แฟ้มภาพ
11 พ.ย.2564 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมพูดคุยแสดงความคิดเห็นในไลฟ์สดของเฟซบุ๊กเพจ WorkpointTODAY เมื่อวานนี้ภายหลัง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการกระทำ ของนายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองวราษฎร ที่ปราศรัยเมื่อวัน 10 ส.ค. 2563 เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพมุ่งล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
โดยนายปิยบุตร กล่าวช่วงหนึ่งว่า...คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นที่สุด และมีผูกพันกับทุกองค์กร แต่คำวินิจฉัยของศาลฯ จะต้องชอบด้วยรัฐธรรมนูญด้วย เพราะถ้าคำวินิจฉัยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต่อไปศาลรัฐธรรมนูญเขียนให้หมูเป็นหมา หมาเป็นแมว แมวเป็นไก่ เขียนให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก แล้วตกตรงทิศตะวันออกก็ได้ แล้วก็เขียนอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ไปหมดเลย แต่ก็มีผลกับทุกองค์กรอย่างนั้นหรือ
นายปิยบุตร กล่าวว่า ตรงที่มีปัญหาคือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ระบุว่าให้เลิกการกระทำ แต่คำวินิจฉัยดังกล่าวกลับสั่งเกิน แล้วไม่เคลียร์ที่ว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องคือใคร ในอนาคตคือชั่วกัปชั่วกัลป์หรือเปล่า ชาติหน้าด้วยไหมหรืออย่างไรแต่ถ้าหากคำวินิจฉัยมีผลผูกพัน จะผูกพันเฉพาะตัวผลคำวินิจฉัย และก็เหตุผลประกอบในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
ยกตัวอย่างเช่น พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ สิ่งที่ผูกพันทุกองค์กรคือ “ต่อไปนี้ทุกองค์กรในประเทศนี้ จงรู้กันว่า พรรคอนาคตใหม่ หายไปแล้ว” กกต.ก็ถือปฏิบัติอย่างนี้ สภาก็ถือปฏิบัติอย่างนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเอาเหตุผล สิ่งที่ศาลพรรณนาอยู่ในคำวินิจฉัย เอาไปผูกพันหมด
ปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะหลัง เวลาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะมีพวกพลพรรคนักร้อง ชอบเอาคำวินิจฉัยไปเล่นแร่แปรธาตุต่อ คือตัวเองร้องแล้ว หาเหลี่ยม แล้วเอาไปร้องต่อ พูดยังไม่ทันขาดคำ คุณณฐพร โตประยูร บอกเลยว่าจะไปร้องยุบพรรคก้าวไกลต่อ คุณไพบูลย์ นิติตะวัน บอกส.ส.ที่ให้การสนับสนุนการชุมนุม ให้ระวังตัวเอาไว้ให้ดี
"วันนี้ฟังคำวินิจฉัยแล้ว ผมเจ็บปวดกว่าตอนยุบพรรคอนาคตใหม่อีก ยุบพรรคผมยังเฉย ๆ นะ ก็อาจจะเสียใจบ้าง แต่เรื่องนี้เจ็บปวดกว่า มันหมายความว่า นี่คือการปิดประตูการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วใช่ไหม ต่อไปประเทศนี้จะเอาอย่างไร" อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า วันนี้ตนนั่งฟังเป็นชั่วโมง มีหลายท่อน หลายตอน ที่ศาลรัฐธรรมนูญพูดว่า ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ ต่อเนื่องยาวนาน ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนคนไทย และอื่น ๆ
และมีอยู่ช่วงหนึ่ง ระบุว่า พระมหากษัตริย์จะต้องดำรงอยู่ตลอดกาล ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงมันจะเกิดขึ้นได้ มันไม่ได้เกิดจากศาลรัฐธรรมนูญบอกหรือเขียนลงไปในคำวินิจฉัย แต่มันจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ผลที่ออกมา ไม่รู้ว่าเป็นการปิดประตูการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วหรือยัง.....
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตบิ๊ก ศรภ. เทียบเลือกตั้ง 49-69 อย่าหวังโมฆะ!
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ชี้เหตุศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลือกตั้ง 2 เม.ย
'ไอลอว์' เศร้า! ผลเลือกตั้งแบบนี้ ยากที่ 'อานนท์' จะได้อิสรภาพ
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ คือผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ
ดร.ณัฏฐ์ คลี่ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ไม่กระทบการใช้สิทธิลงคะแนนโดยตรงและลับ
สืบเนื่องจากนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นความลับ ทำให้ประชาชนสับสนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะหรือไม่นั้น
ชัดๆ ‘บวรศักดิ์’ โต้กูรูปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง-เพิกถอนการเลือกตั้ง
‘บวรศักดิ์ อุวรรณโณ’ ยกหลักกาลามสูตร ชี้การเลือกตั้งโดยลับคือคุ้มครองเสรีภาพผู้ใช้สิทธิ ไม่ใช่ “ลับทั้งโลก” ยกตัวอย่างต่างประเทศใช้ QR Code และบาร์โค้ด พร้อมย้ำเหตุเพิกถอนเลือกตั้งต้องไม่สุจริตและเที่ยงธรรมทั้งระบบ ไม่ใช่เพราะมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
‘สุรเดช’ ตั้งข้อสังเกตบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เสี่ยงผิดกฎหมาย
'สุรเดช' ห่วงกรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เสี่ยงผิดกฎหมายฐานละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ทำเลือกตั้งโมฆะ เชื่อสุดท้ายจบที่ศาลรธน. ชี้หากวินิจฉัยว่าผิด ต้องเลือกตั้งใหม่ ส่วนกกต.ต้องรับโทษตามมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่
เลือกตั้ง 2549 กับ 2569 ความต่างที่มากกว่าคำว่า 'ลับ'
ประเด็นบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ยังถูกถกเถียงต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง ข้อถกเถียงไม่ได้หยุดอยู่ที่รูปแบบบัตร แต่ขยายไปสู่คำถามว่าหากการออกเสียงไม่เป็นไปตามหลักการ “ออก

