
นายกฯ ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตร ป้องกันและลดปัญหาวิกฤตหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทยที่เกิดขึ้นในช่วงมกราคม-เมษายนทุกปี
27 พ.ย.2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ปัญหาวิกฤตหมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทยที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี โดยวิกฤตหมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทยตลอดระยะเวลานับสิบปีที่ผ่านมานั้น พบว่าสาเหตุหลักมาจากการเผาป่า การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และการเผาในพื้นที่ทำไร่หมุนเวียน รวมทั้งการเผาไหม้ของเครื่องยนต์และภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และทัศนวิสัยการเดินทางของประชาชนอย่างมาก รวมถึงภาคการท่องเที่ยว จึงขอความร่วมมือให้หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพ และหน่วยงานในพื้นที่เตรียมการรับมือปัญหาที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งคุมเข้มมาตรการทางกฎหมาย เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า และให้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่รณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและพร้อมที่จะร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน
“การลดการเผาในพื้นที่การเกษตร ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการควบคุมแห่งกำเนิดไฟป่า ที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองไม่ให้สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการแก้ไขปัญหาวิกฤตหมอกควันที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลายาวนานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทย อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีและหลายประเทศทั่วโลกที่ให้ความสำคัญในการเร่งแก้ปัญหาการลดโลกร้อนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศของโลกที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่เปลี่ยน รวมถึงการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ “BCG” หรือ Bio-Circular-Green Economy เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว และการประกอบกิจการหรือดำเนินการต่าง ๆ ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนตามมาภายหลัง” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
สำหรับการแก้ไขปัญหาหมอกควันและปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองนั้น รัฐบาลได้มีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านฝุ่นละออง แบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้ ระดับที่ 1 PM5 ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. : หน่วยงานดำเนินภารกิจตามสภาวะปกติ
ระดับที่ 2 PM5 ระหว่าง 51- 75 มคก./ลบ.ม. : ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการให้เข้มงวดขึ้น ระดับที่ 3 PM5 ระหว่าง 76 -100 มคก./ลบ.ม. : ผู้ว่าราชการกทม./จังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมพื้นที่ควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ ระดับที่ 4 PM5 มากกว่า 100 มคก./ลบ.ม. : เสนอให้ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง (กก.คพ. กก.วล) เพื่อเสนอมาตรการให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภท.' สวนฝ่ายค้านเพลาเล่นการเมือง นายกฯ สั่งเร่งช่วยน้ำท่วมเต็มที่
'ธนกร' แจงรัฐบาลลุยแก้น้ำท่วมเต็มที่ วอนฝ่านค้านลดการเมืองลงบ้าง ย้ำนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานช่วยเหลือให้เร็วที่สุด เชื่อประชาชนเห็นความจริงใจแก้ปัญหา
‘ธนกร’ สวน ‘เท้ง’ อย่าเหมารวม 21 ล้านเสียงแก้รธน.เป็นของพรรคส้ม
“ธนกร” สวน “ณัฐพงษ์” อย่าเหมารวม แจง 21 ล้านเสียงเพื่อให้แก้ รธน. ไม่ใช่เห็นด้วยกับแนวทางพรรคประชาชน ชี้อำนาจของประชาชนพิสูจน์แล้วผ่านผลเลือกตั้งที่ผ่านมา ด้วยการหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่งผล ภท.ชนะถล่มทลาย
'ธนกร' ป้องนายกฯ จัด 'ครม. พบ ปชช.' ย้อน 'ไหม' ถามคนในพรรคตัวเองก่อน
“ธนกร” โต้ “ศิริกัญญา” ปมรัฐบาลเตรียมจัดรายการ ครม.พบประชาชน ชี้ต้องสื่อสารข้อเท็จจริง หลังฝ่ายค้านให้ข้อมูลไม่ครบจนหวั่นประชาชนสับสน ย้อนถามพรรคประชาชนเคยใช้เวทีสภาฯ เพื่อประโยชน์ประชาชนจริงหรือไม่
'ธนกร' ไม่หวั่นฝ่ายค้านขู่ยื่นซักฟอกรัฐบาล
“ธนกร” ไม่หวั่นฝ่ายค้านขู่ยื่นซักฟอกรัฐบาล มั่นใจนายกฯ-รมต.ชี้แจงได้ ชี้ถือเป็นโอกาสดีได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ลั่นรัฐบาลพร้อมให้ตรวจสอบทุกเรื่อง เหน็บอภิปรายด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ
'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน
'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก
'ธนกร' แย้ง 'อภิสิทธิ์' ทุกข้อเสนอรัฐบาลรับไปพิจารณา อาจไม่ทันใจฝ่ายค้านบ้าง
'ธนกร' แย้ง 'อภิสิทธิ์' ทุกข้อเสนอแนะรัฐบาลหยิบไปพิจารณา แจงอาจไม่ทันใจฝ่ายค้านบ้าง ชี้บางเรื่องต้องใช้เวลา ยันนายกฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ สั่งการใกล้ชิดห้ามทอดทิ้งประชาชน

