคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกันนี้ขอเสนอให้เปิดเผยผลการปรับลดงบประมาณของคณะอนุกรรมาธิการแต่ละชุด เปรียบเทียบกับปีก่อนและระหว่างคณะต่าง ๆ รวมถึงถ่ายทอดสดการประชุม เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการทำงานได้อย่างโปร่งใส.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน. จี้ 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ตั้งเงื่อนไขทำ 'อีไอเอ' โครงการใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์

'กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ' เรียกร้อง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' เร่งกำหนดทำอีไอเอให้ชัด ขนาดใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์ ก่อนมีบริษัทปล่อยผีฉวยโอกาสช่วงสูญญากาศ หวั่น กระทบคนพื้นที่

'ทั่นโรม' จี้คุ้ยเส้นทางการเงินเครือข่ายสแกมเมอร์หลังพ่อมะกันขึ้นบัญชีดำ!

'โรม' จี้รัฐบาลเร่งสอบสาวไส้เส้นทางการเงิน -คดีความเครือข่ายแสกมเมอร์ในไทย หลัง 'วรภัค' จ่อถูกแบล็กลิสต์มะกัน – หวั่นกระทบภาพลักษณ์-ความน่าเชื่อถือประเทศไทย

มีแต่พระเอก! โรมซัดอย่าโยงพรรคในคดีฮั้วเพราะไม่มีใครนิยามตัวเองเป็น สว.ส้ม

'โรม' อัดยับวาทกรรมตีตรา ชี้ไม่มี สว.คนไหนนิยามตัวเองเป็น 'สว.สีส้ม' ซัดเป็นพฤติกรรมเบี่ยงประเด็นหวังลากคนอื่นเข้าคลองในลักษณะ 'ถ้าผมชั่ว คุณก็ต้องชั่วเหมือนผม'

'รังสิมันต์' ฉุน 'ไชยชนก' เบี้ยวแจง กมธ.รอบที่ 6

'โรม' ฉุน 'ไชยชนก' เบี้ยวแจงปมสินบน 40 ล้าน-ส่งตัวแทนเป็นครั้งที่ 6 ถามเข้าใจปัญหาจริงหรือไม่ หรือยกเมฆมาพูดลอยๆ ลั่นถ้าไม่มีหลักฐานเท่ากับโกหกกลางสภา

ปชน. สับ กกต. ใช้กระดาษแผ่นเดียวล้างหลักฐาน 'ฮั้ว สว.' สาวไม่ถึงภูมิใจไทย

"พนิดา" ถาม กกต. ใช้มาตรฐานอะไร พยานกลับคำให้การด้วยกระดาษแผ่นเดียว แต่ล้างทุกหลักฐาน เส้นเงิน–ข้อมูลโทร–โพย ซัด ทำเกินอำนาจ เพราะเป็นหน้าที่ศาล จี้เปิดเอกสารชี้แจงมติเสียงข้างมาก เหตุไม่ฟันคนภูมิใจไทย