'วรงค์' ถาม 'ชาญวิทย์' จะเอา 'กุ๊ยกับโกง' มาเป็นประมุขใช่ไหม

13 พ.ย.2564 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กดังนี้

#ชาญวิทย์ขู่นองเลือด

ล่าสุดนายชาญวิทย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาข่มขู่ จนสื่อมาพาดหัวข่าวว่า

'ชาญวิทย์' เตือนหากไม่ปฏิรูปสถาบันฯ ก็เลี่ยง 'การปฏิวัติ' นองเลือดไปไม่ได้

คงต้องถามกลับนายชาญวิทย์ว่า การที่ท่านออกมาขู่เรื่องการนองเลือด แสดงว่าพวกท่านจะปรับแผนขบวนการล้มล้างการปกครอง จากการหลอกเด็กให้ใช้สิทธิเสรีภาพ มาสู่การล้มล้างการปกครอง ด้วยการใช้ความรุนแรงใช่ไหม? แล้วท่านจะออกมานำไหม?

เสียดายความเป็นนักวิชาการของท่าน ปกติการล้มล้างการปกครอง ในประวัติศาสตร์โลก ผู้ปกครองจะเป็นผู้สร้างปัญหาจนประชาชนที่เดือดร้อน เขาออกมาร่วมด้วย

แต่ในเมืองไทยนั้นตรงกันข้าม เพราะประชาชนเบื่อนักการเมือง เบื่ออาจารย์บางกลุ่มที่สมคบต่างชาติ แต่ยังเชื่อมั่นสถาบันพระมหากษัตริย์มากกว่า

ประชาชนจึงกลับออกมาต่อต้าน คัดค้าน และรำคาญพวกท่าน ที่สำคัญท่านจะเอา "กุ๊ยกับโกง" มาเป็นประมุขใช่ไหม ประชาชนเขาไม่เอาด้วยแน่นอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490

ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

จับตา 2 กลุ่มในภูมิใจไทย เสี่ยงถูกปรับพ้นรัฐมนตรี

อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้จับตา 2 กลุ่มรัฐมนตรีเสี่ยงถูกประเมินผลงาน หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนนอกหรือมืออาชีพ ที่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในช่วงที่ผ่านมา