
'พริษฐ์'ชี้จัดงบ 66 กระจุกตัว ไม่เป็นธรรมพบมีแต่ลงพื้นที่ 'ภท.-ปชป.'พรึ่บ 'ศิริกัญญา' ขอปรับลดงบ 5 หมื่นล้านบาท ห่วงหนี้อุ้มกองทุนน้ำมัน-กองทุนวินาศภัย
17 ส.ค.2565 – ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 วาระสอง ในมาตรา 4 ว่าด้วยยอดรวมวงเงินงบประมาณรายจ่าย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.)เสียงข้างน้อย สัดส่วนพรรคก้าวไกล สงวนความเห็นว่า ปัญหาใหญ่ของประเทศวันนี้ไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่ปัญหาคือการใช้งบประมาณผิดจุด ไม่ตอบโจทย์ ไม่จำเป็น และไม่เป็นธรรม ได้ข้อสรุปว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากการตั้งงบประมาณที่ไม่คำนึงถึงภาพกว้าง ภาพใหญ่ ภาพไกล และภาพรวม
นายพริษฐ์ กล่าวว่า งบประมาณครั้งนี้จัดสรรงบไม่มองภาพกว้างของคนทั้งประเทศ เพื่อพยายามกระจายงบประมาณและโครงการต่างๆ ไปสู่ทุกจังหวัดอย่างเป็นธรรม เช่น โครงการซ่อมถนน และโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำ ที่งบรวมกันเกินกว่า 50%ของงบลงทุน จะเห็นว่างบประมาณกระจุกตัวอยู่ที่บางจังหวัดอย่างชัดเจน สำหรับโครงการซ่อมถนนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท 7 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงสุด รวมกันแล้วได้งบประมาณสูงถึง 25%ของงบทั้งประเทศ ส่วนงบปรับปรุงแหล่งน้ำของกรมชลประทาน 7 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ สูงถึง 36% ของงบทั้งประเทศ
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่ากังวล เราไม่แน่ใจว่าจังหวัดที่ได้รับงบสูงสุดสำหรับซ่อมถนนหรือปรับปรุงแหล่งน้ำเป็นจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องถนนและแหล่งน้ำมากกว่าจังหวัดอื่นจริงหรือไม่ เมื่อไปดูงบซ่อมถนนจะเห็นว่าแม้พรรคต้นสังกัดของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะมี ส.ส.เขต เป็น 34% ของทุกจังหวัดทั่วประเทศ ถ้าดูงบ 7 จังหวัดที่ได้รับงบสูงสุดจะเห็นว่าพรรคนี้มีส.ส.เขตใน 7 จังหวัด หรือคิดเป็น 100%
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนงบปรับปรุงแหล่งน้ำ แม้พรรคต้นสังกัดของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีส.ส.เขต 21% ของทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่ถ้าเราดู 7 จังหวัดที่ได้รับงบสุงสุดจะเห็นว่าพรรคนี้มีส.ส.เขต 3 จาก 7 จังหวัด หรือคิดเป็น 43%
“ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร และคิดว่าคำถามที่ประชาชนทั่วประเทศอดสงสัยไม่ได้ คือ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของทุกคนอย่างเป็นธรรม หรือจัดอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของตัวเอง” นายพริษฐ์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปราย ว่า การประมาณการรายได้มีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้น และมีโอกาสที่จะลดลงเช่นเดียวกัน ปัจจัยที่เป็นบวกต่อรายได้รัฐเช่นราคาน้ำมันดิบ อาจจะกระทบกับปัญหาค่าครองชีพของประชาชน แต่เป็นบวกสำหรับรายได้ภาครัฐ เพราะรัฐสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มจากน้ำมัน จากรายได้สัมปทานปิโตรเลียมโดยที่รวมกับอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนลง ทำให้ราคาน้ำมันเมื่อคิดเป็นเงินบาทยิ่งแพงขึ้นไปอีก น่าจะทำให้กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นราว 8 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจัยด้านลบก็มีคือจีดีพีที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าที่วางแผนไว้ตั้งแต่ตอนต้นปี 2565 หรือเศรษฐกิจโลกที่อาจจะชะลอตัว เมื่อเกิดเงินเฟ้อขึ้นทั่วโลก รวมถึงมาตรการการลดภาษีสรรพสามิตอีก 5 บาทต่อลิตรที่ไม่รู้จะจบลงเมื่อไหร่ ตรงนี้จะทำให้รายได้รัฐในอนาคตอาจจะลดลง 1.3 แสนล้านบาท
“นี่คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการประมาณการรายได้ ที่ไม่สามารถตอบสนองกับเศรษฐกิจที่ผันผวน ยังมีความท้าทายตรงหน้า คือหนี้ตามมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่ไม่ใช่หนี้สาธารณะ แต่เสมือนกับการให้บัตรเครดิต กับนายกรัฐมนตรีที่จะสามารถรูดได้ ซึ่งตอนนี้นายกฯ รูดได้ใกล้เต็มวงเงินแล้ว ซึ่งวงเงินของปี 66 อยู่ที่ประมาณ 1.11 ล้านล้านบาท แต่ใช้ไปแล้ว 1.07 ล้านล้านบาท ดังนั้นยังจะสามารถกู้ได้เพิ่มจากหน่วยงานรัฐอื่นๆ เช่นรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็เหลืออยู่น้อยเต็มที หากคิดจากการจะใช้หนี้คืนในปีนี้ ก็เหลือเงินที่จะกู้ใหม่เพียงแค่ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งเพียงพอหรือไม่ กับการที่จะทำโครงการประกันรายได้ และมาตรการคู่ขนานต่อเนื่อง เพราะปีที่แล้วใช้เงินมากขึ้น 1.4 แสนล้านบาท ตรงนี้ยังคงเป็นปัญหาอยู่”น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ล่าสุดมติ ครม.ให้กองทุนน้ำมัน ออกร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ ของกองทุนน้ำมันในวงเงินสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท และยังบอกว่าจะอนุมัติงบกลางอีก 5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้บริหารจัดการระหว่างที่รอ พ.ร.ก. ซึ่งงบกลางปี 2565 อนุมัติไว้ 8.9 หมื่นล้านบาท มีการอนุมัติให้ใช้จ่ายไปแล้ว 5.9 หมื่นล้านบาท และมีภาระที่ต้องชดเชยงบบุคลากรที่ตั้งไว้ไม่เพียงพออีกราว 2.3 หมื่นล้านบาท จึงขอถามว่า 5 หมื่นล้านบาทนั้นจะหามาจากไหน ถ้าไม่ใช่จาก งบฯปี 66 รวมถึงยอดหนี้กองทุนวินาศภัย ตอนนี้พุ่งไปแล้ว 10 เท่าของเงินกองทุน ซึ่งเงินกองทุนมีอยู่เพียงแค่ 5,600 ล้านบาท แต่ยอดหนี้จากเจ้าหนี้กว่า 7 แสนราย รวมแล้ว 65,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนวินาศภัยไม่สามารถที่จะใช้หนี้ได้ ก็จำเป็นที่จะต้องกู้เพิ่ม และยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินมาจากไหน ถ้าสุดท้ายใช้ไม้ตายเดียวกับกองทุนน้ำมัน คือให้กระทรวงการคลังเป็นคนค้ำประกันอีก สุดท้ายทั้งหนี้กองทุนน้ำมันและหนี้กองทุนวินาศภัยก็ตกเป็นหนี้สาธารณะ ซึ่งจะกลายเป็นภาระงบประมาณเช่นเดียวกัน ดังนั้นขอปรับลดงบที่มีความซ้ำซ้อน และกระจุกตัวลงอีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท แต่ไม่ให้เอาเข้างบกลาง แต่ให้ออก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี เพื่อรอรับค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น และความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชวน-มาร์ค' นำทัพ ปชป. สักการะพระแม่ธรณี ดัน 'อนุชา' โค้งสุดท้ายชิงผู้ว่าฯกทม.
พรรคประชาธิปัตย์นำโดย “ชวน-อภิสิทธิ์” พร้อมแกนนำพรรค ร่วมสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายการหาเสียง สนับสนุนผู้สมัครผู้ว่าฯ กท
ปชป. ซัด 'ไอโอ' ถล่มเพจ 'นายหัวชวน' หลังพูดคอร์รัปชันจี้ใจดำ
ปชป. ทนไม่ไหว 'ไอโอ' บุกถล่มเพจ 'อดีตนายกฯชวน' หลังพูดเรื่องคอร์รัปชันระหว่างหาเสียงช่วย 'อนุชา' ชิงผู้ว่าฯกทม.
'อภิสิทธิ์' ผิดหวังรัฐบาลโอนงบแค่หมื่นล้านจากเป้าแสนล้าน ไม่ช่วยแก้วิกฤต ซัดใช้เงินกู้หวังผลทางการเมือง
"อภิสิทธิ์" ร่ายยาว พ.ร.บ.โอนงบ แม้สนับสนุนแต่ผิดหวังอย่างยิ่ง ซัดรัฐบาลไม่พร้อมบริหาร สงสัยโอนงบหวังผลการเมืองในอนาคตหรือไม่ ชี้จากเงินแสนล้านสุดท้ายเหลือหมื่นล้าน บอกห่วง “เอกนิติ” ที่การเมืองส่งของไปอยู่บนบ่าหลายอย่าง แต่ห่วงประเทศมากกว่า
'กรณ์' จวกออก พ.ร.บ.โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของ!
'กรณ์' ซัดรัฐบาล ออก พ.ร.บ. โอนงบเหมือนเด็กมาเล่นขายของมากกว่าบริหารการคลัง ชี้เหมือนเป็ดง่อยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ทำเพราะแก้เขิน-แก้ต่าง ว่ารัฐใช้ทุกเครื่องมือแก้ปัญหาประเทศ
'ศิริกัญญา' ประเดิมซัดโอนงบแก้วิกฤตตัวเองไม่จัดลำดับความสำคัญ!
'ศิริกัญญา' ซัด 'รัฐบาล' โอนงบแก้วิกฤตตัวเอง สะท้อนสถานะการคลังชักหน้าไม่ถึงหลัง-ใช้จ่ายเกินตัว ฉะอ้างจะนำเงินไปรองรับภัยพิบัติ แต่ตัดงบแผนบริหารจัดการน้ำ ถามจัดลำดับความสำคัญหรือไม่
'ไอซ์' บอกงานเยอะ! ไม่ขออภิปราย พ.ร.บ.โอนงบ-งบประมาณปี 2570
'ไอซ์' ดับฝันสาวกส้ม เผยรอบนี้ไม่ได้อภิปราย 'ร่างโอนงบ-งบ70' เหตุงานเยอะ เปิดทางให้หน้าใหม่ ยัน 'ไหม' ยังคุมเนื้อหาเข้มข้นเหมือนเดิม

