"สุวัจน์" ขึงขังมั่นใจเที่ยวนี้ที่เมืองย่าโมพรรคชาติพัฒนากล้าต้องคัมแบ็ค ฟันธงเตรียมแต่งตัวเป็นรัฐบาล เผยได้ฤกษ์หลังตรุษจีนเปิดตัวนโยบายพรรคสู่สาธารณะฉบับแรก เชื่อนายกฯยุบสภาหลัง 14 ก.พ.นี้
14 ม.ค.2566 - ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติของจ.นครราชสีมาถึงการจัดทำนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าว่า เดิมที่เราตั้งใจว่าจะเปิดนโยบายพรรคเมื่อเดือนที่แล้วธันวาคม 2565 และเราได้มีการพูดคุยกันและได้มีการปรับปรุงนโยบายให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นและมีการหารือกับนักวิชาการ ภาคธุรกิจและพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้ร่างนโยบายแล้วเสร็จแล้ว แต่ว่าขณะเดียวกันเราก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจำจังหวัดตามกฎหมายเลือกตั้งและตามคำแนะนำของ กกต.
ฉะนั้นเราก็เตรียมที่จะจัดงานในการที่จะรับฟังความคิดเห็นสำหรับร่างนโยบายและเปิดสู่สาธารณะ ตนคิดว่าฤกษ์ตรุษจีนน่าที่จะเป็นฤกษ์ดี เพราะตรุษจีนเป็นอะไรที่สะท้อนถึงการจับจ่ายใช้สอยการตระตุ้นเศรษฐกิจ ฉะนั้นหลังตรุษจีนทางพรรคาติพัฒนากล้าก็จะนำเสนอร่างนโยบายที่แล้วเสร็จ เพื่อให้สาธารณะได้รับทราบและรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนพรรคฯ สาขาพรรคต่างๆ ซึ่งนโยบายหลักของพรรคฯเราก็พูดมานานแล้วว่า เราต้องการที่จะจัดทำนโยบายที่นำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ไปคลายทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน
ถ้าถามว่าวันนี้สถานการณ์การเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามาถึง ถามว่าอะไรเป็นปัจจัยอันดับ 1 ที่อยู่ในความต้องการของพี่น้องประชาชนตนก็คิดว่าเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เพราะผลกระทบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจากโควิด-19 และสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกก่อให้เกิดผลกระทบในเรื่องรายได้ เรื่องสินค้าราคาแพง เรื่องงานของแต่ละบุคคล หรืองานของผู้ประกอบการแต่ละท่าน ซึ่งได้รับผลกระทบมาก
เรามีความมุ่งมั่นที่จะจัดการในการแก้ไขปัญหาถ้าได้รับโอกาสในเมื่อมีการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ฉะนั้นเราก็ทำนโยบายที่เน้นเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การมีเงิน การมีงาน และของต้องไม่แพง หัวใจของนโยบายเศรษฐกิจของพรรคฯก็คือว่า ทุกคนมีงาน ทุกคนมีเงิน และทุกคนไม่ได้รับผลกระทบจากสินค้าที่มีราคาแพงก็คือของต้องไม่แพง
เรื่องการปรับโครงสร้างภาษีให้มีความเหมาะสมที่ไม่ไปกระทบภาพรวมของรายได้ของประเทศ แต่ว่าทุกคนจะมีภาระในการจ่ายภาษีน้อยลงก็คือทุกคนมีเงินมากขึ้น และทุกคนจะกลายเป็นนักธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นก็คือการสร้างเถ้าแก่ ส่วนในเรื่องของไม่แพงเราก็มองอยู่เรื่องเดียวเลยว่า ตัวหลักที่สำคัญที่นำไปสู่ของแพงก็คือเรื่องของพลังงาน
ฉะนั้นตนคิดว่านโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าจะสามารถตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน อันนี้ฉบับแรกถือว่าเป็นร่างและจะให้ตัวแทนพรรคฯ สาขาพรรคช่วยกีนให้ความคิดเห็นเพื่อจะปรับปรุงให้ 100%
ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายของพรรคชาติพัฒนาก็คือเตรียมพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลหรือเปล่า นายสุวัจน์ฯกล่าวว่า เรื่องนี้มันได้ทั้งสองอย่าง ถ้าเป็นรัฐบาลเราก็นำไปปฏิบัติ ถ้าเกิดว่าเป็นฝ่ายค้านก็ต้องบอกรัฐบาลเค้าว่าควรจะเอาละไรไม่ทำ เปิดกว้างช่วยกันนำเสนอ ไม่ได้หวง อยากให้ประเทศชาติอยากให้พรรคการเมืองได้ช่วยกันนำเสนอนโยบายดีๆ คือเป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐบาลมันก็แล้วแต่จังหวะทางการเมือง แล้วแต่ผลของการเลือกตั้ง แต่จะเป็นอะไรก็แล้วแต่เถอะมันก็ทำประโยชน์ได้ ถ้าเกิดเราเป็นรัฐบาลก็เหมือนกับว่าคุณบอกนโยบายอะไรไว้ คุณก็ต้องรับผิดชอบ เอานโยบายนี้ไปปฏิบัติ แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ช่วยบอกรัฐบาลว่าอะไรดีๆช่วยกันเอาไปทำ ส่วนรัฐบาลจะฟังหรือไม่นั้น ตนคิดว่ารัฐบาลที่ดีก็ต้องฟังความเห็นของประชาชน ฝ่ายค้านก็เป็นประชาชน ฉะนั้นตนคิดว่าอันนี้การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีก็คือ การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการนำเสนอความคิดเห็น ฉะนั้นตนคิดว่าเป็นเรื่องที่เราก็ต้องร่วมมือกัน ตอนนี้บรรยากาศการเลือกตั้งตอนนี้ก็ใกล้เข้ามาแล้ว
ส่วนการยุบสภาฯ นายสุวัจน์กล่าวว่า ตนว่าวันนี้จะยุบสภาเมื่อไหร่ตนว่าในที่สุดก็เห็นภาพชัดเจนแล้วว่าเรากำลังมีการเลือกตั้งใหญ่ เวลาของสภาก็มีถึงแค่เดือนมีนาคม เหลือแค่ประมาณ 2 เดือน ฉะนั้นจะยุบวันไหน อะไร ตนคิดว่าก็คงไม่ได้แตกต่าง เป็นเรื่องของรัฐบาลจะตัดสินใจ แต่ว่าอย่างน้อยตนคิดว่าวันนี้มันก็มีปัจจัยหลายๆอย่างทางการเมืองที่บ่งบอกว่ายังไงเรามีการเลือกตั้งแน่
อันนี้ตนกลับคิดว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่าเรากำลังจะมีการเลือกตั้งมีประชาธิปไตย มีรัฐบาลใหม่ มีนโยบายเศรรษฏิจใหม่ๆที่จะนำไปสู่ความหวังของประชาชนว่าใครจะมาคลายทุกข์ ใครจะมาแก้ไขปัญหา มีนโยบายใหม่ๆที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนกลับมาลงทุนที่ประเทศไทย และมีนโยบายใหม่ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีกับเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ตนคิดว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกับเศรษฐกิจของประเทศ
ตอบข้อถามถึงในฐานะคร่ำหวอดทางการเมืองมองเรื่องการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสมัครเป็นสมาชิกพรรค รทสช. นายสุวัจน์ฯตอบว่า ถือเป็นการสร้างความชัดเจนทางการเมือง และเป็นการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่ทำให้เกิดความแน่นอนว่า ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งก็เป็นเรื่องที่ดีที่มีความชัดเจนและส่งสัญญาณชัดเจนถึงการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้
ตนเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจวันนี้การเลือกตั้งคือคำตอบ ถ้าเกิดเรามีการเลือกตั้งที่ชัดเจนแล้วได้คำตอบจากการเลือกตั้งที่ดี หมายถึงได้การเมืองที่มีเสถียรภาพ การเมืองที่มีคุณภาพ ได้การเมืองที่มีนโยบายดีๆ และสามารถมีรัฐบาลดีๆได้นั่นคือสิ่งที่พี่น้องประชาชนจะมีความสุข เพราะทุกคนก็หวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น สำหรับ จ.นครราชสีมาพรรคชาติพัฒนากล้ายังมั่นใจนั้น ตนว่าก็อย่างที่เคยพูดไว้ว่า พรรคฯครั้งนี้สำหรับการเลือกตั้ง จ.นครราชสีมาหรือโคราชจะเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญ เที่ยวนี้ชาติพัฒนากล้าต้องคัมแบ็ค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศเลื่อน 'จักรภพ เพ็ญแข' เป็น สส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปใ
'ศิริกัญญา' มองกระแสข่าวลือ 'นายกฯสำรอง' เกิดจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจถูกหั่นงบ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีสำรอง อักษรย่อ ศ. จากพรรคสีน้ำเงินรอเสียบหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ดดยมีบางคนมองว่าอาจจะเป็นน.ส.ศิริกัญญานั้น ว่า หากจะเป็นจริงต้องมีโปรย้ายอย่างค่ายมหึมา ฉะนั้น คงไม่ใช่ ตนคิดว่าคนที่ปล่อยข่าวอาจจะไม่ได้ดูเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560
🔴 LIVE วัดใจ 'หนู' กล้าเอาผิดบิ๊กบอสแก๊งโกงสอบ | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ด่านยาก! 'มท.-อว.' วัดกึ๋น 'อนุทิน-ยศชนัน'!!
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
'สุรเดช' จี้ กมธ.งบฯ 70 สแกนงบ AI ทุกกระทรวง หวั่นใช้บังหน้าหาผลประโยชน์
'สุรเดช' ขอ กมธ.งบฯ70 ฟังข้อกังวลทุกฝ่าย ปรับ-ลด นึกถึงประชาชนในช่วงวิกฤติเป็นหลัก ลั่น จัดสรรงบ อย่าแบ่งแยกฝ่ายค้าน-รัฐบาล จี้ สแกนงบไอเอ 'ดีอี-หลายกระ
'อนุทิน' ปัดรอยร้าว 2 น. ลั่น ภท.ไม่มีใครกล้าทะเลาะกัน
“อนุทิน” สยบกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคภูมิใจไทย ย้ำไม่จำเป็นต้องอธิบายความสัมพันธ์ “หนู-เน” พร้อมแซวสมัยก่อนถึงขั้นจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เนทิน-อนุวิน”

