'น้องแรมโบ้' ฉะ 'บิ๊กเพื่อไทย' พ่นหยาบ จี้สงบปากรอศาลคลี่ปม 8 ปีนายกฯ

น้องแรมโบ้ 'ชนะศักดิ์' โต้ 'ภูมิธรรม' เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีอย่าหยาบคาย และอย่าตัดสินเองนายกฯอยู่ครบ 8 ปีหรือไม่ รอศาลพิจารณาก่อนนายกฯไม่ขัดข้องหากผลออกมาอย่างไร แนะเอาเวลาไปเตรียมตัวทำการเลือกตั้งปีหน้าดีกว่า

16 ส.ค.2565 - นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความการที่นายกฯประกาศ จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ ทั้งๆที่พ้นตำแหน่งเพราะอยู่มาถึง 8 ปีแล้ว เรียกว่า “ใจกล้า หน้าด้าน” โดยนายชนะศักดิ์ โต้กลับนายภูมิธรรมว่าอย่าไปตีความเอาเองว่านายกฯประยุทธ์จะพ้นจากตำแหน่งในช่วงเวลาใด และออกมาด่านายกฯหยาบคายว่าใจกล้า หน้าด้าน เพราะไม่ใช่ลักษณะของคนที่เป็นผู้ใหญ่ คนที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี ปากแบบนี้ทำตัวไม่เหมาะสมเป็นผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย

นายชนะศักดิ์ กล่าวว่าการที่นายกฯจะอยู่ครบ 8 ปีหรือไม่นั้นก็ขอให้รอศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างนายภูมิธรรม ไม่ต้องรีบออกมาวิพากษ์วิจารณ์ให้นายกฯเสียหาย ประชาชนเข้าใจผิด เพราะอย่างไรนายกฯก็ออกมายืนยันแล้วว่าพร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาล

“เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยจะไปยื่นตีความการดำรงตำแหน่งของนายกฯ แต่ก็ควรที่จะรอให้ถึงขั้นตอนการพิจรณาของศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร นายภูมิธรรม และสมาชิกพรรคเพื่อไทย อย่าตีความเอาเอง และในขณะนี้ก็ไม่ควรออกมาแสดงความคิดเห็น หรือจะตีกินให้นายกฯลาออกจากตำแหน่ง

ขอยืนยันว่านายกฯเข้ามาทำหน้าที่ถูกต้องตามกติกา ไม่ลาออกก่อนอย่างแน่นอน และจะอยู่ทำงานช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนให้ถึงที่สุด อยากแนะนายภูมิธรรมที่เป็นผู้ใหญ่ของพรรคเอาเวลาไปจัดการพรรคตัวเองให้เรียบร้อย รอการเลือกตั้งปีหน้าจะง่ายกว่ามาเรียกร้องให้นายกฯลาออก

อย่าทำตัวเห่าหอนเป็นสมุนในคอก เอาใจเจ้าของคอกมากจนเกินไป กลัวไม่ได้รับโบนัสจากเจ้าของคอกหรืออย่างไร จึงกล้าปากจัดออกมาด่าว่านายกฯหยาบคายเสียหายเช่นนั้น" นายชนะศักดิ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟันธง! ศึกชิง 50 สก. ได้สภา กทม. 4 สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง'

นักวิชาการคาด ศึกชิง สก. 50 ที่นั่ง ได้สภากทม.สี่สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง' มองพวกแอบอ้างโหนชัชชาติจบแล้ว ชี้คนกรุงฉลาด เลือกผู้ว่าฯ เมืองหลวง ต่างจากสนามการเมืองระดับชาติ

สถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่นภายใต้รัฐธรรมนูญเมจิกับอิทธิพลที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญของราชวงศ์ชิง กับการสถาปนาระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญในแมนจูกัว (ตอนที่ 2)

สิ่งที่น่าสนใจของการปฏิรูปเมจิในปี ค.ศ. 1868 ที่นำพาให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ คือ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการช่วงชิงอำนาจมาจากสถาบันจักรพรรดิ หากแต่เป็นการ “ถวายคืนพระราช