
'พิธา' ยันจุดยืนก้าวไกล เอาสูตรหาปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 ลั่นพร้อมสู้ทุกกติกา ปัดวิจารณ์พรรคใหม่นั่งร้านรัฐบาลขอโฟกัสแค่พรรคตัวเอง
04 ส.ค.2565 ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาองค์ประชุมไม่ครบในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ในมุมมองประชาชนคงอยากเห็นการทำงานของสภาฯในปีสุดท้ายได้ผ่านกฎหมายและวาระสำคัญ ซึ่งพรรคพยายามทำหน้าที่ให้เต็มที่ แม้บางคนอาจจะติดงานในพื้นที่ หรือมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่ยืนยันว่าพรรค ก.ก. ทำงานเต็มที่ในส่วนของกฎหมายต่างๆ ทั้งนี้หากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ หากผ่านไปได้และไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งร่างของ กกต. กำหนดเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยการหารด้วย 100 ก็คงต้องตีความเช่นนั้น เพราะถ้าหารด้วย 500 ก็คงมีปัญหา เกิดความยุ่งยากพอสมควร ดังนั้นควรให้ผ่านรัฐสภาไปได้เพื่อที่กระบวนการจะได้ไปถึง กกต.
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการยื้อเวลาหรือไม่เพื่อไม่ให้ทันตามกรอบเวลา 180 วัน นายพิธา กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะคิดว่าทุกคนเข้าใจเรื่องกรอบเวลา แต่เหตุที่องค์ประชุมล่มอาจ เพราะหลายคนติดธุระข้างนอก หรือคิดประชุม กมธ.คณะต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าวิปทั้งสองฝ่ายจะหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้กระบวนการผ่านไปได้ด้วยดี สำหรับจุดยืนของพรรค ก.ก. ยืนยันว่าเห็นด้วยกับการหาร 100 เพราะตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ พรรคก.ก. อยากแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เมื่อถูกลดทอนเหลือแค่เรื่องการคำนวณ ส.ส. เราก็เสนอสูตร MMP แต่เมื่อถึงวันนี้ก็ไม่ใช่ทั้งสองแบบ แต่เป็นการหาร 100
เมื่อถามว่า พรรค ก.ก. พร้อมร่วมกติกาใหม่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า คงไม่ได้แบบที่ใจต้องการทุกอย่าง การเมืองเป็นเรื่องของการช่วยกันคิดช่วยกันทำ ไม่มีใครสามารถชนะทั้งกระดานได้ ฉะนั้นไม่ว่าจะออกมารูปแบบไหน พรรค ก.ก. ต้องปรับตัว แม้เราควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่เราควบคุมปัจจัยภายในของเราได้ จุดหนึ่งของพรรค ก.ก. คือต้องการให้มี ส.ส.เขตมากขึ้นและมีให้ครบทุกภูมิภาค ส่วนเรื่องจำนวนว่าจะได้ ส.ส.กี่คนคงไม่ใช่ประเด็นหลักของพรรค
เมื่อถามถึงการลงมติวาระ 3 ของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ.. นายพิธากล่าวว่า คงลงมติให้สอดคล้องกับอดีตที่ผ่านมากับจุดยืนที่ได้พูดไป ไม่มีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแน่นอน
ถามว่า กังวลหรือไม่ที่มีการเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่เพิ่มขึ้นหลายพรรค นายพิธา กล่าวว่า รู้สึกยินดี เพราะพรรคการเมืองยิ่งเยอะยิ่งดี แต่ขอให้แข่งขันกันโดยใช้นโยบายและประชาชนเป็นที่ตั้ง และสู้กันอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย
ถามต่อว่า หลายพรรคถูกมองเป็นนั่งร้านของรัฐบาล นายพิธา กล่าวว่า ขอโฟกัสแค่พรรค ก.ก. ไม่ขอวิจารณ์พรรคอื่น
ถามต่อว่า พรรคใหญ่มีการแตกเป็นพรรคย่อย ในส่วนของพรรค ก.ก. มีพรรคที่เป็นพันธมิตรหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่าเรื่องของพรรคพันธมิตรในโครงสร้างพรรคเราไม่มี แต่เรื่องนโยบาย การต่อต้านการสืบทอดอำนาจ การปฏิรูปเศรษฐกิจก็มีหลายพรรค ทั้งพรรคที่อยู่ในสภา และพรรคที่ไม่ได้อยู่ในสภา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.แจงยิบคลิปเลือก สว. ยันพกโพยเข้าคูหาไม่ผิดกฎหมาย
กกต.ออกเอกสารชี้แจง 3 ประเด็นร้อน หลังคลิปวันเลือก สว. ระดับประเทศถูกเผยแพร่ ยกคำพิพากษาศาลยืนยันการนำโพยรายชื่อเข้าคูหาไม่ขัดกฎหมาย
'แสวง' ยังไม่ได้รับรายงานซื้อเสียง 'เลือกตั้ง กทม.' ใครมีหลักฐานให้ส่ง กกต.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มกรุงเทพฯบินได้ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ยื่นขอให้กกต.ขอให้ไม่ให้ข้าราชการสังกัดกทม.มาทำหน้าที่เป็น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง( กปน. ) โดยอ้างไม่มีความเป็นกลาง
'แสวง' ขู่ใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หลังฝ่ายค้านเปิดคลิป กกต.เก็บโพยเลือก สว.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. พี่ฝ่ายค้านมีการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูล หลังเปิดการเก็บโพยในวันเลือกระดับประเทศว่า การพิจารณาสำนวนเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. สิ่งที่อยู่ในสำนวนจะไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จ ตนตอบได้เพียงเท่านี้
'ทนายอั๋น' ฟุ้งแฉคลิปเด็ด! ซีรีส์จัดโพยคดีฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' บุกร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เบรก 3 กกต. ทำคดีฮั้ว สว. ขู่แฉคลิปเด็ดซีรีส์จัดโพย-ฮึ่มหากตัดตอนฟ้อง พร้อมลุยคดีเขากระโดงต่อ
กกต.โต้ดึงเช็ง คดีฮั้วเลือกสว. ส้มไล่บี้ปธ.วุฒิ
"ประธาน กกต." ยันไม่ดึงคดี ขณะ “แสวง” เมินตอบปมโพยเลือก สว. ด้าน “ไอติม” จี้เคลียร์ข้อสงสัยสังคม “สว.สีน้ำเงิน”
ครม. จัดงบให้ กกต. เพิ่ม 14.8 ล้านบาท จ่ายค่าจัดพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปเลือกตั้ง-ลงประชามติ
ครม.อนุมัติให้ กกต. สนับสนุนงบกลาง (เพิ่มเติม) ให้สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง จำนวน 14,863,864 บาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนการจัดพิมพ์รายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติที่ผ่านมา

