
‘ชวน’ วอน รบ. ส่งองค์ประชุมเข้าถกพ.ร.ก.อุ้มหายฯ ระบุ ฝ่ายค้าน พูดได้เหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้ ชะลอไม่ได้ มีทางเดียวส่งศาลรธน.พิจารณา
27 ก.พ.2566-ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 4 ครั้งที่ 31 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในวันอังคารที่ 28 ก.พ. 2566 เวลา09.30 น. เป็นต้นไป เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอหากฝ่ายค้านโหวตตคว่ำร่างพ.ร.ก. ดังกล่าว จะเกิดผลอย่างไรบ้างว่า ความจริงมีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการออกพ.ร.ก.ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดยเรื่องจบเมื่อวันที่ 23 ก.พ. เพราะในวันดังกล่าวรัฐบาลส่งเรื่องนี้มาในเวลา 16.15 น. เราจึงต้องหารือว่าจะนัดประชุมเมื่อไหร่ จะรอปิดสมัยประชุมหรือไม่ แต่เมื่อเห็นว่าเวลามีเพียงพอ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ได้แจ้งว่าทุกฝ่ายมีความพร้อมในวันที่ 28 ก.พ.
อย่างไรก็ตาม เรื่องการรักษาองค์ประชุมเป็นเรื่องของรัฐบาลที่เป็นเจ้าของพ.ร.ก.นี้ จึงต้องนำองค์ประชุมมาให้ครบ แต่โดยทั่วไปตนเข้าใจว่า จะเป็นโอกาสของพรรคฝ่ายค้านที่จะอภิปรายเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับการออกพ.ร.ก.เพื่อยกเว้น ไม่ใช้กฎหมายนี้จำนวน 4 มาตรา เพราะไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม มีบางฝ่ายเห็นว่าอาจจะมีการเสนอเพื่อให้ประธานสภานำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความว่ากฎหมายที่ออกมานี้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ หากเข้าชื่อกันได้ตามที่กฎหมายกำหนด
ถามว่า หากพ.ร.ก.ถูกคว่ำ จะเกิดอะไรขึ้น นายชวน กล่าวว่า ในวันที่ 28 ก.พ. บรรจุวาระการประชุมไว้เพียงเรื่องเดียว เว้นแต่องค์ประชุมไม่ครบ ก็ช่วยไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า หากลงมติไม่ผ่านจะทำอย่างไร นายชวน กล่าวว่า ไม่ผ่าน ก็ไม่ผ่าน และการยกเว้นก็ไม่มีผล
ซักว่ากรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลเตรียมเสนอให้ชะลอการพิจารณาพ.ร.ก.นี้ไว้ รอให้สภาชุดหน้าพิจารณาต่อสามารถทำได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ชะลอไม่ได้ ดังนั้นจึงมีวิธีเดียวคือ การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยการเข้าชื่อ 1 ใน 5 ของจำนวนสภาชิกสภาฯเท่าที่มีอยู่ เพื่อส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วันหรือตราบเท่าที่ยังไม่ลงมติ หรือระหว่างอภิปรายก็สามารถส่งให้ประธานสภา ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้
เมื่อถามว่าหากพ.ร.ก.ฉบับนี้ถูกคว่ำใครได้ผลประโยชน์มากที่สุด นายชวน กล่าวว่า ก็ต้องใช้กฎหมายที่ออกมาแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชิงบทนำฝ่ายค้าน! 'พรรคส้ม' ส่อไม่จับมือ ปชป. ยื่นศาล รธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เล็งใช้เวทีสภาอภิปรายรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นให้ ป.ป.ช.ทบทวนมติยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมใช้นอมินี ถือหุ้นแทน ว่า จริงๆ เราก็มีการหารือกันข้างหลังผ่านกลไกวิปฝ่ายค้านมาโดยตลอดอยู่แล้ว
ความเสื่อมทรุดของ 'พรรคส้ม' เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ดี!
ผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนเมษายน 2569 ของ “สวนดุสิตโพล” กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ “พรรคประ
นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ
'กรวีร์' บอกฝ่ายค้านลดประเด็นการเมือง หลังจี้นายกฯตอบกระทู้ทุกสัปดาห์
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะพ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางครม.เรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นเดดไลน์
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

