“หมอระวี” เผย ไม่ติดใจ ศาลรธน. ไม่ขอคำชี้แจงเพิ่ม มั่นใจ ปัญหากม.ลูกเลือกตั้งส.ส. ไม่ทำให้เกิดสุญญากาศการเมือง หากยุบสภาก่อน ด้าน “หมอสุกิจ” ยันสภาฯเร่งทำข้อมูลส่งศาลฯทัน 10 ต.ค.
5 ต.ค.2565 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะผู้นำยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบของร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา กล่าวว่า จากการสอบถามไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ พบว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ร้องขอรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้ร้อง เพราะมีเพียงการร้องขอเอกสารการประชุมที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เท่านั้น ดังนั้นตนจึงไม่ต้องทำคำชี้แจงใดๆ เพิ่มเติมให้ศาลรัฐธรรมนูญ
เบื้องต้นเชื่อว่าสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ทันกำหนดเวลาคือ ก่อนวันที่ 8 ต.ค. ขณะที่ประเด็นในคำร้องซึ่งระบุถึงความไม่ชอบต่อของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ เพราะมีการใช้เทคนิคทางกฎหมายไม่เข้าประชุม ทำให้การประชุมล่มจนระยะเวลาพิจารณาเกิน 180 วัน ซึ่งตนได้ระบุไว้ในคำร้องไว้หมดแล้ว แม้จะมีคนตีความว่า ส.ส.ที่ไม่เข้าประชุมนั้นเป็นเอกสิทธิโดยชอบก็ตาม ซึ่งประเด็นดังกล่าวขึ้นอยู่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอย่างไร
เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเห็นชอบตามผู้ร้อง จะทำให้เกิดสุญญากาศการเมืองหรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า คำร้องของตนมี 2 ประเด็น คือ จะใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยจำนวน 500 คนหาค่าเฉลี่ย หรือ 100 คนหาค่าเฉลี่ย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ การพิจารณาของรัฐสภานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำชี้แจงจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯแล้ว จะวินิจฉัยได้ภายใน 14 วัน
“ดังนั้นที่กังวลว่าจะมีการยุบสภาก่อนและไม่มีกฎหมายลูกใช้บังคับนั้น ตนไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะประเมินว่าการยุบสภาจะเกิดขึ้นช่วงเดือนม.ค. ถึงเดือนก.พ. 2566 ดังนั้นหากต้องแก้ไขร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ตามคำวินิจฉัยศาล จะมีเวลาที่รัฐสภาสามารถทำได้ทัน”นพ.ระวี กล่าว
นพ.ระวี กล่าวด้วยว่า หากทำไม่ทัน และยุบสภาเกิดขึ้นก่อน เชื่อว่าไม่มีสิ่งที่ต้องกังวล เพราะตามอำนาจของรัฐบาลสามารถออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูฐว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ได้ โดยยึดตามเนื้อหาที่รัฐสภาผ่านวาระสองมาแล้ว อาทิ ใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 ส่วนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หากศาลฯเห็นชอบตามผู้ร้อง มีประเด็นพิจารณาเกี่ยวกับการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ที่จะใช้ตามการแก้ไขของส.ส. หรือ ส.ว.
ด้านนพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันนี้ (5 ต.ค.) ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสภาฯ ซึ่งเตรียมข้อมูลตามที่ศาลรัฐธรรมนูญร้องขอเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ได้ดำเนินการรวบรวมรายละเอียดเพื่อเตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญใกล้แล้วเสร็จแล้ว และคาดว่าจะใช้เวลาเตรียมความพร้อมอีกไม่นาน ก่อนจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตามกำหนด ทั้งนี้ตามที่ศาลกำหนดให้ส่ง คือ 8 ต.ค. แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ จึงคาดว่าจะส่งไปให้ศาลได้ในวันที่ 10 ต.ค. โดยเอกสารที่นำส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง เป็นข้อมูลดิบ ไม่มีการนำเสนอความคิดเห็นใดๆ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีข้อมูลประกอบการวินิจฉัยในคำร้องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ราชกิจจาฯ ประกาศวันเลือกตั้งซ่อม-รับสมัคร สส.อุดรธานี เขต 3
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กกต. กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แท
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

