พร้อมเต็มร้อย! ปชป. พรรคแรกเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ ครบ 58 เขต

ปชป. พรรคแรก เปิด 58 ผู้สมัครใต้ครบทุกเขต ไม่หวั่นเกือบทุกพรรคมุ่งสู่ด้ามขวาน ลั่น "ยิ่งมากยิ่งดี คนบ้านเราจะได้รวย" ระบุได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ทำอย่างน้อย 4 เรื่อง

11 ก.พ.2566 - เวลา 14:00 น. ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยผู้บริหารพรรค อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานที่ปรึกษาพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ เป็นต้น นำทีมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ครบทุกเขตเลือกตั้ง จำนวน 58 คน 58 เขตเลือกตั้ง 14 จังหวัด

ภายหลังเปิดตัวผู้สมัครเป็นรายจังหวัด นายจุรินทร์ กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือโอกาสเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ภาคใต้ ครบทั้ง 58 เขต เป็นพรรคแรกของประเทศ แสดงถึงความพร้อมของประชาธิปัตย์ภาคใต้ว่า เราพร้อมเต็มร้อยสำหรับการที่จะเสนอตัวรับ ขอประกาศตรงนี้ในฐานะหัวหน้าพรรคว่าประชาธิปัตย์ปักษ์ใต้สู้ทุกเขตและขอถือโอกาสวันนี้ประกาศยุทธศาสตร์ใต้ คัมแบ็ค 58 คน 58 เขต

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ผู้สมัครของพรรคมีคุณภาพและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ยิ่งบัญชีรายชื่อ คุณภาพก็ยิ่งคับแก้ว เพราะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในทางการเมืองที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งแทนคนปักษ์ใต้ ทั้งนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และตน ทั้งหมดที่เสนอตัวให้คนใต้เลือกในฐานะผู้สมัครบัญชีรายชื่อล้วนผ่านสถานภาพหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พรรคการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศมาแล้วทุกคน

“มีคนถามว่าทุกพรรคหรือว่าเกือบจะทุกพรรค ล้วนแล้วแต่มุ่งมาปักษ์ใต้บ้านเราที่มาแข่งกัน ตรงนี้ประชาธิปัตย์กลัวไหม ขอตอบตรงนี้เลยว่าไม่กลัว ไม่หวั่นไหว ยิ่งมากยิ่งดี คนบ้านเราจะได้รวย ประชาธิปัตย์ไม่หวั่นไหวเพราะเราคือแกน คือหลัก ของพรรคของคนปักใต้บ้านเรา หลายพรรคแข่งกันเสียงก็แตก แต่เสียงของประชาธิปัตย์ ผมยังมั่นใจว่าหนักแน่นมั่นคง ยังอยู่ในใจคนปักษ์ใต้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายจุรินทร์ ยังกล่าวถึงจุดขายของพรรคในการเลือกตั้งที่จะถึงว่า 1.ความเป็นสถาบันทางการเมือง ซึ่งตรงข้ามกับพรรคการเมืองเฉพาะกิจ อย่างน้อยพรรคมีอุดมการณ์ เป็นสถาบันทำเพื่อประชาชน แต่พรรคการเมืองเฉพาะกิจทำเพื่อคนๆเดียวสถาบันการเมืองเน้นการสร้างคน สร้างนักการเมืองคุณภาพให้กับประชาชน แต่พรรคเฉพาะกิจตกปลาในบ่อเพื่อน นี่คือสิ่งที่ตรงกันข้าม จึงขอให้พี่น้อง ประชาชน ช่วยกันไตร่ตรองก่อนถึงวันเลือกตั้ง และพรรคการเมืองที่เป็นสถาบัน ซื่อสัตย์ สุจริตเพราะความซื่อสัตย์สุจริตคือการสร้างชาติ แต่พรรคการเมืองเฉพาะกิจโกงบ้านโกงเมืองมาหลายครั้ง สุดท้ายไม่ได้สร้างชาติเหมือนสถาบันทางการเมือง แต่ทำลายชาติ

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า เราจะนำเอาความเป็นพรรคของเรา คนของเราไปสู้เพราะพรรคการเมืองอื่นมาแล้วไป แต่ประชาธิปัตย์อยู่กับประชาชนตลอดมาระยะเวลายาวนาน 76 ปี อีกทั้งจะเอาผลงานไปสู้ ผลงานที่ว่าพิสูจน์แล้วเอาเฉพาะระยะเวลาสั้นๆ ที่ร่วมรัฐบาล 3 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์พิสูจน์ว่าสิ่งใดเคยแถลงไว้กับประชาชน เราทำได้ และทำได้ไว ทำได้จริง ในช่วงที่ผ่านมา และสุดท้าย คือนโยบาย คือสิ่งที่เรามั่นใจว่าจะเป็นสิ่งที่พาปักษ์ใต้บ้านเราไปสู่อนาคตได้ด้วยกรอบนโยบายสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ต่อไปในอนาคต

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล จะมุ่งเดินหน้าอย่างน้อย 4 เรื่อง ประกอบด้วย เกษตร คือฐานจิตวิญญาณของความเป็นเราโดยเฉพาะ ปาล์มกับยาง ผลไม้ ท่องเที่ยว อนาคตปักษ์ใต้ ต้องเป็นท่องเที่ยวทันสมัย ต้องใช้เทคโนโลยี และดิจิทัล อีโคโนมี เข้ามาช่วย การค้าชายแดน เพราะคือการค้าที่จะนำเงินจากฝั่งตรงข้ามเข้ามาประเทศไทยบ้านเราทันตาเห็น และที่สำคัญ โครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการทำให้ปักษ์ใต้บ้านเราเชื่อมไทย และทำให้ปักษ์ใต้บ้านเราเชื่อมโลกต่อไปในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา

'ชวน' ลุยช่วย 'อนุชา' หาเสียงโค้งสุดท้ายมั่นใจเป็นคนดี ชวนปชช.เลือก 'ผู้ว่ากทม.- ส.ก.' ปชป.

'ชวน' ลงช่วย 'อนุชา เบอร์ 5' หาเสียงโค้งสุดท้ายที่วังทองหลาง ย้ำการเมืองไทย 94 ปี เปลี่ยนแปลงการปกครอง ยังมีปัญหาทุจริต มั่นใจ 'อนุชา' เป็นคนดี มีความสุจริต ชวนประชาชนออกมาเลือก 'ผู้ว่า กทม. - ส.ก.' ปชป. 28 มิ.ย.นี้

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ