'บิ๊กตู่' ให้ 'พล.ต.วิระ' ไปฟังคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ

ทีมกฎหมายนายกฯ เผย 'บิ๊กตู่' มอบอำนาจ 'พล.ต.วิระ โรจนวาศ' ไปฟังคำตัดสินแทน คาดสุดท้ายการนับจุดเริ่มต้นมีออกแค่ 3 ทาง ปี 2557- 2560- 2562

14 ก.ย.2565 - แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมในวันที่ 14 ก.ย.นี้ เพื่อพิจารณาคำร้องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบวาระ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากสภาผู้แทนราษฎรส่งบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ศาลพิจารณาเพิ่มเติมนั้น เชื่อว่า ในวันนี้ศาลคงยังไม่มีคำพิพากษา แต่จะเป็นการหารือตามกระบวนการ ว่าหลักฐานที่ได้มาเพียงพอหรือยัง เมื่อตุลาการทั้ง 9 คน ได้รับเอกสารชี้แจงจากผู้ถูกร้องแล้ว จะมีความเห็นอย่างไร และเอกสารเพียงพอหรือยัง หากเอกสารครบหมดแล้ว ก็ต้องพิจารณาว่าพร้อมจะพิจารณาได้หรือยัง แต่ถ้าศาลอยากจะได้อะไรเพิ่มก็จะเสนอมา ซึ่งประธานก็คงจะเรียก หากเอกสารพร้อมเรียบร้อย ก็คงถามว่าตุลาการพร้อมที่จะทำความเห็นส่วนตัวเมื่อไหร่ หรือจะต้องประชุมอีกกี่งวด ก่อนจะทำความเห็นกลาง และจะนัดพิจารณาและมีคำพิพากษาได้เมื่อไหร่อีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ก่อนจะนัดฟังคำพิพากษา ศาลต้องมีหนังสือไปถึงคู่ความ คือผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ให้มาฟัง แต่ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือมา หากศาลมีหนังสือมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบอำนาจให้ พล.ต.วิระ โรจนวาศ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะทีมกฎหมายให้เป็นผู้ไปฟังแทน โดยนายกฯไม่จำเป็นต้องไปเอง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนที่มีข้อเสนอให้ กรธ.ส่งคำชี้แจงถึงศาลเพิ่มเติมนั้น ทีมกฎหมายยังไม่ทราบ แต่เวลานี้ศาลไม่ได้ส่งคำถามอะไรมาเพิ่มเติม มีเพียงเอกสารจากฝ่ายผู้ร้องที่เป็นความเห็นของนักวิชาการ 30-40 คน ที่ศาลส่งมาให้ผู้ถูกร้องรับทราบเท่านั้นโดยไม่ให้ชี้แจงอะไรเพิ่ม ดังนั้นคำชี้แจงในส่วนของนายกฯถือว่าจบแล้ว รอเพียงศาลนัดฟังคำวินิจฉัยเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นที่เพิ่มเติมเข้ามาในตอนหลัง ศาลก็รับไว้และแจ้งให้คู่ความทราบเท่า และเท่าที่ทีมกฎหมายดูความเห็นจากนักวิชาการ ก็มี 3 ทาง ในการพิจารณาตามที่เป็นข่าวออกไป คือ นับการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2557 ปี 2560 หรือปี 2562 คงเป็นในทางใดทางหนึ่ง และศาลก็คงพิจารณาไปตามนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูจากขั้นตอนกระบวนการ และเอกสารทั้งหมด ประเมินได้หรือไม่ว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยในเดือนก.ย.นี้ แหล่งข่าว กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและเริ่มต้นมาตั้งแต่ 24 ส.ค. ต่อมาเมื่อศาลสั่งให้นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็คงต้องรีบทำ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินจะขาดผู้นำไม่ได้ ส่วนจะมีคำวินิจฉัยภายในเดือนนี้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตุลาการทั้ง 9 คนว่ามีความพร้อมหรือยัง เพราะต้องทำความเห็นส่วนตนและความเห็นกลางก่อนที่จะมีคำพิพากษา โดยทีมกฎหมายของนายกฯ คาดหวังว่าจะเสร็จในเดือน ก.ย.นี้ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการข้างต้น ส่วนผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ฟังและเคารพในดุลพินิจของศาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต

ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ

ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้