ครม.อนุมัติงบกลาง 1.8 ล้าน ให้ ปปท.สอบจำนำข้าว-คดีสำคัญใกล้หมดอายุความ

แฟ้มภาพ
 
26 ก.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้มีมติอนุมัติตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอขอความเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1.8 ล้านบาท ในลักษณะเงินราชการลับ เพื่อใช้ในภารกิจการตรวจสอบคดีรับจำนำข้าวและคดีสำคัญใกล้ครบกำหนดอายุความ
 
สำนักงาน ป.ป.ท.รายงานว่า ในปีงบประมาณ 2565 ได้รับเงินราชการลับแล้ว 10 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในภารกิจต่างๆ ที่ปิดลับ ซึ่งการดำเนินภารกิจตามแผนงานของสำนักงาน ป.ป.ท. มีความจำเป็นต้องปฏิบัติภารกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะพิเศษเกี่ยวกับการประสานงานด้านการข่าวทั้งภายในและภายนอกประเทศในการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ทุจริตในระดับยุทธศาสตร์ให้ได้รับข้อมูลข่าวสาร และแนวโน้มของสถานการณ์ที่มีความแม่นยำ เที่ยงตรง และทันต่อเวลา
 
ป.ป.ท.รายงานด้วยว่า ยังได้รับมอบหมายตามนโยบายรัฐบาลประกอบกับทุกภาคส่วนในสังคมตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามทุจริต ส่งผลให้จำนวนเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐว่ากระทำการทุจริตเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาข้อมูลในเชิงลึกในลักษณะปิดลับ อันไม่สามารถใช้งบประมาณปกติในการดำเนินการได้ และงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ จึงจำเป็นจะต้องเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติงบประมาณเงินราชการลับเพิ่มเติม
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯคนใหม่ กล้าปราบโกง ไม่ติดหล่ม 'ครม.มรดกการเมือง'

คนขอนแก่นอยากเห็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เด็ดขาด-ชัดเจน กล้าปราบคอรัปชั่นและเร่งแก้ปัญหาปากท้อง ขณะที่ ครม.ชุดใหม่ อยากเห็นคนทำงานมากกว่าโควตาพรรค

ครม. ถกชงงานช่วงรักษาการ หวั่นขัด ม.169 ส่งกฤษฎีกาหาทางออก

รัฐมนตรีหลายกระทรวงตั้งคำถาม ชงเรื่องใดได้บ้างในช่วงรัฐบาลรักษาการ หลังไม่ชัดเจนเข้าข่ายผูกพันรัฐบาลหน้า “บวรศักดิ์” ชี้ไม่มีใครตอบได้ มอบกฤษฎีกา-สลค. วางแนวปฏิบัติ

'อดีต สว.' ปลุกต้านโกงเลือกตั้ง หวั่นทุ่มซื้อเสียงถอนทุนคืน

นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากเรายึดถือ "ความสุจริตเที่ยงธรรม" เป็นที่ตั้งเหนือสิ่งอื่นใด